แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ไขข้อข้องใจวีซ่าอเมริกา (US Visa)

ในการยื่นเรื่องทำวีซ่าอเมริกา บางครั้งหลายคนอาจมีข้อสงสัย ข้อข้องใจที่ไม่รู้จะไปถามใคร หรือหาคำตอบที่ไหน บทความนี้ได้รวบรวมคำถามและคำตอบจากเว็บไซต์ บล็อก และกระทู้ต่างๆ ไว้ให้คลายความสงสัยกัน

Q: จะไปอเมริกา แต่ไม่รู้จะขอวีซ่าประเภทไหนดี
A: อันนี้ต้องดูวัตถุประสงค์ของตนเองก่อนนะคะว่าไปเพราะอะไร จากนั้นก็เช็คคะว่าวัตถุประสงค์ ความตั้งใจของตนเองนั้นเข้าข่ายวีซ่าประเภทไหน ได้แก่
- ไปท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ เยี่ยมแฟน B2
- เป็นตัวแทนบริษัทไปดูงาน ไปอบรมสัมนา B1
- ไปแลกเปลี่ยน เข้าร่วมโครงการ Au pair, Work and Travel, Disney Summer Work Experience J1
- ไปเรียนภาษา เรียนต่อด้วยทุนตนเอง F1

Q: อยู่เชียงใหม่ แล้วมาทำงานกรุงเทพ กลับไปขอวีซ่าที่เชียงใหม่ได้ไหม
A: ไม่ได้คะ ต้องขอที่กรุงเทพเท่านั้น เพราะมีใบรับรองงานการทำงานอยู่ที่กรุงเทพ ถือว่าอาศัย ใช้ชีวิตที่กรุงเทพ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเชียงใหม่ คนที่สามารถขอที่เชียงใหม่ได้ คือ คนที่เรียน ทำงาน หรืออาศัย ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงมีทะเบียนบ้านที่เชียงใหม่ แต่หมายถึงใช้ชีวิต กินอยู่ หลับนอน มีตัวตนอยู่ที่เชียงใหม่ หรือจังหวัดดังต่อไปนี้ ลำพูน, พะเยา, สุโขทัย, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, พิจิตร, ตาก, กำแพงเพชร, น่าน, พิษณุโลก, อุตรดิตถ์, ลำปาง, เพชรบูรณ์, แพร่ (อันนี้เป็นประสบการณ์ตรง เจอมากับตัวเองคะ ใครอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ส่งข้อความคุยกันได้เลยคะ)

Q: ต้องมีเงินในบัญชีธนาคารเยอะขนาดไหนวีซ่าถึงจะผ่าน
A: วีซ่าผ่านไม่ผ่าน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินในบัญชีธนาคารเป็นสำคัญ แต่บัญชีธนาคารที่สามารถนำมาประกอบการยื่นขอวีซ่าได้นั้น ควรเป็นบัญชีธนาคารที่มีเงินเพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว หรือเล่าเรียนที่อเมริกา อันนี้แล้วแต่ประเภทของวีซ่า และต้องเป็นบัญชีที่มีเงินหมุนเวียนตลอดเวลา หากเป็นคนที่มีงาน ก็ควรใช้บัญชีที่มีเงินเดือนเข้าออกทุกเดือน มีเงินเก็บพอสมควร หากเป็นนักเรียน นักศึกษาสามารถใช้บัญชีของผู้ปกครองได้ เพราะถือว่ายังเป็นนักเรียน นักศึกษา ไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง

Q: หากไม่มีเงินในบัญชีธนาคารให้คนอื่นรับรองได้หรือไม่
A: ได้ แต่วีซ่าท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่จะดูเอกสารของผู้ยื่นเป็นหลัก เพราะถือว่าหากจะเดินทางท่องเที่ยว ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า มีความสามารถในการดูแลช่วยเหลือตัวเอง และมีเงินเก็บพอสมควร หากให้ผู้อื่นออกค่าใช้จ่ายให้ แสดงถึงหลักฐานการทำงานที่ไม่มั่นคง มีผลถึงหลักฐานที่แสดงว่าจะกลับเมืองไทย หากการงานไม่มั่นคง ไม่มีเงินเก็บ อาจละทิ้งงานที่เมืองไทย ไปทำงานที่อเมริกาได้ จะทำให้ผู้ยื่นไม่มีความน่าเชื่อถือได้ แต่หากเป็นนักเรียน ยังไม่มีรายได้ สามารถใช้บัญชีธนาคารของผู้ปกครองได้ ส่วนวีซ่านักเรียน แลกเปลี่ยน เข้าร่วมโครงการ คู่หมั้น แต่งงาน เจ้าหน้าที่ดูบัญชีธนาคารและหลักฐานอื่นๆ ของสปอนเซอร์ประกอบด้วย

