วันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ตัวอย่างจดหมายการรับรองค่าใช้จ่าย (SPONSORSHIP LETTER)


The American Embassy Bangkok
95 Wireless Road,
Bangkok 10330, Thailand




SPONSORSHIP LETTER

I Mr/Mrs………(ชื่อคนที่ออกค่าใช้จ่ายให้เรา)................, do hereby declare that Mr/Ms…………(ชื่อเรา)….................................., born on ……………........... is my…(ใส่ความเกี่ยวข้องว่าเป็นอะไรกัน เช่น ลูก หลาน)…………........... and promise to provide all the necessary financial support needed by him/her to cover his/her expenses for his/her .........ใส่จุดประสงค์ในการเดินทาง เช่น Study/Disney Summer Work Experience 2009 programs in ......... ใส่วันที่ เช่น March – May 2009.

I also declare that in cases of emergency I will compensate for all the losses on his/her behalf that may occur in any unexpected event. I also declare that my son/daughter will not become a liability to the state of the country he/she is going to for her higher education.

Yours sincerely,

Name:…………………………..............................
Address:………………………..............................
…………….……………………............................

Phone number :…………………….......................




Date/Place                                                   Signature

…………………………….                        ………………………………..                         






                       

295 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ6 พฤศจิกายน 2556 02:47

    สวัสดีค่ะ พี่นุ้ย ชื่อกิ๊บนะคะ คือกิ๊บจะขออนุญาตใช้จดหมายตามแบบของพี่เลยนะคะ กิ๊บไม่เก่งภาษาค่ะ และต้องใช้จดหมายรับรองค่าใช้จ่ายฉบับนี้ แฟนกิ๊บเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ค่ะ แต่กิ๊บสงสัยว่า ตรงที่ให้ใส่ความเกี่ยวข้อง ถ้าเป็นแฟนกัน แล้วใส่ตรงนั้นว่า girlfriend ได้เลยเหรอคะ มันจะฟังดูไม่เป็นทางการรึเปล่า หรือควรจะใช้คำอื่นที่มีความหมายเดียวกันคะ แล้วควรใช้คำว่าอะไร ขอคำแนะนำด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขอวีซ่าประเทศไหนคะ และไปท่องเที่ยว หรือเรียน จะได้แนะนำถูกคะ ส่วนใหญ่จดหมายสปอนเซอร์ คนที่จะเป็นสปอนเซอร์จะเป็นพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ครู นายจ้าง คู่หมั้น หรือคู่แต่งงานคะ วีซ่าที่ใช้ก็จะเป็นวีซ่านักเรียน แต่งงาน คู่หมั้น แต่ถ้าไปท่องเที่ยว ควรออกเงินเอง คะ

      วีซ่าท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่จะดูเอกสารของผู้ยื่นเป็นหลัก เพราะถือว่าหากจะเดินทางท่องเที่ยว ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า มีความสามารถในการดูแลช่วยเหลือตัวเอง และมีเงินเก็บพอสมควร หากให้ผู้อื่นออกค่าใช้จ่ายให้ แสดงถึงหลักฐานการทำงานที่ไม่มั่นคง มีผลถึงหลักฐานที่แสดงว่าจะกลับเมืองไทย หากการงานไม่มั่นคง ไม่มีเงินเก็บ อาจละทิ้งงานที่เมืองไทย ไปทำงานที่อเมริกาได้ จะทำให้ผู้ยื่นไม่มีความน่าเชื่อถือได้ แต่หากเป็นนักเรียน ยังไม่มีรายได้ สามารถใช้บัญชีธนาคารของผู้ปกครองได้ ส่วนวีซ่านักเรียน แลกเปลี่ยน เข้าร่วมโครงการ คู่หมั้น แต่งงาน เจ้าหน้าที่ดูบัญชีธนาคารและหลักฐานอื่นๆ ของสปอนเซอร์ประกอบด้วย

      ทางที่ดีที่สุด ใช้บัญชีที่มีเงินเดือนของตัวเองหมุนเวียนตลอดคะ เจ้าหน้าที่เขาไม่ได้ต้องการดูว่าเรามีเงินมากแค่ไหน แต่เขาต้องการเช็คสถานภาพทางการเงินในแต่ละเดือนว่าเรามีเงินเข้ามากน้อยแค่ไหน เก็บมากน้อยแค่ไหน เพียงพอไหมที่จะใช้จ่ายในต่างประเทศในฐานะนักท่องเที่ยวหรือไม่นะคะ

      เขาดูเงินเดือนที่เราได้รับในแต่ละเดือน กับเงินในบัญชีประกอบกันนะคะ หากมีเงินในบัญชีมากกว่าเงินเดือน ควรแสดงที่มาของรายได้ในทางอื่นด้วย เช่น เงินที่ได้มาจากการประกอบธุรกิจอิสระนอกเวลา เงินของขวัญ โบนัสต่างๆ เพราะทางหากเราเอามาใส่เลย เขาก็จะคิดว่าเราจงใจแต่งบัญชี ยืมเงินคนอื่นมาใส่ ทำให้เครดิตเราเสียไปคะ สถานทางการเงิน และความมั่นคงในการงานของเราจะไม่น่าเชื่อถือ ส่งผลให้สถานะที่จะยืนยันว่าเราจะกลับไทยลดความน่าเชื่อถือลงมากคะ หลักๆ แล้วภาระผูกพันที่ไทย เขาจะดูที่หน้าที่การงานคะ ถ้ามั่นคงจริง ยังไงเราก็ต้องกลับมาทำงานอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่มั่นคง ทำงานไป เงินเก็บก็ไม่มี หรือมีน้อย เขาก็จะคิดว่าเรามีโอกาสทิ้งงาน ไม่กลับมาไทยได้คะ

      การคิดเงินในบัญชีว่าเพียงพอหรือไม่ ให้คิดจากจำนวนวันที่เราเดินทางคูณด้วยร้อยเหรียญนะคะ เจ้าหน้าที่เขาถือว่าอยูู่ในต่างประเทศต้องมีเงินอย่างน้อยวันละร้อยเหรียญ จากนั้นบวกค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ รวมเงินที่ใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือเงินติดบัญชีไว้ประมาณหนึ่งหมื่นบาทนะคะ จากนั้นตอนสัมภาษณ์เราก็ต้องสามารถบอกเจ้าหน้าที่ได้ว่า เราจัดการการใช้จ่ายการเงินอย่างไรบ้าง มันจะมีบางครั้งที่เขาถามว่า ใครอออค่าใช้จ่ายให้ คิดว่าเงินจะพอไหม หากไม่พอจะทำอย่างไร หรือมีแผนการเดินทาง การใช้จ่ายอย่างไรบ้าง ประมาณนี้นะคะ เตรียมตอบไว้ก่อนคะ

      ให้ขอเอกสารทั้ง Bank Statement และ Bank Guarantee นะคะ

      หากจะไปเยี่ยมแฟนที่โน่นก็ให้แฟนเขียนจดหมายเชิญ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนมาด้วยนะคะ

      ลบ
    2. ไม่ระบุชื่อ9 พฤศจิกายน 2556 23:51

      กิ๊บจะขอวีซ่าท่องเที่ยวค่ะ กิ๊บมีญาติอยู่ที่อเมริกา จะไปเยี่ยมญาติที่นั่นและมีจดหมายเชิญจากพวกเขาแล้วค่ะ กิ๊บเรียนจบแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำงาน แฟนกิ๊บเขาจะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดน่ะค่ะ กิ๊บเลยเข้าใจว่าใช้จดหมายฉบับนี้ได้ ซึ่งถ้าใช้ในกรณีแฟนไม่ได้ แล้วกิ๊บควรจะเขีบนจดหมายรับรองค่าใช้จ่ายอย่างไรเพื่อใช้ยื่นกับเจ้าหน้าที่คะ

      ลบ
    3. ให้ญาติหรือพ่อ แม่เป็นคนรับรองค่าใช้จ่ายให้ก็ได้นะคะ

      ลบ
    4. หรือถ้าทำงานแล้ว ควรใช้บัญชีของตัวเองคะ วีซ่าผ่านง่ายกว่าคะ ถ้าให้แฟนออกให้ วีซ่าผ่านยากคะ หรือไม่ผ่านเลย

      ลบ
  2. ที่อยู่หัวกระดาษนี่เป็นที่กงสุลเหรอคะ

    แล้วตามข้อความในจดหมายนอกจากใช้เป็นยืนยันเป็นสปอนเซอร์แล้ว สามารถใช้ยืนยันความสัมพันธ์ด้ววยได้ไหมคะ หรือต้องมีจดหมายยืนยันความสัมพันธ์แยกอีก

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ใช่คะที่อยู่สถานทูต ส่วนเอกสารแสดงความสัมพันธ์ต้องแยกอีกชุดคะ เช่น พ่อ แม่ ก็ต้องมีใบเกิดยืนยัน สามีก็ต้องมีทะเบียนสมรสยืนยันคะ

      ลบ
  3. สอบถามเรื่องขอวีซ่าอะคับ ให้สปอนเซอร์เป็นพี่ชาย อะครับแต่ผมเอาเงินพี่ชายไปใส่บัญชีตัวเอง 1 ล้านบาท
    ผมจะไปเรียนภาษา 6 เดือนครับโดยเป็นเงินของพี่ชายนะครับ แล้วก็ทำหนังสือรับรองเงินตัวเองจากธนาคารแล้ว (financial document) ตอนแรกคิดว่ามีเงินก็พอแล้ว แต่เงินเก็บผมไม่ถึงล้านแน่ๆครับ ในกรณีนี้ ควรใช่รับรองเงินพี่ชายแทนใช่ไหมครับ ส่วนเงินเก็บเราโชว์ตามความจริงใช่ไหมครับผม เช่นผมควรมีแค่ 3 แสน แล้ว พี่ชายมีเป็น 1 ล้านบาท หรือเปล่าครับ รบกวนด้วยครับ พี่มีช่องทางติดต่อสื่อสารอื่นไหมครับ รบกวนด้วยครับ ผม :(
    ถ้าพี่สะดวกรบกวนตอบ email ด้วยครับ doubtsmile@gmail.com ขอบคุณมากๆๆๆครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. อันนี้ขอ visa ของอเมริกานะครับ มี i-20 ด้วยครับ

      ลบ
    2. กรณีไปเรียนให้พี่ชาย หรือพ่อแม่เป็นสปอนเซอร์ แสดงบัญชีเงินของเขาได้เลย เราไม่ต้องแสดงบัญชีของเราคะ แล้วก็็แนบใบรับรองการทำงานของสปอนเซอร์ไปด้วยนะคะ

      ของเราแค่เขียนจดหมายแนะนำตัวไปก็พอคะ ว่าทำไมถึงเลือกเรียนคอร์สนี้ เรียนกี่เดือน กี่ปี เรียนแล้วจะกลับมาทำอะไร และต้องแสดงหลักฐานการผูกพันกับประเทศ หลักฐานที่เราจะกลับมาไทยนะคะ เช่น แผนการว่าจบมาแล้วจะทำงานอะไร ทีไหน สัญญาจ้างงาน หรือสัญญาการถือครองที่ดิน ทรัพย์สินต่างๆ ในไทยคะ

      ลบ
    3. มีเฟสบุ๊คไหมคะ ติดต่อได้ทางเฟสบุ๊คคะ keiko_322@hotmail.com

      ลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ1 มกราคม 2557 07:21

    สวัสดีค่ะ ชื่อปิ๊งค่ะ อยากรบกวนถามเรื่องการทำวีซ่าค่ะ แฟนเป็นคนอเมริกัน แต่ตอนนี้ไปทำงานอยู่ที่ประเทศตรืนิแดดและโตเบโก
    อยู่ทวีปอเมรืกาเหนือค่ะ ก็เลยอยากจะไปเยี่ยมเขาที่นั่น แฟนจะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดค่ะ ไม่มราบว่าจะต้องทำเป็นวีซ่าอเมริกาหรือเปล่าค่ะ
    ดิฉันทำงานอยู่ที่สนามบืนสุวรรณภูมิประมาณปีครึ่งค่ะ มีเงินในบัญชีไม่เยอะค่ะประมาณแสนนิดๆค่ะ จะต้องใช้เอกสารอะไรของแฟนบ้างคะ
    รบกวนช่วยแนะนำด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ต้องขอวีซ่าเข้าประเทศที่จะไปเยี่ยมแฟนคะ โดยแฟนจะต้องแนบหนังสือเชิญ จดหมายรับรองการทำงาน เอกสารทางการเงิน Bank Statement Bank Guarantee มาเพื่อใช้ในการยื่นเรื่องขอวีซ่าคะ

      ลบ
  5. สวัสดีค่ะ อยากทราบว่าให้น้าเป็นสปอนเซอร์ได้ไหมคะ
    น้าใช้นามสกุลเก่าของแม่อ่ะค่ะ แล้วต้องใช้หลักฐานอะไรของน้าเพิ่มเติมอีกมั้ยคะ

    แล้วถ้าหนูให้น้าโอนเงินเข้าบัญชีหนู แล้วแนบสลิปที่โอน บวกกับเขียนจดหมาย อธิบายว่าน้าโอนเงินให้เพื่อใช้ในการเดินทางครั้งนี้จะได้ไหมคะ ขอบคุณมากค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ให้น้าเป็นสปอนเซอร์ให้ได้เลยคะ แต่ต้องเตรียมตอบคำถามให้ได้ว่า ทำไมไม่ให้พ่อแม่เป็นสปอนเซอร์ และทำไมน้าเต็มใจออกเงินให้เรามากมายขนาดนั้น ประมาณนี้นะคะ

      ลบ
    2. คนที่เป็นสปอนเซอร์ต้องขอ Bank Statement และ Bank Guarantee จากธนาคาร พร้อมแนบบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือรับรองการทำงานที่ระบุตำแหน่งงาน ระยะเวลาที่ทำงาน เงินเดือน โบนัส และเขียนจดหมายรับรองว่าเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ โดยออกค่าใช้จ่ายเพื่ออะไร เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ และระยะเวลานานแค่ไหน

      ลบ
    3. จะขอวีซ่าอังกฤษค่ะ ไปพักกับเพื่อน ให้เพื่อนออกจดหมายเชิญให้ ตอนนี้หนูเป็นนักศึกษาอยู่ค่ะ หนูจะยื่นบัญชีตัวเองด้วย มีเงินในบัญชีประมาณ 6x,xxx มาจากทุนการศึกษาค่ะ หนูต้องเขียนอธิบายที่มาของเงินมั้ยคะ ถ้าต้องเขียนพี่พอมีตัวอย่างมั้ยคะ

      ลบ
    4. ที่จริงเอาของพ่อแม่ก็ได้นะคะ เพราะถือว่าเราเป็นนักศึกษาอยู่ ไม่มีรายได้ พ่อแม่ออกเงินให้เป็นเที่ยวได้ ไม่เป็นไรคะ

      ถ้าเป็นทุนการศึกษาต้องมีหนังสือรับรองจากต้นสังกัดที่ให้ทุนเรานะคะว่าเป็นผู้มอบทุนนี้ให้ เป็นจำนวนเท่าไหร่ และให้ผ่านบัญชีนี้

      และอาจผ่านยากคะ เพราะเป็นทุนที่เขาให้มาสำหรับการศึกษา เจ้าหน้าที่ก็จะคิดว่าเราควรเก็บไว้เรียนมากกว่าท่องเที่ยว ถือว่าไม่มีความมั่นคงทางการเงินเพียงพอคะ

      หรือหากจะลองใช้บัญชีตัวเอง ร่างจดหมายเป็นภาษาอังกฤษมาก่อนก็ได้นะคะ เดี๋ยวพี่ช่วยดูให้ ใจความก็จะประมาณว่า เราเป็นใคร อายุเท่าไหร่ เรียนที่ไหน เคยไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง หมายถึงต่างประเทศนะคะ แล้วครั้งนี้จะไปเมืองไหน กี่วัน พักที่ไหน กลับไทยเมื่อไหร่ ต่อมาก็บอกว่าเราออกเงินเอง โดยมีเงินในบัญชีจำนวนนี้ มาจากทุนการศึกษา ใครให้ก็ว่าไปคะ (พร้อมแนบเอกสารที่ระบุหรือยืนยันว่าเราได้รับทุน) จากนั้นก็สรุปคะว่าเราคาดว่าจะได้อะไรจากไปเที่ยวครั้งนี้

      ลบ
    5. ตัวอย่างนะคะ http://ready2gointer.blogspot.com/2012/03/blog-post_101.html

      ลบ
    6. พี่คะคือหนูว่าจะยื่นบัญชีตัวเองด้วย แล้วก็ให้น้าเป็นสปอนเซอร์ด้วยอ่ะค่ะ เพราะน้าจะออกค่าใช้จ่ายบางส่วนให้ พ่อแม่หนูรับราชการค่ะแต่ไม่ค่อยมีเงินเหลือติดบัญชีเท่าไหร่น่ะค่ะ ส่วนน้าเปิดร้านทำผม มีใบจดทะเบียนร้านค่ะ หรือหนูควรจะให้น้าโอนเงินส่วนนั้นเข้าบัญชีหนูเองเลยคะ แล้วเขียนจดหมายรับรอง บอกว่าโอนเพื่อใช้ในการท่องเที่ยวครั้งนี้
      ส่วนเรื่องทุนการศึกษาหนูได้ทุนรัฐบาล แต่เบิกผ่านทางมหาวิทยาลัย คือหนูไปเบิกเองแล้วเอามาฝากเข้าบัญชีตัวเองที่หลังอ่ะค่ะ ยังงี้ต้องชี้แจงมั้ยคะ
      ป.ล. เดี๋ยวหนูจะลองร่างจดหมายแนะนำตัวมาให้พี่ช่วยดูนะคะ ขอบคุณมากค่ะ :D

      ลบ
    7. พี่คะ หนูขอส่งเอกสารให้พี่แก้ให้ทางอีเมลนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

      ลบ
    8. ให้น้าเป็นสปอนเซอร์อย่างเดียวก็ได้คะ ไม่มีปัญหาคะ ค่อยๆ โอนเงินที่เรามีอยู่เข้าบัญชีน้าด้วยก็ได้คะ น่าเชื่อถือกว่าการเป็นสปนอนเซอร์ด้วยตัวเองคะ เพราะเจ้าหน้าที่ถือว่าเรายังเรียนอยู่ ไม่มีรายได้

      ส่วนเอกสารส่งมาทางเมลล์ได้เลยคะ เดี๋ยวจะลองดูให้นะคะ nantapornv@gmail.com

      ลบ
  6. รบกวนสอบถามค่ะ ต้องการขอวีซ่าไปอเมริกา ซึ่งต้องการไปเยี่ยมสามีเนื่องจากไปทำการผ่าตัดรักษาตัวเกี่ยวกับมะเร็งที่นั่น โดยปกติสามีทำธุรกิจอยู่ที่ประเทศไทย และทำงานที่บริษัทเดียวกันซึ่งสามีเป็นเจ้าของ แต่ดิฉันอยู่กับสามีโดยที่ไม่ได้มีการแต่งงานหรือจดทะเบียนสมรส อยู่ด้วยกันมา 3 ปีกว่า ดิฉันมีลูกติด 2 คนซึ่งนำมาเรียนที่กรุงเทพและทางสามีต้องการที่จะให้พาลูกๆไปด้วย และมีลูกสาวของแฟนกับภรรยาเก่าของเขาซึ่งถือ 2 สัญชาติที่ต้องการจะให้ไปเรียนต่อที่นั่น เช่นนี้แล้วนอกจากจดหมายเชิญและเหตุผลที่เขาต้องการให้เราไปอเมริกาแล้ว ยังต้องทำจดหมายยืนยันการเป็นสปอนเซอร์อีกหรือไม่คะ และในการกรอกแบบฟอร์ม DS-160 จะต้องใส่สถานะของสามีว่าอย่างไรดี ระหว่างคู่สมรส กับ อื่น ๆ และการกรอกแบบฟอร์มจะต้องกรอกของลูกแยก หรือรวมในชุดเดียวกับเราได้คะ ขอบพระคุณมากค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. - ต้องมีจดหมายรับรองแพทย์ของสามีว่ารักษาตัวอยู่ทีไหน เป็นอะไร อยู่นานแค่ไหนประมาณนี้คะ พร้อมกับจดหมายเชิญระบุชื่อคนที่จะเชิญคือเรา และลูกๆ และระบุว่าสามีเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ โดยแนบเอกสารการเป็นเจ้าของบริษัท เอกสารทางการเงิน บัญชีธนาคารไปด้วยคะ
      - ส่วนถ้าไม่ได้จดทะเบียน ตอนกรอกก็กรอกอื่นๆ ไปคะ ตอนสัมภาษณ์ก็บอกว่าเป็นสามีภรรยากัน แต่ไม่ได้จดทะเบียนคะ เอารูปถ่ายเรากับสามีที่เคยเที่ยวหรือทำกิจกรรมด้วยกันติดไปด้วยนะคะ
      - การกรอกแบบฟอร์มต้องกรอกแยกคะ แต่ใช้เอกสารอื่นๆ ร่วมกันได้คะ ลูกต้องมีใบลาจากโรงเรียนด้วยนะคะ
      - ส่วนลูกสาวที่มีสัญชาติอเมริกันไม่ต้องขอวีซ่า หากมีพาสปอร์ตอเมริกันเดินทางเข้าประเทศได้เลยคะ หากไม่มีก็ต้องทำเรื่องก่อนนะคะ

      ลบ
  7. ไม่ระบุชื่อ5 กุมภาพันธ์ 2557 11:00

    รบกวนสอบถามเรืองขอวีซ่า F1 ค่ะ
    คือดิฉันทำงานมา 10ปี มีเงินเก็บประมาณ 600,000 จะลาไปเรียนภาษา 6 เดือน มีหนังสือรับรองจากบริษัทฯ สามารถปอนเซอร์ตัวเองได้หรือไม่คะ หรือให้คุณอาที่รับราชการเป็นสปอนเซอร์ ดีกว่าคะ เนื่องจากคุณพ่อเสียชีวิตแล้ว

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ถ้ามีงานทำ มีเงินเก็บพอสมควร เป็นสปอนเซอร์ให้ตัวเองได้เลยคะ