Q: หากให้คนอื่นรับรอง หรือเป็นสปอนเซอร์ให้ต้องเตรียมหลักฐานอะไรบ้าง
A: คนที่เป็นสปอนเซอร์ต้องขอ Bank Statement และ Bank Guarantee จากธนาคาร พร้อมแนบบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือรับรองการทำงานที่ระบุตำแหน่งงาน ระยะเวลาที่ทำงาน เงินเดือน โบนัส และเขียนจดหมายรับรองว่าเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ โดยออกค่าใช้จ่ายเพื่ออะไร เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ และระยะเวลานานแค่ไหน ดูตัวอย่างการเขียนจดหมายได้ ที่นี่

Q: คนที่จะสามารถเป็นสปอนเซอร์ได้ ต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง
A: คนที่จะสามารถเป็นคนรับรอง เป็นสปอนเซอร์ได้นั้น ไม่ใช่ว่าจะเป็นใครก็ได้ ต้องมีเป็นคนที่มีความสนิท ความสัมพันธ์เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเรา เช่น วีซ่านักเรียน คนที่จะเป็นสปอนเซอร์ได้ อันดับแรกควรเป็นพ่อ แม่ หากพ่อ แม่มีปัญหาด้านการเงิน ไม่มีเงินเก็บเพียงพอในธนาคาร ก็สามารถขอให้ญาติผู้ใหญ่ เช่น คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย คุณน้า คุณอา ช่วยเป็นสปอนเซอร์ให้ได้ โดยต้องมีคุณสมบัติ คือ เป็นบุคคลที่น่าเชื่อ มีหน้าที่การงานมั่นคง มีเงินเก็บพอสมควร มีบัญชีธนาคารที่มีเงินเข้าออก หมุนเวียนเป็นประจำ ส่วนวีซ่าคู่หมั้น และแต่งงานนั้น คนที่จะเป็นสปอนเซอร์ได้ คือ คู่หมั้น และคู่สมรส ที่คบหาดูใจกันมาเป็นเวลานาน เคยเจอกันมาก่อนในรอบ 2 ปี  เป็นพลเมืองอเมริกัน มีหน้าที่การงานมั่นคง มีเงินเก็บ มีรายได้หลังจากหักภาษีตามเกณฑ์ที่รัฐกำหนด และทำเรื่องเสียภาษีกับรัฐทุกปี



Q: วีซ่าท่องเที่ยวจำเป็นต้องมีแผนการเดินทางหรือไม่
A: ไม่จำเป็น แต่มีไว้ก็ดีคะ เหลือดีกว่าขาด เผื่อเจ้าหน้าที่เขาถามหา อยากดู เราก็มีให้ดูเลย อีกอย่างเป็นเอกสารที่แสดงให้เห็นว่าเราอยากเที่ยวจริงๆ มีการวางแผนล่วงหน้า มีแผนการกิจกรรมที่จะทำ แสดงให้เห็นความตั้งใจของเราว่าเราอยากไปเที่ยวจริงๆ

Q: ทำวีซ่าท่องเทียวไปหาแฟน ควรบอกความจริงไหมว่าไปหาแฟน กลัวบอกความจริงไปแล้วไม่ผ่าน
A: บอกความจริงไปเถอะคะ แสดงความจริงใจว่าเราไม่มีอะไรจริงๆ แค่อยากไปเที่ยว ปิดบังซ่อนเร้น เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เขาก็จะยิ่งซักเยอะ ถามแยะ เขาก็จะสงสัยว่าเรามีอะไรในใจหรือเปล่า ไม่บริสุทธิ์ใจ มีโอกาสทำให้วีซ่าไม่ผ่าน เจ้าหน้าที่เขาทำงานมานาน สัมภาษณ์คนมาเยอะ เขาพิจารณาจากเอกสารที่ยื่น คำพูดจากการสัมภาษณ์ ท่าท่างต่างๆ เขาก็ดูออกคะ มีแฟนที่โน่น ไม่ใช่ว่าวีซ่าจะไม่ผ่านเสมอไป หลายคนบอกความจริงว่ามีแฟน วีซ่าผ่านแบบไม่ยากเย็นเลยคะ