      ลบ
  8. รบกวนสอบถามครับ
    พอดีผมพึ่งจะแต่งงานแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แล้วอยากจะไปฮันนีมูนที่ อเมริกาแล้วภรรยาจะช่วยเป็นสปอนเซอให้ แล้วจะมีจดหมายรับรองงานจากบริษัท อยากทาราบว่าจะต้องใช้อะไรอีกบ้างครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เอกสารรับรองทางการเงิน เอกสารรับรองจากที่ทำงาน เอกสารลางาน และเอกสารแสดงความสัมพันธ์ว่าเป็นสามี ภรรยา เช่น การถือครองธุรกิจ ที่ดิน อสังหริมทรัพย์ หรือทำธุรกิจร่วมกัน หรือถือบัญชีร่วมกันคะ

      ลบ
  9. สวัสดีคะ
    ขอคำแนะนำด้วยค่ะ
    คือหนูทำเรื่องจะไปเรียนภาษา โปรแกรม ESL ที่ U of Regina Canada ซึ่งมีญาติที่นั้นค่ะ และจะพักกับญาติที่นั้น ซึ่งญาติหนู เขาได้ citizen แล้ว และตอนนี้รัฐบาลที่นั้นเขาเลี้ยง ปัญหาที่หนูอยากสอบถามคือ
    1. หนูรู้แค่รู้จักแค่ที่เรียน ใบสมัคร แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เริ่มจากตรงไหน ต้องเตรียมหรือ มีเอกสารอะไรบ้างน่ะคะ
    2. จะให้ญาติเป็น sponsor ให้ได้มั้ย จะมีปัญหาอะไรมั้ยคะ เพราะเขาไม่มีรายได้ มีแต่รายได้จากรัฐบาลที่จ่ายให้
    3. ถ้าเราจะยืมสเตทเม้นของคนอื่น( สเตทเม้นพ่อกับแม่ไม่สวยงามนัก) ซึ่งเป็นนายจ้าง /หรือเป็นญาติห่างๆ คนละนามสกุล จะได้มั้ยคะ หรือได้ แล้วต้องทำอะไรบ้างคะ
    4.เอกสารที่จะยื่นกับทางโรงเรียนส่งไปเอง หรือให้ญาติไปยื่นให้ อันไหนดีกว่ากันคะ
    ขอบคุณมากล่วงหน้านะคะ
    ยังไงรบกวนให้คำตอบทางอีเมล์ก็ได้นะคะ Nbluemermaid@gmail.com

    ตอบลบ
  10. ไม่ระบุชื่อ8 กุมภาพันธ์ 2557 20:28

    จะขอวีซ่า J-1 อเมริกา แม่เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้
    จะถามว่าหนังสือรับรองการทำงานต้องเขียนรูปแบบไหนค่ะ แม่มีอาชีพทำสวน

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. มีใบรับรองโฉนดที่ดินที่เราทำสวนเปล่าคะ เอาใบนั้นไปแสดง พร้อมบัญชีรายจ่าย และเอกสารทางการเงินของแม่ไปแสดงได้เลยคะ มีรูปถ่ายตอนทำงานติดไปด้วยก็ดีคะ

      ลบ
  11. คุณนุ้ย
    ขอสอบถามเกี่ยวกับสปอนเซอร์นะคะ อยากไปเรียนภาษาที่อเมริกา (แอตแลนต้า) มีพี่ชายอยู่ที่นั่น แต่พี่ชายจะให้เพื่อนที่เป็นคนอเมริกันเป็นสปอนเซอร์ให้ แล้วจะระบุความสัมพันธ์อย่างไรในการเป็นสปอนเซอร์ให้ ทำได้ด้วยเหรอค่ะ ช่วยแนะนำด้วยค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ส่วนใหญ่คนที่เป็นสปอนเซอร์ได้ ต้องมีความสัมพันธ์กันทางตรงนะคะ เช่น พ่อ แม่ ปู่ย่าตายาย ญาติ หรือบริษัทส่งให้ไปเรียนเพิ่มเติม วีซ่าจึงจะผ่านง่ายคะ ถ้าเป็นคนอื่นๆ ต้องระบุเหตุผลที่น่าเชื่อถือว่า ทำไมเขาถึงมาเป็นสปอนเซอร์ให้เรานะคะ แต่จะผ่านยากคะ แนะนำให้เป็นคนใกล้ตัวจะดีกว่าคะ

      ลบ
  12. ไม่ระบุชื่อ3 มีนาคม 2557 08:05

    รบกวนสอบถามพี่นุ้ยค่ะ
    คือเป็นนักศึกษาอยู่ปี 2 จะไปเยี่ยมโฮสแฟมมิลี่ ค่ะ
    แล้วทีนี้เอกสารสปอนเซอร์อะค่ะ คุณพ่อเป็นวิศวกร (รับเหมาต่างๆ)จดทะเบียนบริษัทเป็นชื่อคุณพ่อ
    ส่วนคุณแม่จะช่วยดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย ดูแลบัญชี ดังนั้นเงินในบัญชีคุณแม่จะเข้าออกมากกว่าคุณพ่อมากเลยค่ะ
    จึงอยากจะให้คุณแม่เป็นสปอนเซอร์ให้ แต่ติดอยูที่ว่า พวกเอกสารรับรองการทำงานนี่จะออกยังดีค่ะ ให้คุณพ่อออกให้แม่ หรือว่ายังไงค่ะ ? เหมือนช่วยกันทำงานค่ะ แต่เอกสารจดทะเบียนเป็นชื่อคุณพ่อ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

      ลบ
    2. ใช้เอกสารรับรองงานของพ่อ ส่วนบัญชีถ้าของพ่อมีเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก็ใช้ของพ่อได้เลย แต่ถ้าไม่พอก็แนบของแม่ไปด้วยก็ได้คะ

      ลบ
  13. ไม่ระบุชื่อ16 มีนาคม 2557 07:41

    รบกวนสอบถามค่ะ พอดีจะไปเรียนภาษาที่อเมริกา 6 เดือนค่ะ หรืออาจน้อยกว่านั้น เพราะต้องกลับมาสมัครเรียน ป.โทที่ไทยค่ะ ยายเป็นสปอนเซอร์ค่ะ ยายกับตาทำรับเหมาถมดินค่ะ และมีบ้านเช่า แต่ไม่ได้จดทะเบียนทั้งสองอย่างเลยค่ะ ส่วนบ้านเช่า เราใช้เก็บเป็นเงินสดเอาค่ะ ตอนนี้หลักฐานที่มีคือ แบงค์สเตทเมน และใบรับรองสถานะทางการเงินค่ะ หนูต้องหาหลักฐานอะไรเพิ่มเติมบ้างค่ะ เพื่อให้วีซ่าผ่านง่ายขึ้น

    จริงๆหนูจะให้แม่เป็นสปอนเซอร์ด้วย แม่หนูทำงานอยู่ที่ห้างแห่งหนึ่งตำแหน่งไม่ใใหญ่โตค่ะ เงินเดือนประมาณ เก้าพัน แต่เมื่อก่อนแม่หนูเป็นเซลล์ค่ะ แต่มีน้องเล็กเลยต้องลาออกจากงาน แม่มีเงินอยู่จำนวนหนึ่งค่ะ มากเกินกว่าที่เค้ากำหนด หนูเคยให้แม่ไปขอใบรับรองการทำงานมาค่ะ แต่เค้าไม่ทำให้เหตุผลเค้าบอกว่า ลูกคุณไปเรียนคุณไม่ได้ไปเรียน ไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารคุณ แล้วเค้าก็กลัวแม่เอาไปค้ำประกันหนูอะค่ะ เค้าให้เหตุผลมาแบบนี้ แม่หนูเลยบอกว่าเดี๊ยวจะลองไปขอให้อีกทีแต่คราวนี้ถ้าเค้าสงสัย แม่จะให้โทรคุยกับหนูค่ะ หนูก็โอเคร

    หนูอยากรู้ว่าถ้าเค้าไม่ออกใบรับรองการทำงานให้ควรทำอย่างไรต่อไป ใบรับรองการทำงานเป็นภาษาไทยได้หรือไม่

    รบกวนด้วยนะคร๊ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

      ลบ
    2. ใบรับรองการทำงานต้องเป็นภาษาอังกฤษคะ ส่วนเอกสารของตายาย ควรมีเอกสารที่รับรองว่าทำงานหรือธุกริจนั้น เช่น สัญญาจ้างงาน บัญชีรายรับ รายจ่าย เอกสารการเป็นเจ้าของรถ หรืออุปกรณ์ที่ใช้รับเหมาถมดิน พร้อมแสดงบัญชีธนาคารขอธุรกิจ เอารูปถ่ายไปประกอบด้วยก็ดีคะ เจ้าหน้าที่จะได้เห็นภาพ

      ส่วนถ้าให้ตายายเป็นสปอนเซอรฺ์แล้ว ไม่ต้องใช้ของแม่ก็ได้คะ ใช้แค่ตายายก็พอคะ

      ลบ
  14. สวัสดีค่ะ กราบรบกวนร่างหนังสือรับรองที่นายจ้างเป็นสปอนเซอร์ให้ รับรองเพื่อส่งไปศึกษาต่อเป็นเวลา5เดือน ที่ซิสนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ให้หน่อยค่ะ

    พอดีไม่ชำนาญเรื่องเอกสารเลยค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ

    nenejabow@gmail.com

    ตอบลบ
  15. ไม่ระบุชื่อ22 มีนาคม 2557 03:03

    รบกวนสอบถามนะคะ พอดีเพื่อนไปยื่นวีซ่าเพื่อท่องเที่ยวที่ออสเตรเลีย แล้วไม่ผ่านจากเหตุผลว่ายื่น Bank Statement ที่เงินไม่ Flow ตลอดแต่ดันมีเงินก้อนใหญ่เข้าไปก่อนไปยื่นขอวีซ่า จึงถูกทำการปฏิเสธวีซ่า ทั้ง ๆ ที่มีสปอนเซอร์ที่ออสเตรเลียที่สามารถให้ที่อยู่อาศัยได้ตลอดการท่องเที่ยวประาณ 10 วัน (ทางสถานฑูตเช็ตแล้วด้วยค่ะ) ที่นี้ ถ้าเราซึ่งเป็นเพื่อนที่กำลังเดินทางไปเที่ยวพร้อมกันจะทำการสปอนเซอร์ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวให้ได้ไม๊คะ รวมทั้งสปอนเซอร์ที่ออสเตรเลีย (เพื่อนที่เป็น citizen) ที่จะให้ที่พักอาศัยกับเราทั้งคู่ด้วย จะมีความเป็นไปได้ในการผ่านมากน้อยแค่ไหนคะ ขอบคุณมากค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เรียนหรือทำงานคะ

      วีซ่าท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่จะดูเอกสารของผู้ยื่นเป็นหลัก เพราะถือว่าหากจะเดินทางท่องเที่ยว ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า มีความสามารถในการดูแลช่วยเหลือตัวเอง และมีเงินเก็บพอสมควร หากให้ผู้อื่นออกค่าใช้จ่ายให้ แสดงถึงหลักฐานการทำงานที่ไม่มั่นคง มีผลถึงหลักฐานที่แสดงว่าจะกลับเมืองไทย หากการงานไม่มั่นคง ไม่มีเงินเก็บ อาจละทิ้งงานที่เมืองไทย ไปทำงานที่อเมริกาได้ จะทำให้ผู้ยื่นไม่มีความน่าเชื่อถือได้ แต่หากเป็นนักเรียน ยังไม่มีรายได้ สามารถใช้บัญชีธนาคารของผู้ปกครองได้ ส่วนวีซ่านักเรียน แลกเปลี่ยน เข้าร่วมโครงการ คู่หมั้น แต่งงาน เจ้าหน้าที่ดูบัญชีธนาคารและหลักฐานอื่นๆ ของสปอนเซอร์ประกอบด้วย

      ทางที่ดีที่สุด ใช้บัญชีที่มีเงินเดือนของตัวเองหมุนเวียนตลอดคะ เจ้าหน้าที่เขาไม่ได้ต้องการดูว่าเรามีเงินมากแค่ไหน แต่เขาต้องการเช็คสถานภาพทางการเงินในแต่ละเดือนว่าเรามีเงินเข้ามากน้อยแค่ไหน เก็บมากน้อยแค่ไหน เพียงพอไหมที่จะใช้จ่ายในต่างประเทศในฐานะนักท่องเที่ยวหรือไม่นะคะ

      เขาดูเงินเดือนที่เราได้รับในแต่ละเดือน กับเงินในบัญชีประกอบกันนะคะ หากมีเงินในบัญชีมากกว่าเงินเดือน ควรแสดงที่มาของรายได้ในทางอื่นด้วย เช่น เงินที่ได้มาจากการประกอบธุรกิจอิสระนอกเวลา เงินของขวัญ โบนัสต่างๆ เพราะทางหากเราเอามาใส่เลย เขาก็จะคิดว่าเราจงใจแต่งบัญชี ยืมเงินคนอื่นมาใส่ ทำให้เครดิตเราเสียไปคะ สถานทางการเงิน และความมั่นคงในการงานของเราจะไม่น่าเชื่อถือ ส่งผลให้สถานะที่จะยืนยันว่าเราจะกลับไทยลดความน่าเชื่อถือลงมากคะ หลักๆ แล้วภาระผูกพันที่ไทย เขาจะดูที่หน้าที่การงานคะ ถ้ามั่นคงจริง ยังไงเราก็ต้องกลับมาทำงานอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่มั่นคง ทำงานไป เงินเก็บก็ไม่มี หรือมีน้อย เขาก็จะคิดว่าเรามีโอกาสทิ้งงาน ไม่กลับมาไทยได้คะ

      การคิดเงินในบัญชีว่าเพียงพอหรือไม่ ให้คิดจากจำนวนวันที่เราเดินทางคูณด้วยร้อยเหรียญนะคะ เจ้าหน้าที่เขาถือว่าอยูู่ในต่างประเทศต้องมีเงินอย่างน้อยวันละร้อยเหรียญ จากนั้นบวกค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ รวมเงินที่ใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือเงินติดบัญชีไว้ประมาณหนึ่งหมื่นบาทนะคะ จากนั้นตอนสัมภาษณ์เราก็ต้องสามารถบอกเจ้าหน้าที่ได้ว่า เราจัดการการใช้จ่ายการเงินอย่างไรบ้าง มันจะมีบางครั้งที่เขาถามว่า ใครอออค่าใช้จ่ายให้ คิดว่าเงินจะพอไหม หากไม่พอจะทำอย่างไร หรือมีแผนการเดินทาง การใช้จ่ายอย่างไรบ้าง ประมาณนี้นะคะ เตรียมตอบไว้ก่อนคะ

      ให้ขอเอกสารทั้ง Bank Statement และ Bank Guarantee นะคะ

      ลบ
    2. ไม่ระบุชื่อ23 มีนาคม 2557 11:27

      พี่คะ ไปออสเตรเลีย เพื่อท่องเที่ยวค่ะ ไม่ได้เดินทางไปอเมริกาค่ะ / อย่างไรก็ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ

      ลบ
  16. พี่คะหนูรบกวนถามหน่อยคะ พอดีจะขอยื่นวีซ่าเยื่ยมเยือนแฟนที่ประเทศเยอรมันอะคะแฟนเปนคนออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด จะไปประมาน 2 เดือน หนูมีคำถามดังนี้นะคะ
    1. ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างคะที่เป็นของแฟน ที่เค้าจะต้องส่งมาให้เรา ?
    2. เวลาที่แฟนจะทำใบเชิญหรือเอกสารต่างๆ ใช้ภาษาอะไรคะ อังกฤษหรือเยอรมันได้เลย ?
    3. จำเป็นต้องนัดทำเอกสารที่สถานฑูตของไทยที่เยอรมัน หรือแฟนหนูสามารถก็อปเอกสารมาจากอินเตอรเนตได้เลยคะ ?

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. มีหนังสือเชิญ สำเนาพาสปอร์ต สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หรือเอกสารการเช่าห้องพัก อกสารการทำงาน และเอกสารทางการเงิน เช่น Bank Statement

      ต้องทำหนังสือเชิญเป็นภาษาเยอรมันคะ

      ลบ
    2. อ่านเพิ่มเติมที่นี่นะคะ
      http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/2008/01/H6219548/H6219548.html

      ลบ
    3. นังสือเชิญมีสองแบบ แบบแรกเขียนหนังสือเชิญเป็นการส่วนตัวเป็นภาษาเยอรมัน ในหนังสือต้องระบุ ชื่อ นามสกุล วัน เดือน ปีเกิด เลขที่หนังสือเดินทางของผู้ถูกเชิญ ส่งไปให้ผู้ถูกเชิญพร้อมกับภาพถ่ายหนังสือเดินทางหน้าที่มีชื่อ กับหน้าที่ประทับตรา Aufenthalserlaubnis และทะเบียนบ้านขอที่ Rathaus
      ในกรณีนี้ผู้ถูกเชิญจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางเอง
      หนังสือเชิญอีกแบบ เรียกว่า die Verpflichtungserklärung (Formal Obligation) ต้องไปทำที่ Rathaus ใช้เอกสารหลายอย่าง ควรโทรฯไปสอบถามก่อนว่า ต้องใช้หลักฐานเอกสารอะไรไปแสดงบ้าง บางแห่งต้องนัดหมายเวลาทำหนังสือเชิญนี้ล่วงหน้า
      ดูรายละเอียดเพิ่มเติมการขอวีซ่าได้จากเว็บ สอท เยอรมัน กรุงเทพฯ WWW.Bangkok.diplom.de

      ลบ
  17. สวัสดีค่ะ อยากจะสอบถามเรื่องการขอวีซ่าคือมี แพลนจะไปเที่ยวเมกากับไปเยี่ยมญาติ กับน้องอายุ 18 ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ส่วนตัวดิฉันเพิ่งจบปี 2 มีป้าอยู่เมกาเค้าได้เขียนบัตรเชิญอะไรสักอย่างมาให้แล้วค่ะแต่หนูกลัวขอไม่ผ่านเพราะมีญาติบอกมาว่าถ้าไม่มีผู้ใหญ่ไปด้วยไปกันแต่เด็กยังไงก็ขอไม่ผ่าน จึงกังวล ก็เลยจะให้แม่ของน้องที่จะไปด้วยกันไปขอพร้อมกันแต่ไม่มีบัตรเชิญจากป้าเพราะของหนูกับน้องป้าได้ฝากพี่ชายหนูมาให้หนูแล้ว
    1 บัตรเชิญจากป้าจะมีส่วนสำคัญมั๊ยคะ
    2 ตัวดิฉันกับน้องต้องมีเอกสารอะไรเพิ่มเติมมั๊ย ?
    - ดิฉันมีทรานสคริปและใบรับรองจากมหาวิทยาลัยเรียบร้อย+บัตรเชิญจากป้า

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. จดหมายเชิญก็มีความสำคัญในระดับหนึ่งคะ เจ้าหน้าที่จะพิจารณาจากเอกสารส่วนตัวของผู้ยื่นเป็นหลักก่อน เช่น เอกสารลางาน ใบรับรองงาน เงินในบัญชี จากนั้นถ้าเขาถามเราว่าไปอเมริกาทำไม ถ้าเราบอกว่าไปเยี่ยมญาติ เราก็ควรมีเอกสารยืนยันคะ

      น้องต้องมีใบจากอาจารย์คะ และเอกสารการรับรองการเป็นนักเรียน หรือนักศึกษาที่ออกจากโรงเรียนที่เรียนอยู่

      อื่นๆ ก็จะเป็นเอกสารรับรองทางการเงิน แผนการเดินทาง

      ลบ
  18. 1 น้องเพิ่งจบ ม.6 ก็นำใบรับรองมาจาก รร. อย่างเดียวใช่มั๊ยคะ ?
    2 พ่อเป็นคนจัดการค่าใช้จ่ายทั้งหมด ต้องเขียนจดหมายสปอนเซอร์แบบข้างต้นมั๊ยคะ?
    3 มีคนบอกว่าเราทั้งคู่เป็นเด็กและไม่มีผู้ใหญ่ไปขอวีซ่าด้วย วีซ่าไม่น่าจะผ่าน ส่วนตรงนี้มีโอกาสในการผ่านวีซ่ามากน้อยแค่ไหนคะ ?

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ต้องมีเอกสารยืนยันว่าจะกลับไทยคะ เช่น เข้ามหาวิทยาลัย หรือเรียนต่อ ประมาณนี้คะ ส่วนถ้าให้พ่อจัดการค่าใช้จ่าย ต้องมีจดหมายสปอนเซอร์ด้วยคะ

      ถ้าเด็กทั้งคู่ วีซ่าผ่านยากคะ หรือไม่ผ่านเลย ต้องมีผู้ใหญ่ไปด้วยคะ

      ลบ
  19. ถ้ามีปัญหาไร ขอปรึกษาทางเฟสบุ๊คแทนได้มั๊ยคะ

    ตอบลบ
  20. สวัสดีค่ะ รบกวนถามหน่อยค่ะพี่ ช่วยหนูด้วยนะคะ
    ตอนนี้หนูถือวีซ่าท่องเที่ยวอยู่ค่ะ กำลังจะขาดตอนกันยา ตอนแรกหนูคิดว่าจะเข้าเรียนตอนมกราปี2015 deadline ปิดรับสมัครวันที่ Nov 1 ค่ะ แต่พอคุยกะเพื่อนอีกคนหนึ่ง เขาบอกว่า เขาถูกปฏิเสธจากการเปลี่ยนท่องเที่ยวมาเป็นวีซ่านักเรียนเพราะวีซ่าขาดก่อนโรงเรียนเปิด 30วัน อย่างนี้ หนูก็เข้าเรียนตอนspring(เพื่อจะทำงานเก็บเงิน) ไม่ได้ใช่ไหมคะ ถ้าเป็นอย่างนี้ หนูควรสมัครเรียนช่วง Fall ซึ่งจะเปิดตอน สิงหาคมนี้ ก่อนวีซ่าหนูขาดใช่ไหมคะ

    ขออีกคำถามคะพี่ บัญชีแม่หนูเลขไม่ถึงที่รร.ขอค่ะ แม่ก็เลยเอาบ้านไปเข้าธนาคารเพื่อเอาสเตทเม้นมาโชว์ให้อ่ะค่ะ แต่ว่า deadline for Fall Semester มัน June 1 ค่ะ แม่เพิ่งได้เงินมาโชว์ตอนAprilนี้อ่ะค่ะ มันแค่เดือนนิดๆ แต่รร.เขาขอ หกเดือนย้อนหลัง อย่างนี้หนูควรจะไปขอยืมสเตทเม้นเพื่อนแม่ที่เขาเป็นสารวัตรมาดีไหมคะ อ่อ ลืมบอกพี่ค่ะ ว่าหนูอยู่ virginia ค่ะตอนนี้ กะว่าจะเปลี่ยนวีซ่าที่นี่เลย พี่ว่ามันจะง่ายกว่าไหมคะ แล้วหนูควรเตรียมเอกสารอะไรให้คุณลุงเพื่อนแม่เตรียมส่งมาให้บ้างคะ