Q: ถ้าได้จดหมายเชิญจากอเมริกา มีโอกาสทำให้วีซ่าท่องเที่ยวผ่านมากขึ้นหรือไม่
A: ไม่ค่อยมีผลอะไร วีซ่าท่องเที่ยวขึ้นอยู่กับเอกสาร หลักฐานของผู้ยื่นเป็นสำคัญ หนังสือเชิญมีหรือไม่มีก็ได้ บางคนไม่มีก็ผ่าน บางคนมีแต่วีซ่าไม่ผ่านก็มีเยอะแยะ ดังนั้นหากตัวเองไม่มีหนังสือเชิญ ไม่มีคนรู้จักที่อเมริกาทำเรื่องหนังสือเชิญให้ ก็ไม่ต้องเป็นกังวลคะ

Q: การแสดงภาระหนี้สินที่ไทย มีโอกาสช่วยให้วีซ่าผ่านมากขึ้นหรือไม่ 
A: พวกสัญญาเงินกู้ หนี้ต่างๆ ไม่จำเป็นต้องแสดงเลยคะ เพราะทำให้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ได้ว่า การงาน การเงินเราไม่มั่นคง และคิดได้ว่า หากมีหนึ่้สิน ทำไมไม่เอาเงินไปใช้หนี้ หรือต้องการไปทำงานเมืองนอก เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ หรือ ต้องการหนีหนี้ที่มีอยู่ที่เมืองไทย ประมาณนี้คะ แต่หากกำลังผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนคอนโด โชว์เอกสารเหล่านี้ได้คะ เพราะแสดงว่าฐานะมั่นคงพอ มีเงินเหลือพอที่จะผ่อนทรัพย์สินเหล่านั้นได้ หลายคนเข้าใจผิด คิดว่าโชว์ว่ามีหนี้สินที่เมืองไทย โชว์สัญญาเงินกู้สหกรณ์ หรือเงินกู้ธนาคารต่างๆ  แสดงถึงภาระผูกพัน อันนี้ไม่ใช่เลยคะ ภาระผู้พัน แสดงโดย หน้าที่การงานที่มั่นคง ทำมาหลายปี เงินดี สวัสดิการดี มีเงินเก็บพอสมควร แสดงถึงฐานะทางการงาน และการเงินที่มั่นคง มีเงินเหลือ พอที่จะท่องเที่ยวได้ ไม่ไปสร้างความเดือนร้อน หรือหนีไปทำงานเป็นแน่คะ หากมีเอกสารพวกหนี้สินเข้ามา จะแสดงให้เห็นว่า เงินเดือน เรายังไม่พอ การงาน การเงินยังไม่มั่นคงพอคะ 

Q: ขอวีซ่าแล้วไม่ผ่าน หากอยากทำเรื่องขอวีซ่าใหม่ ต้องรอนานแค่ไหน
A: หากเตรียมเอกสาร หลักฐานพร้อม และแน่นหนามากขึ้นก็ทำเรื่องขอใหม่ได้เลย ในการสมัครวีซ่าใหม่ นั้น ก็ยังคงต้องปฏิบัติตามกระบวนการทั้งหมด กรอกแบบฟอร์มการสมัครใหม่ ชำระค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่า อีกครั้ง หากการขอวีซ่าใหม่โดยที่ยังขาดหลักฐานที่หนักแน่นและมีนัยสำคัญที่สามารถแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ของผู้ขอวีซ่า อาจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลการพิจารณาอนุมัติวีซ่าได้

Q: อยากได้วีซ่าท่องเที่ยวสิบปีต้องทำอย่างไรบ้าง
A: ข้อนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่เป็นสำคัญ ไม่มีกฏระเบียบ ข้อปฏิบัติตายตัวว่าต้องทำอย่างนั้น อย่างนี้ ต้องมีเงินในบัญชีมากน้อยเท่าไหร่ หรือไปเที่ยวมาแล้วกี่ครั้ง บางคนมีเงินในธนาคารเยอะมาก วีซ่าไม่ผ่านก็มี บางคนเคยไปเที่ยวมาแล้วหลายครั้ง หลายที่ ได้วีซ่าท่องเที่ยวแค่ 3 เดือนก็มี บางคนขอครั้งแรกได้วีซ่าท่องเที่ยวสิบปีเลย ดังนั้นไม่ต้องหาวิธีการให้ยุ่งยากคิดมากเพื่อให้ได้มาสิบปี เอาแค่ให้ผ่านก่อนก็พอ