    ขอบคุณมากค่ะพี่นักเขียน พี่ใจดีมาก สิ่ดีดีจะเกิดกับพี่ตลอดไปค่ะ :)

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ถ้าจะเปลี่ยนสถานภาพวีซ่า ต้องรีบๆ เลยนะคะ ถ้าวีซ่าขาดไปแล้วจะลำบาก ได้ไปติดต่อโรงเรียนหรือยังคะ ก่อนอื่นต้องไปติดต่อโรงเรียน ยื่นขอ ยื่น statement หกเดือนย้อนหลัง ขอ I-20

      ก่อนหน้าเปิดภาคเรียน จะต้องยื่นแบบฟอร์ม I-539 และ I-20 ไปที่ Department of Homeland Security Office เพื่อเปลี่ยนสถานะภาพวีซ่าจากนักท่องเที่ยว(B1/B2) เป็นวีซ่านักเรียน(F-1)

      เราจะยังลงทะเบียนเรียนไม่ได้ ถ้าการเปลี่ยนสถานะภาพวีซ่ายังดำเนินการไม่แล้วเสร็จนะคะ เพราะฉะนัั้นพี่แนะนำให้รีบทำเลยคะ

      ถ้าแม่ไม่ได้จริงๆ ให้ลุง ป้า น้า อา หรือญาติเราช่วยเป็นสปอนเซอร์ให้ก็ได้คะ สปอนเซอร์ควรจะเป็นญาติคะ ที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับเรา

      พอได้สปอนเซอร์แล้ว ก็ให้เขาส่ง Bank Statement and Bank Guarantee มาคะ

      แต่เราต้องเตรียมใจไว้อย่างนะคะ คือ ถ้ายื่นเรื่องไม่ผ่าน เราต้องเดินทางออกนอกประเทศทันทีนะคะ การยื่นเปลี่ยนสถานภาพที่อเมริกามันง่ายจริง แต่มันก็เสี่ยงอยู่นะคะ

      ลบ
    2. ขอบคุณมากค่ะพี่นุ้ยสำหรับคำแนะนำ :) แต่หนูมีปัญหาเรื่องสเตทเม้นจริงๆค่ะพี่นุ้ย คือญาติๆ หาเช้ากินค่ำอ่ะค่ะ มีแม่หนูพอมีพอกินไม่ลำบากยากเข็นสุดแล้วค่ะ พี่นุ้ยว่าถ้าเอาสเตทเม้นของคุณลุงเพื่อนแม่มาเสริม จะโอเคไหมคะ หรือหนูควรต่อวีซ่าท่องเที่ยวไปก่อนอีกรอบนึงดี แล้วพอแม่หนูมีเงินเดินในสเตทเม้นสัก6เดือนก็ให้ส่งมาให้หนูทำเรื่องขอวีซ่าต่อพยาบาลที่นี่ พี่ยุ้ยว่าอย่างนี้จะพอมีหวังกว่าไหมคะ หรือพี่ไม่แนะนำเลย เพราะต่อวีซ่าท่องเที่ยวสองรอบ แล้วเปลี่ยนเป็นวีซ่านักเรียน มันจะดูมีเจตนาว่าจะอยู่ที่นี่ ไม่กลับ เกินไปหรือเปล่าคะ ขอบคุณมากค่ะพี่นุ้ย

      ลบ
    3. คืออย่างนี้คะ ถ้าเราต่อวีซ่าท่องเที่ยวแล้ว เวลาจะทำวีซ่าอย่างอื่นหลังจากนัั้น เช่นนักเรียน มันจะผ่านยากมากๆ คะ เพราะเหมือนเราจงใจต่อวีซ่าเพื่ออยู่ที่อเมริกาเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่เขาก็จะไม่ให้ผ่าน และจะทำให้เราเข้ามาอเมริกาครั้งต่อไปยากมากคะ

      ให้แม่ยืมเงินเพื่อน ค่อยๆ โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเรื่อยๆ ทีละนิด ทีละหน่อยนะคะ น่าจะพอช่วยได้ หลังจากนั้นลองขอต่อวีซ่านักเรียนดูคะ

      ลบ
    4. พี่ค่ะ ขอสอบถามหน่อยค่ะ คือว่าหนู อยู่ปีสาม จะยื่นวีซ่าท่องเที่ยว ไปท่องเที่ยว แบบแบคแพค ไม่ได้มีญาาติอยู่ ออสเตรเลีย ประมาน 2เดือน แม่เป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่แม่ กับพ่อไม่ได้จดทะเบียนเลย ใช้ คนละนามสกุล หนูสามารถ ออกจดหมาย รับรองค่าใช้จ่าย แบบพี่ได้เลย หรือว่า ต้องทำจดหมายแจ้งคะว่าทำไมคนละนามสกุล แล้ว หนู ต้องเน้นเอกสารตัวไหนไหมค่ะ กลัวไม่ผ่านวีซ่า ขอบคุณค่ะ

      ลบ
    5. ใช้แบบพี่ได้เลยคะ แนบแค่ใบเกิดที่มีชื่อพ่อกับแม่เราในนั้นก็พอละคะ แล้วพอเจ้าหน้าที่ถามก็บอกว่าพ่อแม่ไม่ได้จดทะเบียนคะ

      ลบ
  21. สวัสดีค่ะ รบกวนสอบถามหน่อยค่ะ พอดีจะไปเยี่ยมแม่ที่อเมริกาประมาณ 2 สัปดาห์ในช่วงปิดเทอม(เอาใบชำระค่าลงทะเบียนของเทอมถัดไปด้วยหรือเปล่าคะ) ตอนนี้อยู่ปีสี่แล้วแต่จบช้ากว่าหลักสูตรหนึ่งเทอม จะมีโอกาสผ่านวีซ่าไหมคะ แม่แต่งงานกับคนอเมริกันและมีกิจการร้านเสริมสวยที่นั่น (ต้องใช้ใบรับรองว่าแม่มีกิจการที่นั่นด้วยใช่ไหมคะ) แม่และแฟนแม่จะออกค่าใช้จ่ายให้ หรือให้แม่เป็นคนออกค่าใช้จ่ายเองคะ

    เอกสารที่เตรีมไว้
    1. ใบรับรองการเป็นนักศึกษา
    2. จดหมายเชิญจากแม่ที่อเมริกา
    3. จดหมายรับรองการออกค่าใช้จ่าย
    4. Bank Statement แม่และแฟนแม่
    5. Passport แม่และแฟนแม่
    6. Green Card แม่ (อันนี้ต้องใช้หรือเปล่าคะ)
    7. จดหมายแนะนำตัวเอง

    ต้องมีเอกสารอะไรเพิ่มเติมบ้างคะ
    ขอบคุณมากค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ให้แม่แนบสำเนากรีนการ์ด และเอกสารการทำงาน พร้อมเอกสารทางการเงิน และจดหมายรับรองการออกค่าใช้จ่ายให้เรานะคะ

      ส่วนอื่นๆ ควรมีจดหมายจากอาจารย์ที่ปรึกษารับรองว่าเราจะกลับมาเรียนในวันไหนคะ เพราะใบรับรองนักศึกษาอย่างเดียว จะไม่ครอบคลุม หลักฐานที่แสดงว่าเราจะกลับมาไทยนะคะ

      ลบ
    2. ขอบคุณมากค่ะ ^_^

      ลบ
  22. ขอรบกวนสอบถามเรื่องการขอวีซ่า F-1 นะคะ หนูจะไปสัมภาษณ์วันพฤหัส 24 เมษายน ที่จะถึงนี้อ่ะค่ะ หนูจะไปเรียนคอร์สภาษาที่นั่นเป็นเวลา 1 ปีและอยากต่อโทด้วยเลยค่ะโดยหนูให้คุณพ่อเป็นสปอนเซอร์ให้หนู ซึ่ง
    1.หนูต้องมีใบรับรองทางด้านบนที่พี่เขียนไว้เป็นฟอร์มตัวอย่างเอาไปในวันสัมภาษณ์ด้วยใช่รึเปล่าคะ แล้วนอกจากคุณพ่อเซ็นต์เสร็จแล้วหนูต้องเอาไปให้ใครรับรองอีกมั้ยคะ
    2.คุณพ่อหนูไปขอใบรับรองอาชีพที่สภาทนายแล้ว แต่ที่สภาทนายเค้าทำให้ไม่ทันอ่ะค่ะคนที่ทำหน้าที่เซนต์ไปเที่ยวสงกรานต์ต่างประเทศเลยกลับมาเซนต์ให้ไม่ทัน ถ้าเป็นแบบนี้หนูเอาบัตรทนายตัวจริงของคุณพ่อไปเผื่อประกอบการยื่นเลยได้มั้ยคะ
    3.คุณพ่อหนูมีเงินในบัญชีอยู่ หนึ่งล้านสามแสนกว่า ๆ ซึ่งถ้าหนูอยากไปต่อโทด้วยมันไม่พอ ทีนีี้บัญชีของคุณแม่หนูเงินไม่เยอะ เท่าไหร่ แต่คุณแม่หนูเป็นเจ้าของร้านค้าที่จตุจักร2ร้าน หนูสามารถเอาสมุดที่เป็นเจ้าของแผงค้าไปแสดงด้วยมั้ยคะ แล้วหนูต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษมั้ยคะ ถ้าต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วไปแปลไม่ทันแล้วเอาเป็นภาษาไทยไปได้เลยมั้ยคะ
    4.หนูเรียนจบแล้ว แต่ที่มหาลัยธรรมศาสตร์ยังออกเกรดให้หนูไม่ครบเลย เลยยังไม่มีใบจบ แต่ถ้าหนูมีใบคาดว่าจะจบแน่นอนแบบนี้ใช้ได้มั้ยคะ แบบนี้จะมีปัญหามั้ยคะ
    5.พี่คะแล้วหนูต้องเอาใบสูจิบัตรไปด้วยรึเปล่าคะ

    ขอบพระคุณพี่มาก ๆ นะคะ


    ตอบลบ
  23. สวัสดีค่ะ หนูขอรบกวนถามเรื่องการขอวีซ่า F-1 นะคะ โดยหนูจะไปสัมภาษณ์ วันพฤหัสที่ 24 เมษายน 2557 ที่จะถึงนี้ คือหนูต้องการไปเรียนคอร์สภาษาที่อเมริกา และตั้งใจว่าจะต่อโทเลยหลังจากจบคอร์สภาษาตอนนี้หนูมี I-20เรียบร้อยแล้วค่ะ แต่สิ่งที่หนูสงสัยคือ
    1.หนูให้คุณพ่อเป็นสปอนเซอร์ทางด้านค่าใช้จ่าย ดังนั้นหนูต้องมีใบรับรองตามแบบฟอร์มที่พี่ได้ให้ตัวอย่างไว้ข้างบนไปด้วยตอนที่ไปสัมภาษณ์ใช่รึป่าวคะ
    2.คุณพ่อหนูทำอาชีพเป็นทนายความ โดยคุณพ่อหนูเปิดบริษัทที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดเองตอนนี้หนูมีหนังสือรับรองการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดแต่เป็นภาษาไทย จะใช้ได้มั้ยคะ
    - คุณพ่อหนูได้ทำเรื่องขอใบรับรองการเป็นทนายความภาษาอังกฤษ แต่ว่าสภาทนายไม่สามารถออกให้ทันเพราะคนที่เซ็นรับรองของสภาทนายไม่อยู่ไปเมืองนอกหลายวัน แต่ว่ามีบัตรประจำตัวทนายที่เป็นภาษาอังกฤษใช้แทนได้มั้ยคะ
    3.ตอนนี้หนูจบปีสี่แล้ว แต่เกรดยังออกไม่หมด กว่าจะออกหมดก็มิถุนายน แต่ว่าคอร์สเรียนก็เริ่มมิถุนายน ทำให้ตอนนี้หนูมีแค่ใบรับรองคาดว่าจะจบแน่นอน และใบเกรดที่ยังออกไม่หมดอ่ะค่ะ หนูจะมีปัญหาอะไรมั้ยคะ
    4.คุณแม่หนูทำอาชีพค้าขาย โดยมีร้านอยู่ที่จตุจักร 2 ร้าน (แต่ว่าเงินในบัญชีของคุณแม่ปีนี้ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ หนูก็เลยคิดว่าจะไม่เอาไปเผื่อยื่นด้วย) หนูเลยอยากถามพี่ว่าถ้าหนูเอาสมุดแผงค้าของคุณแม่ทั้งสองอันไปด้วยได้มั้ยคะ จำเป็นรึป่าว
    5.พี่คะเอกสารที่เราอยากจะเอายื่นทุอย่างเป็นภาษาไทยบ้างได้มั้ยคะ เพราะไปแปลไม่ทันแล้วต้องไปสัมภาษณ์วันพฤหัสที่จะถึงนี้แล้วคะ หรือว่าต้องเป็นอังกฤษหมดเลยคะ
    ขอบพระคุณมากนะคะพี่

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. 1.หนูให้คุณพ่อเป็นสปอนเซอร์ทางด้านค่าใช้จ่าย ดังนั้นหนูต้องมีใบรับรองตามแบบฟอร์มที่พี่ได้ให้ตัวอย่างไว้ข้างบนไปด้วยตอนที่ไปสัมภาษณ์ใช่รึป่าวคะ
      ใช่คะ ใช้แบบฟอร์มตามในบล็อกเลยคะ

      2.คุณพ่อหนูทำอาชีพเป็นทนายความ โดยคุณพ่อหนูเปิดบริษัทที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดเองตอนนี้หนูมีหนังสือรับรองการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดแต่เป็นภาษาไทย จะใช้ได้มั้ยคะ
      - คุณพ่อหนูได้ทำเรื่องขอใบรับรองการเป็นทนายความภาษาอังกฤษ แต่ว่าสภาทนายไม่สามารถออกให้ทันเพราะคนที่เซ็นรับรองของสภาทนายไม่อยู่ไปเมืองนอกหลายวัน แต่ว่ามีบัตรประจำตัวทนายที่เป็นภาษาอังกฤษใช้แทนได้มั้ยคะ

      ใช้เอกสารภาษาไทยแนบไปกับบัตรประจำตัวทนายความที่เป็นภาษาอังกฤษก็ได้คะ

      3.ตอนนี้หนูจบปีสี่แล้ว แต่เกรดยังออกไม่หมด กว่าจะออกหมดก็มิถุนายน แต่ว่าคอร์สเรียนก็เริ่มมิถุนายน ทำให้ตอนนี้หนูมีแค่ใบรับรองคาดว่าจะจบแน่นอน และใบเกรดที่ยังออกไม่หมดอ่ะค่ะ หนูจะมีปัญหาอะไรมั้ยคะ
      เอาแค่ใบรับรองนักศึกษา และจดหมายรับรองจากอาจารย์ที่ปรึกษาว่าเราเป็นนักศึกษา และจะเรียนจบในวันไหน พร้อมแนบผลการเรียนเทอมอื่นๆ ไปก็โอเคแล้วคะ

      4.คุณแม่หนูทำอาชีพค้าขาย โดยมีร้านอยู่ที่จตุจักร 2 ร้าน (แต่ว่าเงินในบัญชีของคุณแม่ปีนี้ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ หนูก็เลยคิดว่าจะไม่เอาไปเผื่อยื่นด้วย) หนูเลยอยากถามพี่ว่าถ้าหนูเอาสมุดแผงค้าของคุณแม่ทั้งสองอันไปด้วยได้มั้ยคะ จำเป็นรึป่าว
      แค่พ่อเป็นสปอนเซอร์ก็เพียงพอแล้วนะคะ

      5.พี่คะเอกสารที่เราอยากจะเอายื่นทุอย่างเป็นภาษาไทยบ้างได้มั้ยคะ เพราะไปแปลไม่ทันแล้วต้องไปสัมภาษณ์วันพฤหัสที่จะถึงนี้แล้วคะ หรือว่าต้องเป็นอังกฤษหมดเลยคะ
      จริงๆ แล้วเอกสารควรเป็นภาษาอังกฤษคะ เจ้าหน้าที่แตละคนไม่เหมือนกัน บางคนก็ละเอียด เรื่องเยอะ เอกสารต้องแปล แต่บางคนก็โอเค ไทยก็ได้ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องเตรียมการให้ดีคะ พร้อมทุกด้าน เขาถามหามียื่นให้เลย โอกาสผ่านก็มีเพิ่มมากขึ้นคะ

      ลบ
  24. อบถามหน่อยนะค่ะ เมื่อต้นปีน้าสปอนเซอร์ให้ไปเที่ยวออสเตรเลียเพราะนู่มีแฟนอยู่ที่นั่นแต่วีซ่าไม่ผ่านติดเรื่องstatement ในบัญชีพอเล่าให้แฟนฟังเค้าเลยจะเป็นคนสปอนเซอร์ให้ค่ะเลยไปปรึกษาเอเจนซี่เค้าบอกว่าอาจต้องใช้เอกสารทั้งน้าและแฟนที่นี้อยากทราบว่าเอกสารแฟนต้องใช้อะไรบ้างค่ะแล้วเราสามารถเดินทางพร้อมแฟนได้ไหมค่ะเค้าเคยมาเที่ยวเมื่อปลายปีที่แล้วและจะมาอีกครั้งเดือน. มิย. ค่ะ
    รบกวนตอบให้หน่อยนะค่ะ ///

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. คนที่เป็นสปอนเซอร์ต้องขอ Bank Statement และ Bank Guarantee จากธนาคาร พร้อมแนบบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือรับรองการทำงานที่ระบุตำแหน่งงาน ระยะเวลาที่ทำงาน เงินเดือน โบนัส และเขียนจดหมายรับรองว่าเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ โดยออกค่าใช้จ่ายเพื่ออะไร เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ และระยะเวลานานแค่ไหน

      เดินทางพร้อมกันได้เลยคะ ไม่มีปัญหาคะ

      ลบ
    2. วีซ่าท่องเที่ยวถ้าจะให้ผ่านงา่ยๆ นะคะ ไม่ควรให้คนอื่นเป็นสปอนเซอร์คะ

      วีซ่าท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่จะดูเอกสารของผู้ยื่นเป็นหลัก เพราะถือว่าหากจะเดินทางท่องเที่ยว ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า มีความสามารถในการดูแลช่วยเหลือตัวเอง และมีเงินเก็บพอสมควร หากให้ผู้อื่นออกค่าใช้จ่ายให้ แสดงถึงหลักฐานการทำงานที่ไม่มั่นคง มีผลถึงหลักฐานที่แสดงว่าจะกลับเมืองไทย หากการงานไม่มั่นคง ไม่มีเงินเก็บ อาจละทิ้งงานที่เมืองไทย ไปทำงานที่ต่างประเทศได้ จะทำให้ผู้ยื่นไม่มีความน่าเชื่อถือได้ แต่หากเป็นนักเรียน ยังไม่มีรายได้ สามารถใช้บัญชีธนาคารของผู้ปกครองได้ ส่วนวีซ่านักเรียน แลกเปลี่ยน เข้าร่วมโครงการ คู่หมั้น แต่งงาน เจ้าหน้าที่ดูบัญชีธนาคารและหลักฐานอื่นๆ ของสปอนเซอร์ประกอบด้วย

      ทางที่ดีที่สุด ใช้บัญชีที่มีเงินเดือนของตัวเองหมุนเวียนตลอดคะ เจ้าหน้าที่เขาไม่ได้ต้องการดูว่าเรามีเงินมากแค่ไหน แต่เขาต้องการเช็คสถานภาพทางการเงินในแต่ละเดือนว่าเรามีเงินเข้ามากน้อยแค่ไหน เก็บมากน้อยแค่ไหน เพียงพอไหมที่จะใช้จ่ายในต่างประเทศในฐานะนักท่องเที่ยวหรือไม่นะคะ

      ลบ
  25. ขอสอบถามหน่อยค่า
    เรื่องเอกสารทางการเงินอะคะ พอดีหนูจะขอวซ่า student visitor ของอังกฤษ
    ทีนี้พ่อหนูทำงานราชการมีเงินในบัญชีไม่เยอะอะคะ แต่มีเงินในสหกรณ์ ใช้เงินในส่วนนี้ไปเรียนอะคะ
    ซึ่งมันต้องยื่นสเตทเมนท์ หนูจะใช้บัญชีของอาให้เขียนเป็นสปอนต์เซอให้
    ทีนี้นอกจาก สเตทเมนท์ แบงค์การันตี จดหมายสปอนเซอ ต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่มอีกมั้ยคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. จดหมายรับรองการทำงานของผู้เป็นสปอนเซอร์คะ

      ลบ
  26. สวัสดีคับ คือผมมีญาติ(ลูกพี่ลูกน้อง)ซึ่งเค้ามีครอบครัวอยู่ที่อังกฤษ คือผมจะไปที่นั่น ตอนนี้เค้าได้ส่งจดหมายเชิญมาให้แล้ว ส่วนเงินค่ใช้จ่ายทั้งหมด อาจะเป็น สปอนเซอร์ให้ แต่ตอนนี้อาไม่ได้ใช้ นามสกุลเดียวกับผม คือแต่งงานไปแล้ว ผมต้องหาหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์ไหมคับ แล้วตอนนี้ผมเป็นนักศึกษาอยู่ขึ้นปี 3 ผมต้องเตรียม เอกสารอะไรบ้างคับ เอกสารทุกอย่างต้องแปลเป็นภาษา อังกฤษ หมดเลยไหมคับ ขอคำปรึกษาหน่อยนะคับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. - เอกสารต้องเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดคะ
      - นักศึกษาต้องมีใบรับรองนักศึกษาจากมหาวิยาลัยคะ และมีจดหมายจากอาจารย์ที่ปรึกษารับรองว่าจะกลับมาเรียนในวันไหน
      - ส่วนสปอนเซอร์ต้องเตรียมเอกสารรับรองทางการเงิน เอกสารการรับรองการทำงาน จดหมายที่รับรองว่าจะเป็นสปอนเซอร์ให้เราคะ
      - ถ้าไม่ได้ใช้นามสกุลเดียวกัน เราต้องมีเอกสารยืนยันคะว่าเป็นญาติฝั่งไหน อย่างไร