Q: หากไม่ได้ทำงานประจำ จะหาจดหมายรับรองงานจากไหนได้บ้าง
A: หากเป็นเจ้าของกิจการ มีธุรกิจเป็นของตัวเอง สามารถแสดงใบผู้ประกอบการ ใบจดทะเบียนการค้า หรือยื่นเอกสารที่แสดงความเป็นเจ้าของกิจการ หากทำงานทำไร่ ทำนา ทำสวน สามารถแสดงโฉนดที่ดินที่ตนเองเป็นเจ้าของไร่ นา หรือสวนนั้น พร้อมแสดงผลประกอบการรายปี และรูปถ่ายในการทำงาน หากทำงานตามสัญญาจ้าง ก็สามารถแสดงสัญญาจ้างงานได้

Q: ไปเที่ยวพร้อมกัน จำเป็นต้องสัมภาษณ์พร้อมกันหรือไม่
A: บางคนคิดว่าไปเที่ยวพร้อมกัน ต้องสัมภาษณ์วีซ่าที่เดียวกัน และเวลาเดียวกันเท่านั้น บอกเลยว่าไม่จำเป็น สัมภาษณ์คนละที่ คนละเวลาก็ได้ บางคนขอที่กรุงเทพ เพื่อนที่จะเที่ยวด้วยกันขอที่เชียงใหม่ คนละวัน วีซ่าก็ผ่าน ไปเที่ยวพร้อมกันได้

Q: หากจำเป็นต้องขอวันนัดสัมภาษณ์แบบเร่งด่วนเดินทางไปอเมริกาแบบเร่งด่วน ต้องทำอย่างไร 
A: หากมีความจำเป็นต้องขอวันนัดสัมภาษณ์วีซ่าแบบเร่งด่วน สามารถส่งอีเมล์เป็นภาษาอังกฤษไปที่ visasbkk@state.gov โดยใช้หัวเรื่องว่า “Request to Expedite a Non-Immigrant Visa Appointment
โดยอีเมล์ต้องมีรายละเอียดต่อไปนี้
  • ชื่อและนามสกุลผู้สมัครวีซ่า
  • หมายเลขยืนยันการนัดสัมภาษณ์ และวันนัดสัมภาษณ์ที่ท่านได้จองไว้ หรือหมายเลขใช้เฉพาะบุคคล (PIN) ของผู้สมัคร
  • เหตุผลที่ท่านต้องการวันนัดสัมภาษณ์วีซ่าที่เร็วขึ้น
  • ข้อมูลเฉพาะ ขึ้นอยู่กับชนิดของวีซ่าที่จะสมัคร 
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ thai.bangkok.usembassy.gov

Q: สถานทูตจะอนุมัติวีซ่าให้สูงสุด ระยะเวลาเท่าไหร่ 
A: แต่ละประเภท อนุมัติระยะเวลาแตกต่างกันออกไป ได้แก่ (ข้อมูลจาก www.educatepark.com)
ประเภทวีซ่า            เข้า – ออก                ระยะเวลาสูงสุด
B-1/ B-2                  Multiple              120 เดือน หรือ 10 ปี
F-1/ F-2                   Multiple                60 เดือน หรือ 5 ปี
J-1/ J-2                    Multiple                60 เดือน หรือ 5 ปี

ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า เราสามารถอยู่อเมริกาได้ตามระยะเวลาที่วีซ่าอนุมัติ แต่หมายถึงว่า ในระยะเวลาดังกล่าว เราไม่ต้องไปทำเรื่องขอวีซ่าอีก การที่จะเราสามารถอยู่อเมริกาได้นานแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ที่สนามบินในอเมริกา โดยจะประทับวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศอเมริกาไว้ในหนังสือเดินทาง (Passport)