      ลบ
    2. ขอบคุนมากๆเลยคับ ส่วนจดหมายรับรองว่าเปนสปอนเซอ นี่ต้องพิมเอา หรือเอามาจากที่ไหนหรอคับ

      ลบ
    3. พิมเองได้เลยคะ ตามตัวอย่างข้างบนนะคะ

      ลบ
  27. ขอสอบถามหน่อยนะคะ คือหนูเพิ่งจบจาก ม.6 แล้วยังไม่มีมหาลัยที่จะเรียนเพราะรอแอดมิชชั่นอยู่ หนูจะเดินทางไปต่างประเทศช่วง พ.ค.-เม.ย ซึ่งแอดมิชชั่นยังไม่ประกาศผลอะค่ะ หนูอยากรู้ว่าหนูสามารถขอใบรับรองการศึกษาจาก รร เดิมได้รึป่าว หรือหนูต้องทำยังไง เค้าบอกว่าต้องมีใบรับรองการศึกษาด้วย หนูงงอ่ะคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขอจากโรงเรียนเดิมได้เลยคะ และเขียนจดหมายแนบไปด้วยว่าเรารอผลแอดมิชชั่้นอยู่คะ

      ลบ
    2. ขอบคุณค่ะ ^.^

      ลบ
  28. ขอโทษนะคะ พอดีไปสัมภาษณ์วีซ่ามา 2 รอบแต่ไม่ผ่านทั้ง 2 รอบเลยค่ะ คือขอเป็นวีซ่าท่องเที่ยวไป ขอไปอยู่ 2 เดือน คือมีป้าอยู่ที่นั้นค่ะ ตอนนี้เรียนอยู่ ปี3 ค่ะ มีพ่อแม่เป็นสปอนเซอร์ให้ ทีนี้อยากจะยื่นขออีกรอบนึงค่ะ กะว่าจะยื่นแค่ 2 อาทิตก็พอ เพราะแค่ไปเยี่ยมญาติ เลยไม่ทันได้คิดว่าไป 2 เดือนมันเยอะเกินไป คืออยากทราบว่า เอกสารที่ต้องเตรียมไปยื่นต้องใช้อะไรบ้างคะ เพราะเตรียมไป 2 รอบรู้สึกเหมือนว่ามันยังไม่พอ รบกวนช่วยหน่อยนะคะ คือไม่อยากให้ครั้งที่ 3 พลาดอีก ขอบคุณมากจริงๆค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ทางสถานทูตได้บอกเหตุผลไหมคะว่าทำไมถึงไม่ผ่าน จะได้วิเคราะห์ถูก และเตรียมเอกสารได้พร้อมมากขึ้นคะ

      ลบ
    2. ที่สถานทูตบอกแค่ว่า สถานภาพ ยังเหมือนเดิมค่ะ พอถามเค้าก็ไม่ตอบอะไรมากไปกว่านี้ แต่คิดว่าอาจจะเป็นเพราะเอกสารไม่เพียงพอ แล้วตอนนี้คุณแม่จะยื่นด้วยแล้วค่ะ ถ้ายังไงรบกวนช่วยบอกรายละเอียดเอกสารที่ต้องเตรียมให้หน่อยนะคะ เพราะไม่อยากให้คุณแม่โดนปฏิเสธวีซ่าเหมือนที่หนูโดนค่ะ รบกวนหน่อยนะคะ

      ลบ
  29. ไม่ระบุชื่อ24 พฤษภาคม 2557 12:09

    กำลังจอขอวีซ่าukค่ะ เราทำงานโรงแรม เฉลี่ย 18,000-22,000 มีเพื่อนเปนคนอังกฤษออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด เค้าเปนเจ้าของกิจการกอล์ฟ เปนโปรกอล์ฟแต่เรห้อาแท้ๆเปนสปอเซอร์ให้อีกแนง เพราะเราไม่ค่อยมีตังเหลือแต่ละเดือน อาไม่มีแหนไม่มีลูก เราไปเที่ยว2อาทิต อามีเงินเกิน2แสน ควรเตรียมเอกสารไรบ้างคะ น่าจะผ่านมั้ยคะ เรามีหนังสือรับรองเงินเดือน วันลา การเปนพนังงาน กลับมาก้อจะหมั้นกับแฟน

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ให้เพื่อนส่งจดหมายเชิญ และเอกสารการเป็นสปอนเซอร์มาให้นะคะ พร้อมแนบเอกสารการทำงาน เอกสารการเงินคะ คือถ้าเพื่อนเป็นสปอนเซอร์ให้แล้ว ไม่ต้องให้อาเป็นสปอนเซอร์ก็ได้คะ หรือให้เพื่อนส่งจดหมายเชิญมาอย่างเดียว แล้วให้อาเป็นสปอนเซอร์ก็ได้นะคะ

      ส่วนถ้าจะหมั้นกับแฟน อย่าเพิ่งพูดตอนที่ขอวีซ่าท่องเที่ยวนะคะ เดี๋ยววีซ่าจะผ่านยากคะ

      ลบ
  30. ไม่ระบุชื่อ25 พฤษภาคม 2557 11:48

    ต่อจากข้างบนนะคะ เพื่อนที่เป็นคนอังกฤษ ตอนนี้เอกสารมี payslip, statement for 6 m., invitation letter, sponsership letter, passport, บิลค่าน้ำค่าไฟที่บ้านที่จะไปพัก10-14 วัน แล้วจะให้อา support ให้เราอีกทีนึงค่ะ โดยมีเงิน รวม 2 บ/ช 5 แสน ทั้งกรุงไทย และสหกรณ์ค่ะ อามีเอกสาร คือ ปชช, ทบบ, bank book, bank statement, sponsorship letter, และทบบของพ่อเราเพื่อยืนยันว่าอากะเราเชื้อสายตรงค่ะ ควรเตรียมไรอีกมั้ยคะ อ้อ เรามีหนังสือรับรองเงินเดือน, การเป็นพนง., my payslip, bank statement ที่ไม่ค่อยมีเงินเลย เหลือติด บ/ช ห้าพัน ช่วยแนะนำด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  31. ไม่ระบุชื่อ25 พฤษภาคม 2557 15:25

    ขอสอบถามค่ะ เนื่องจาก มีเพื่อนทำงานที่มาเลเซีย แต่เป็นชาวแากีสถาน และเขาต้องการมาเยี่ยมและเที่ยวที่ประทศไทย ดดยอาจจะมาประมาณ 3-4 วัน แต่ทราบมาว่าต้องมีจดหมายเชิญจากทางฉัน
    จึงอยากทราบว่า ต้องเขียนจดหมายประมาณไหน และเคยอ่านเจอว่า ต้องแนบพาสปอร์ต และstatemet ของเราด้วย แต่เนื่องจาก 1. ค่าใช้จ่ายเขาจะจัดการเองทั้งหมด (ในความจริงฉันคงดูแลเรื่องที่พักที่กินให้บางส่วน) 2. ดิฉันไม่ได้ทำงานประจำบริษัท แต่ออกมาช่วยกิจจการที่ร้าน ดังนั้น ไม่มีสถานการณ์การเงิน และ สถานภาพทางการงาน ค่ะ
    จึงอยากจะทราบว่า 1 ต้องเขียนจดหมายเชิญประมาณไหน 2, ไม่แสดงหลักฐานทางการเงอนได้หรือไม่

    ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เขียนแค่หนังสือเชิญก็ได้คะ แต่ให้เขาออกค่าใช้จ่ายเอง วีซ่าจะผ่านง่ายกว่าคะ ตัวอย่างหนังสือเชิญดูที่นี่นะคะ

      http://ready2gointer.blogspot.com/2012/03/blog-post_906.html

      ลบ
  32. เอกสารรับรองความสัมพันธ์ต้องแนบทะเบียนบ้านของน้าไปด้วยมั้ยครับ
    ถ้ามีการแปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ ต้องไปให้ที่กงศุลเซ็นต์ก่อนส่งมั้ยครับ

    ขอบคุณครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. แนบทะเบียนบ้านไปด้วยคะ แปลและรับรองด้วยคะ

      ลบ
    2. รบกวนสอบถามครับ ทางสถานทูตที่ออสเตรเลียตอบกลับมาว่าคนที่เป็น sponsor มีความใกล้ชิดไม่พอต้องเป็น close relative อ่ะครับ
      ผมขอวีซ่าประเภทTemporary Work (class GC) Training and Research (subclass 402) visa อ่ะครับ ด้านล่างนี้คือข้อความจากทางสถานทูตครับ

      Evidence of adequate funds to support yourself for the duration of your stay in Australia
      You should provide evidence that you have adequate funds to support yourself and all
      accompanying family members during your stay in Australia. Please provide documentary
      evidence that you have access to $9,305 AUD to cover your intended period of stay in Australia.

      I have noted that you have provided evidence of financial support available to you from your
      Aunty. However, financial support for the purposes of displaying access to adequate funds
      and/or support for a Training and Research visa can only be provided by a close relative. A
      close relative is defined as:
      (a) the spouse or de facto partner of the person; or
      (b) a child, parent, brother or sister of the person; or
      (c) a step-child, step-brother or step-sister of the person.
      Please provide further evidence of your own funds or further evidence of support from a close relative
      แบบนี้ผมเอาเงินเข้าบัญชีพ่อแล้วขอยอดสุทธิจากธนาคารส่งไปให้สถานทูตเลยได้มั้ยครับ
      เเล้วก็ทำหนังสือรับรองว่าเป็นพ่อลูกกัน

      ลบ
    3. ใช้บัญชีพ่อก็ได้คะ ให้พ่อขอ Bank Statement and Bank Guarantee จากทางธนาคารคะ นอกจากนี้แนบเอกสารการทำงานของพ่อ และจดหมายรับรองการเป็นสปอนเซอร์ไปด้วยคะ (ดูตัวอย่างใน Blog นี้ได้เลยคะ) หากมีบ้าน รถ หรืออสังหาริมทรัพย์ ก็แนบเอกสารไปด้วยได้เลยคะ

      การโอนเงินเข้าบัญชีต้องค่อยๆ โอนคะ ไม่ให้ดูเหมือนจงใจแต่งบัญชีคะ

      ลบ
  33. -สวัสดีค่ะ รบกวนสอบถามหน่อยนะคะ sponsor letter student visa นี่เราควรพิมพ์หรือควรเขียนดีค่ะ ถ้าให้ปู่เป็นคนรับรองให้ จำเป็นต้องเป็นลายมือชื่อปู่เลยมั๊ยคะ ต้องเป็นภาษาอังกฤษหมดเลยหรือเปล่าคือปู่เราเค้าเรียนไม่สูงอ่ะค่ะ เป็นชาวไร่ กลัวคุยกะแกไม่รู้เรื่อง 555
    -แล้วอีกอย่างนึงค่ะ ถ้าได้จดหมายรับรอง statement เอกสารต่างๆของปู่มาหมดแล้ว ตอนที่ทำเรื่องหรือยื่นสัมภาษณ์วีซ่า ปู่ต้องมาแสดงตนอะไรอีกไหมคะ
    -แล้วเราเพิ่งเรียนจบ แต่คิดจะไปเรียนคอร์สภาษาสั้นๆซัก 6เดือนที่โน่น จะผ่านยากไหมคะ เค้าจะมีข้อสงสัยอะไรไหม ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบค่ะ
    ป.ล.เพจนี้มีประโยชน์มากๆเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. - ควรพิมพ์คะ พร้อมลงลายมือชื่อปู่ตรงท้ายจดหมายคะ เอกสารต้องเป็นภาษาอังกฤษทังหมดคะ
      - แสดงแต่เอกสารของปู่คะ คุณปู่ไม่ต้องมาแสดงตัวคะ เราไปสัมภาษณ์เองคะ
      - วีซ่านักเรียน ผ่านไม่ยากเลยคะ เอกสารการเงินพร้อม และเอกสารที่แสดงความผูกพันธ์กับประเทศพร้อม ก็ผ่านง่ายๆ คะ เราควรแนบเอกสารที่แสดงว่าเราจะมารับปริญญา หรือกลับมาทำงานต่อที่ไทยไปด้วยนะคะ จะช่วยให้ผ่านง่ายขึ้นคะ