Q: หาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการทำวีซ่าได้จากที่ไหนบ้าง
A: มีหลายเว็บไซต์ที่ให้คำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับวีซ่าอเมริกาทุกประเภท ได้แก่
1. thai.bangkok.usembassy.gov เว็บไซต์ของสถานทูต ให้คำแนะนำในการทำวีซ่าอย่างละเอียด
2. govisa.wordpress.com ให้ความรู้ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับขั้นตอนการทำวีซ่าอเมริกา คำแนะนำเมื่อถูกปฏิเสธวีซ่า ไม่ได้มีแค่คำแนะนำเรื่องวีซ่าอย่างเดียว แต่ยังมีบทความดีๆ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่อเมริกา ทุนการศึกษา การเดินทางและการท่องเที่ยวต่างประเทศ
3. www.ladyinter.com หากมีข้อสงสัย ข้องใจเกี่ยวกับอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวีซ่า การแต่งงาน การจดทะเบียน การขอกรีนการฺ์ด การใช้ชีวิต อาหารการกิน วัฒนธรรม การวางตัว และการทำงาน เข้าไปที่เว็บไซต์นี้ได้ มีผู้รู้มาช่วยตอบคำถาม ให้คำแนะนำดีๆ ให้ความช่วยเหลืออยู่เพียบ
4. www.usvisa4thai.com เว็บไซต์นี้ก็เช่นกัน มีข้อมูลวีซ่าอเมริกาครบทุกประเภท การทำกรีนการ์ด การเตรียมตัวท่องเที่ยวอเมริกา รวมถึงความรู้ด้านกฏหมายที่คนไทยควรรู้เมื่อเข้ามาอยู่ที่อเมริกา พร้อมผู้มีประสบการณ์ที่นำเสนอเรื่องราวดีๆ และคอยตอบคำถาม
5. www.pantip.com/cafe/klaibann/ ห้องไกลบ้าน มีผู้รู้เกือบทั่วสารทิศมาช่วยตอบคำถาม ไม่ใช่แค่เรื่องวีซ่า แต่สามารถถามได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมตัวเดินทาง ซื้อตั๋วเครื่องบิน จัดกระเป๋า วางแผนท่องเที่ยว การแลกเงิน การซื้อของ และการใช้ชีวิต เป็นต้น
6. readygoalamerica.blogspot.com เว็บไซต์นี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนไปอเมริกา มีทั้งเรื่องราวการทำวีซ่า การหางานในอเมริกา อาหารการกิน เรื่องสะเพเหระต่างๆ เช่น วันหยุด วันสำคัญในอเมริกา การซื้อรถ การทำบัตรขับขี่ การทำบัตรห้องสมุด การเปิดบัญชีธนาคาร การโอนเงิน การคำนวณค่าใช้จ่ายในอเมริกา เป็นต้น

หากใครยังสงสัยอยู่ อยากได้ความกระจ่างชัดในเรื่องที่ไม่ได้เขียนไว้ข้างต้น ก็ฝากข้อความไว้ด้านล่างเลยจ้า

วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2555

เตรียมพร้อมเพื่อขอวีซ่าไปเที่ยวอเมริกา (Visa B1/B2)

คราวนี้มาถึงวีซ่ายอดนิยมอย่างวีซ่าอเมริกา ที่ทุกคนต่างพูดกันว่าเป็นวีซ่าที่โหดและหินมาก แต่หากเตรียมตัวดีๆ แล้วทั้งด้านข้อมูล เอกสาร และภาษาก็ไม่มีอะไรที่ยากเลย 

ส่วนตัวขอวีซ่าเข้าอเมริกา 2 ครั้ง ก็ผ่านทั้งสองครั้งครั้งแรกวีซ่านักเรียนแลกเปลี่ยน (J1) คร้้งที่ 2 วีซ่าท่องเที่ยว ได้มา 10 ปี สิ่งสำคัญคือ ต้องเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ก่อนออกเดินทาง ทั้งเรื่องเอกสาร การนัดสัมภาษณ์ และการเตรียมตัวสัมภาษณ์ หากคิดว่าจะไปประมาณกลางปี ควรเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ต้นปี

สิ่งแรกที่ต้องเตรียมคือ "เอกสารเพื่อยื่นขอวีซ่า" โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

1. หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุการเดินทางไม่ต่ำกว่า 6 เดือน หากมีเล่มเก่า ให้นำเล่มเก่ามาแสดงด้วยในวันยื่นเอกสารขอวีซ่า (รายละเอียดการทำ Passport)
2. รูปถ่าย ขนาด 2X2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว ไม่สวมหมวก หน้าตรง ไม่สวมแว่นกันแดด ที่สำคัญต้องเห็นใบหูทั้งสองข้างอย่างชัดเจน ไม่ใส่ต่างหู แต่งกายสุภาพ เรียบร้อย ดูน่าเชื่อถือ ใช้รูปถ่าย 2 รูป และแสกนเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ 1 รูป ไฟล์ jpg เพื่อใช้ตอนกรอกแบบฟอร์ม DS-160 
3. บัตรประจำตัวประชาชน 
4. ใบรับรองการศึกษาหรือใบรับรองการทำงาน ที่ระบุตำแหน่งงานชัดเจน ระยะเวลาในการทำงาน เงินเดือน วันลา และวันที่จะกลับมาทำงาน (ตัวอย่างจดหมายรับรองการทำงานเพื่อขอวีซ่า) ออกไม่เกิน 3 เดือน กรณีที่เป็นเจ้าของกิจการธุรกิจ สามารถใช้เอกสารการเป็นเจ้าของกิจการ โดยแปลเป็นภาษาอังกฤษ 
5. จดหมายเชิญจากญาติหรือเพื่อนที่อเมริกา โดยในจดหมายต้องระบุชื่อคนเชิญ พร้อมที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อในอเมริกา (ตัวอย่างจดหมายเชิญเพื่อใช้ในการขอวีซ่า)
6. แผนการเดินทางท่องเที่ยว ที่ระบุระยะเวลาในการท่องเที่ยว เมืองที่จะไป สายการบินที่ใช้ทั้งไปและกลับ กิจกรรมที่จะทำในแต่ละวัน และวันที่กลับถึงประเทศไทย (ตัวอย่างการเขียนแผนการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อขอวีซ่า)
7. จดหมายแนะนำตัว อันนี้จะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่ถ้ามีก็จะเป็นเรื่องที่ดี แสดงให้เจ้าหน้าที่เห็นภูมิหลังของเราว่าเป็นใคร มาจากที่ไหน ทำงานอะไร เคยไปต่างประเทศที่ไหนมาบ้าง และจะไปทำอะไรที่อเมริกา (ตัวอย่างการเขียนจดหมายเพื่อใช้ในการขอวีซ่า)
8. บัญชีธนาคาร ต้องมีเงินหมุนเวียนตลอด และมีเงินเพียงพอในการกิน อยู่ ใช้จ่าย ท่องเที่ยวในอเมริกา   หากไปสักหนึ่งอาทิตย์ควรมีเงินในบัญชีประมาณ 50,000-100,000 บาทขี้นไป ให้ธนาคารออก Bank Statement และ Bank guarantee ระบุจำนวนเงินเป็น USD 
9. เอกสารอื่นๆ เช่น ใบสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ โฉนดที่ดิน สัญญาจดจำนอง ภาระผ่อนต่างๆ เอกสารที่แสดงภาระผูกพันกับประเทศไทย เป็นต้น 

เมื่อเตรียมเอกสารต่างๆ ครบแล้ว ก็มาถึงขั้นตอน "กรอกแบบฟอร์มและนัดหมายเพื่อสัมภาษณ์วีซ่า" โดยมีรายละเอียดดังนี้ 


1. เข้าไปที่เว็บ www.ustraveldocs.com/th และสร้างบัญชีผู้ใช้ เลือกประเภทของวีซ่าและค่าธรรมเนียมตามวีซ่าประเภทนั้นๆ ซึ่งจะได้แบบฟอร์มใบฝากเงินธนาคารที่มีรายละเอียดตามที่กรอก ให้พิมพ์แบบฟอร์มใบฝากเงินธนาคารนั้นออกมา  ดูวิธีการกรอกข้อมูลอย่างละเอียด ที่นี่

2. นำใบฝากเงินธนาคารที่ได้มาไปยังธนาคารกรุงศรีอยุธยา ณ สาขาตามที่กำหนดไว้เพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมสมัครวีซ่า 

3. การกรอกแบบฟอร์มขอวีซ่าประเภทชั่วคราว DS-160 เป็นแบบฟอร์ม Online ที่ต้องกรอกทาง Internet เท่านั้น เข้าไป ที่นี่ ดูคำแนะนำวิธีการกรอกแบบฟอร์มได้ ที่นี่ และดูรายละเอียดแบบฟอร์มที่แปลเป็นภาษาไทยได้ ที่นี่

4. เมื่อกรอกครบถ้วน เรียบร้อยแล้ว ให้ Print หน้า Confirmation DS-160  พร้อมหน้าที่กรอกทั้งหมดออกมาใส่แฟ้มรวมกับเอกสารข้างต้น 

5. กำหนดนัดหมายวันสัมภาษณ์ทางอินเทอร์เน็ตที่ www.ustraveldocs.com/th หรือทางโทรศัพท์ผ่านศูนย์บริการที่ 02-105-4110 


6. สุดท้ายก่อนไปสัมภาษณ์ ให้ตรวจเช็คเอกสารอีกครั้งว่าครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ 

สถานที่ยื่นขอวีซ่า 


ในประเทศไทยสามารถยื่นขอวีซ่าอเมริกาได้ 2 แห่ง คือ ที่กรุงเทพและเชียงใหม่ คนที่จะสามารถสัมภาษณ์วีซ่าที่เชียงใหม่ได้นั้น ต้องเป็นผู้ที่อาศัย ทำงาน หรือเรียน ในจังหวัดดังต่อไปนี้ ได้แก่ เชียงใหม่, ลำพูน, พะเยา, สุโขทัย, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, พิจิตร, ตาก, กำแพงเพชร, น่าน, พิษณุโลก, อุตรดิตถ์, ลำปาง, เพชรบูรณ์, แพร่ โดยต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่าได้พำนักหรือทำงานหรือศึกษาไม่น้อยกว่า 3 เดือนในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา
95 ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ 10330


สถานกงสุลสหรัฐอเมริกา ประจำเชียงใหม่
387 ถ.วิชยานนท์ ต.ช้างม่อย อ.เมือง เชียงใหม่ 50300


หมายเหตุ: สำหรับคนที่มีทะเบียนบ้านที่เชียงใหม่่ แต่ทำงานกรุงเทพหรือจังหวัดอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวข้างต้น ไม่สามารถสัมภาษณ์ที่เชียงใหม่ได้ ต้องสัมภาษณ์ที่กรุงเทพเท่านั้น



จากนั้นมาถึงขั้นตอนที่น่าตื่นเต้น "ยื่นเอกสารและสัมภาษณ์" มีคำแนะนำดังนี้ 

1. ตื่นนอนแต่เช้า ทำใจให้สบาย 
2. อาบน้ำ แต่งกายให้สุภาพ เรียบร้อย ดูน่าเชื่อถือ ห้ามใส่กางเกงยีนส์ ผู้ชายควรใส่สูท ผูกไท รองเท้าหนัง ส่วนผู้หญิงกางเกงหรือกระโปง ที่สุภาพ ห้ามใส่กระโปรงสั้น รองเท้าควรเป็นรองเท้าหุ้มส้น 
3. ควรไปถึงก่อนเวลานัดหมาย 1 ชั่วโมง 
4. เมื่อมาถึงแล้วให้ต่อคิวรออยู่หน้าสถานทูต จากนั้นจะมีพนักงานมาตรวจเอกสารและเวลานัดหมาย 
5. เตรียมตัวผ่านจุดตรวจเพื่อรักษาความปลอดภัย – อาวุธ ของมีคม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งโทรศัพท์มือถึง ไม่สามารถนำเข้ามาในสถานทูตฯ ได้ ให้ฝากไว้ที่พนักงานรักษาความปลอดภัย โดยยื่นอุปกรณ์ทั้งหมดพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนให้กับเจ้าหน้าที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้บัตรหมายเลขฝากไว้เพื่อมารับของคืนเมื่อสัมภาษณ์เสร็จ 
6. เจ้าหน้าที่ตรวจกระเป๋า พร้อมแสกนรอบๆตัว 
7. เดินเข้าไปในสถานทูต ยื่นเอกสารให้พนักงาน จากนั้นพนักงานจะให้เอกสารแผ่นเล็กๆ บางคนได้รับสีขาว บางคนได้รับสีเหลือง แตกต่างกัน กรอกชื่อ ที่อยู่ที่ และเบอร์โทรศัพท์ และยื่นบัตรคิวให้
8. นั่งรอ จนกว่าจะมีคนเรียก เมื่อมีคนมาเรียก เดินเข้าไปในห้องเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ 
9. จากนั้นพนักงานจะบอกว่าไปต่อแถวไหน เพื่อสัมภาษณ์ 
10. การสัมภาษณ์นั้นจะมีสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ คำถามส่วนใหญ่ก็จะถามว่า 
  • แนะนำตัว
  • อยู่ทีไหน
  • ไปที่ไหน 
  • ไปกี่วัน 
  • เดินทางวันไหน กลับวันไหน
  • ทำไมถึงเลือกไปเมืองนั้น 
  • จะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง
  • ใครเป็นคนออกเงินให้ 
  • พักที่ไหน กับใคร
  • ไปกี่คน คนเดียว หรือมีเพือนไปด้วย
  • หากมีญาติหรือเพื่อนอยู่ก็จะถามว่าเพื่อนหรือญาติทำอะไรที่อเมริกา อยู่นานแค่ไหน  
  • จากนั้นถามเรื่องการทำงาน ว่าทำงานอะไร ที่ไหน ทำมากี่ปีแล้ว 
  • หากเรียนอยู่ ก็จะถามว่าเรียนทีไหน คณะอะไร จบมาแล้วจะทำอะไร 
  • เคยได้วีซ่าอเมริกาหรือยัง
  • นอกจากนี้ก็จะถามถึงว่าเคยไปเที่ยวประเทศไหนมาบ้าง 
  • เล่าประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวประเทศนั้นๆ 
  • พูดได้กี่ภาษา อะไรบ้าง
  • เคยโดนปฏิเสธวีซ่าไหม
  • พ่อ แม่อยู่ไหน ทำงานอะไร 
11. คอยฟังคำถามให้ดี ตอบให้ชัดเจน หากไม่เข้าใจคำถามขอให้ทวนคำถามอีกรอบ
12. เมื่อสัมภาษณ์เสร็จ เจ้าหน้าที่จะคืนเอกสารบางส่วนให้ แต่จะเก็บใบรับรองการทำงาน จดหมายเชิญไว้ หากวีซ่าผ่านจะไม่คืนพาสปอร์ต 
13. เดินออกสถานทูต อย่าลืมรับของที่ฝากไว้ 
14. กลับบ้านเพื่อรอรับพาสปอร์ตพร้อมวีซ่า ประมาณ 3-5 วันก็จะได้รับวีซ่า บางคนจะได้ 5 ปี หรือ 10 ปี แตกต่างกันไป 
15. ระยะเวลาวีซ่าที่ได้รับ ไม่ได้หมายความว่า สามารถอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ตลอดระยะเวลาที่ได้รับวีซ่า ผู้ขอวีซ่าอเมริกาจะทราบระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตได้จากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินในอเมริกา โดยจะประทับวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศอเมริกาไว้ในหนังสือเดินทาง อาจได้รับ 3-6 เดือน 
16. กรณีที่วีซ่าถูกปฏิเสธผู้ขอวีซ่าจะได้รับใบแจ้งเหตุผล และมีสิทธิที่จะยื่นขอสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา อีกครั้งเมื่อใดก็ได้ ในการสมัครวีซ่าใหม่ ผู้ขอวีซ่ายังคงต้องปฏิบัติตามกระบวนการทั้งหมด กรอกแบบฟอร์มการสมัครใหม่ ชำระค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่าอีกครั้ง 
17. การขอวีซ่าใหม่โดยที่ยังขาดหลักฐานที่หนักแน่นและมีนัยสำคัญที่สามารถแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ของผู้ขอวีซ่า อาจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลการพิจารณาอนุมัติวีซ่าได้

หมายเหตุ: หากสัมภาษณ์ที่เชียงใหม่ ให้ซื้อซองไปรษณีย์ไปก่อนวันสัมภาษณ์ บอกเจ้าหน้าที่ว่าซื้อซองไปรษณีย์เพื่อสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา สามารถซื้อได้ทีไปรษณีย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสาขาแม่ปิง 

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเตรียมเอกสารเพื่อยื่นคำร้องขอวีซ่า การกรอกแบบฟอร์ม DS-160 การเตรียมหลักฐาน และการสัมภาษณ์ สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://thai.bangkok.usembassy.gov 

ตอบทุกข้อสงสัย คลายทุกปัญหาเกี่ยวกับวีซ่าอเมริกา ที่นี่ สำหรับคนที่สนใจข้อมูลการยื่นขอกรีนการ์ดด้วยตนเอง สามารถอ่านรายละเอียดได้ ที่นี่



ขอให้ทุกคนโชคดีได้รับวีซ่าไปท่องเที่ยวอเมริกาอย่างสนุกสนาน