      ลบ
    2. ขอบคุณมากนะคะพี่ แต่ติดปัญหาที่ว่าเราจะรับปริญญาก่อนไปค่ะ กลัวไม่ผ่านจังเลย กลัวเค้าคิดว่าไปหางานทำ

      ลบ
    3. เขียนจดหมายแนบไปด้วยก็ได้คะ ว่ากลับมาแล้วจะทำอะไร

      ลบ
  34. ไม่ระบุชื่อ31 พฤษภาคม 2557 02:06

    Statement in the last 6 months for genrral visitor UK : นัดยื่นเอกสารวันที่3/6/14 มีstatement ของสปอนเซอร์ล่าสุดคือเดือน เมษา ได้มั้ยคะ รึต้องมีถึงเดือน พฤษภาคมเลยคั อ่านๆมา ห้ามนานเกิน 28 วันก่อนวันสมัครน่ะค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ต้องมีพฤษภาคมด้วยคะ

      ลบ
  35. สวัสดีค่ะ อยากสอบถามว่าจดหมายจากผู้ค้ำประกันระบุความสัมพันธ์ระหว่างผู้ค้ำประกันกับนักเรียนผู้ขอวีซ่า ใช้แบบฟอร์มนี้ได้เลยมั๊ยคะคือจะขอวีซ่านักเรียนประเทศฝรั่งเศสค่ะ ถ้าไม่ใช่ฟอร์มนี้ควรเขียนประมาณไหนดีคะ
    ขอบคุณมากๆๆๆๆๆนะคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ใช้แบบฟอร์มนี้ได้เลยคะ

      ลบ
    2. ไม่ระบุชื่อ11 มิถุนายน 2557 04:21

      ขอบคุณมากค่ะ

      ลบ
  36. กรณีน้าสาวเป็นสปอรเซอร์ให้ และน้าสาวมีบริษัทจดทะเบียนการค้าเรียบร้อย ต้องแนบเอกสารจดทะเบียนการค้าเป็นภาษาอังกฤษมาด้วยไหมคะ
    ขอบคุณมากคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. แนบภาษาอังกฤษด้วยคะ

      ลบ
  37. สวัสดีครับ จะไปเรียนภาษาที่แคนนาดา ครับ น้าเป็นคนสปอนเซอร์ หนังสือรับรอง ต้องเป็นยังไงครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ใช้ตามด้านบนได้เลยคะ

      ลบ
  38. ขอตัวอย่าง หนังสือรับรองจาก ทางมหาลัย ว่าจะไปเรียนภาษา คร้าาบบ ต้องเขียนยังไงครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. อันนี้มหาวิทยาลัยแต่ละที่จะมีแบบฟอร์มอยู่แล้วคะ จะแตกต่างกันไปตามแต่ละมหาวิทยาลัยนะคะ ลองไปถามที่ฝ่ายทะเบียนดูนะคะ

      ลบ
  39. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  40. สวัสดีค่ะ ต้องการขอ visa student visitor สามานให้แฟนเป็นสปอนเซอร์ได้ไหมค่ะ แฟนเป็นคนอังกฤษค่ะ เงินเก็นและรายได้ค่อนข้างเยอะ แต่ตัวดิฉันไม่มีงานทำ เพราะเพื่อกลับมาจากอังกฤษด้วย visa visitor 6 เดือน กลับมาได้สามเดือนแล้วค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ควรให้พ่อแม่หรือญาติเป็นสปนอนเซอร์ จะผ่านง่ายกว่าคะ

      ลบ
  41. ไม่ระบุชื่อ22 มิถุนายน 2557 04:33

    สวัสดีคะ รบกวนปรึกษาเรื่องขอวีซ่านักเรียนอเมริกาคะ คืออยากไปเรียนภาษาเพิ่ม 6 เดือนคะ แต่เคยได้วีซ่าท่องเที่ยวมาแล้ว 1ปี มีพี่สาวอยู่ที่นั่นคะพี่สาวแต่งงานได้กรีนกาดแล้ว แต่ติดปัญหาที่หนูเคยไปเยี่ยมพี่สาวมาแล้วสองรอบและอยู่นานครั้งละ 5 เดือนถึงสองรอบ จะมีผลต่อการขอวีซ่านักเรียนมั้ยคะพี่ แต่ตอนที่ไปเที่ยวก็ไม่ได้ทำผิดกฎอะไรเค้านะคะ ตมเค้าปั๊มให้ครั้งละ6เดือน เราก็อยู่ไม่เกินนั้น กลับมาไทยเมื่อ มค ที่ผ่านมาคะและก็ได้งานแล้วด้วยตั้งแต่ กพ คะ มีแพลนว่าจะไปอเมริกาอีกครั้งเพื่อเรียนภาษาสักช่วงเดือน กย คะ จะใช้ตัวเองเป็นสปอนเซอร์ มีเงินใน บช ประมาณหกแสนจะพอมั้ยคะ และจะมีปัญหากับการขอวีซ่ามั้ย คือตอนจะสมัครเรียนพวกพี่ๆเอเจนซี่ก็บอกไม่มีปัญหาอะไรยื่นขอได้เลย แต่หนูแอบกลัวไม่ผ่านคะ เสียดายเงินด้วย
    อ้อเหตผลที่ทำมัยต้องไปเรียนภาษาเพิ่มเพราะ หนูอยากทำงานตำแหน่งอื่นคะแต่มันต้องใช้ความรู้ด้านภาษาเยอะแต่ภาษาหนูไม่ผ่าน เลยได้ทำงานตำอีกตำแหน่งที่น้อยกว่า เงินเดือนหนูตอนนี้ 67000 คะ และได้ค่าคอมทุกสามเดือนอีกครั้งละ 80000-120000คะ มีสลิปเงินเดือนและใบรับรองจากบริษัทครบถ้วน พอจะน่าเชื่อถือขึ้นมั้ยคะว่าไปเรียนแล้วยังไงก็กลับมาทำงานที่ไทยแน่นอนเพราะร้ายได้มั่นคง ถึงยังทำงานไม่ถึงปีก็เถอะ
    และหนูยังมีใบรับรองการทำงานที่เก่าในตำแหน่งเดียวกันกับปัจจุบันคะเคยทำงานมาแล้ว3ปี
    ขอโทษด้วยนะคะเล่าข้ามไปข้ามมา เคยทำงานมาแล้ว 3 ปี และลาออกจากนั้นไปเที่ยวอเมริกาคะ ไม่ได้คิดอะไรเพราะคิดแค่ไปเที่ยวพักผ่อนเรามีเงินเก็บ อีกอย่างอยู่ที่โน่นแฟนพี่สาวก็ออกค่าใช้จ่ายให้เกื่อบทุกอย่าง พอกลับไทยมาครั้งแรกก็อยู่ไทยได้สามเดือนคะ พี่สาวรถชนต้องใส่เฝือก เราเลยต้องบินกลับไปเพื่อดูแลเพราะแฟนพี่ก็ทำงานประกอบกับเรากลับไทยมาก็ยังไม่ได้ทำงานใหม่และวีซ่าเหลือพอดี แต่พอไปก็สนุกคะเลยอยู่นานเลยและก็กลับไทยมาพร้อมพี่สาวนั่นแหละตอนต้นปี พอคราวนี้อยากจะไปเรียนจริงๆถึงมารู้ว่างานเข้าละ มีปัญหาแน่เลยตอนจะขอวีซ่า

    ยังไงรบกวนพี่ช่วยให้คำแนะนำหน่อยนะคะ ขอบคุณมากๆจริงๆคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. หากไปบ่อยๆ จะขอวีซ่าผ่านยากคะ ควรเว้นระยะไว้ก่อนคะ ถึงวีซ่าผ่าน เจ้าหน้าตรวจคนเข้าเมืองอาจไม่ยอมให้เข้าคะ จะมีปัญหากันใหญ่ เพราะหากมาบ่อยๆ ตม.เขาคิดว่าแอบมาทำงานคะ มีหลายคนมาทำงานด้วยวีซ่าท่องเที่ยวคะ

      ใช้ตัวเองเป็นสปอนเซอร์ได้เลยคะ เงินเพียงพอคะ ส่วนเรื่องเหตุผลโอเคคะ เขียนเป็นจดหมายเลยก็ดีนะคะ พร้อมแนบเอกสารรับรองการทำงานไปด้วยคะ

      เว้นไว้สักห้าหกเดือน ขอใหม่น่าจะผ่านง่ายขึ้นคะ

      ลบ
  42. สวัสดีค่ะ รบกวนสอบถาม เรื่องขอวีซ่านักเรียนไปเรียนภาษาที่ฝรั่งเศสน่ะค่ะ
    1.เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยค่ะ ยังไม่ได้ได้ทำงานอะไรเลยค่ะ เงินในบัญชีมีติดตัวประมาณ 4 หมื่นบาทค่ะ เป็นปัญหาไหมคะ ถ้าเขียนจดหมายแนะนำตัวเองว่า ไปเรียนภาษาเพื่อเพิ่มโอกาสในการกลับมาหางานในอนาคตที่ไทยน่ะค่ะ
    และตอนนี้สมัครเรียนไปแล้วค่ะ พี่ที่รู้จักสมัครให้ค่ะ เริ่มเรียน ตุลา ถึงต้นมกราคมค่ะ เลยคิดว่าคงไม่กลับมารับปริญญาช่วงพฤศจิกา
    2.เอกสารที่พัก พี่ที่รู้จักจองให้อีกเหมือนกันค่ะ แล้วเค้า forward mail ที่เป็นการคอนเฟิร์มของโรงแรมกึ่งอพาร์ทเมนท์นั้นให้ค่ะ เราเอาตรงนี้ไปยื่นขอวีซ่าได้ไหมคะ
    3.คนรับรองค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นน้าค่ะ ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันทางสายเลือด เพียงแต่รู้จักกันจากการทำงานชมรมและกิจกรรมในมหาวืทยาลัยค่ะ ซึ่งน้าไว้ใจเลยยินดีรับรองให้ค่ะ
    เอกสารที่ต้องใช้เกี่ยวกับน้า คือ
    1.สำเนาบัตรประชาชน และต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษไหมคะ
    2.สำเนาสมุดบัญชี แสดงการเดินบัญชี ย้อนหลัง 3 เดือน
    3.จดหมายแสดงความสัมพันธ์ ตรงนี้หนูต้องเขียนเองน่ะค่ะ แล้วเอาไปให้น้าเซ็น รายละเอียดควรบอกว่าเป้นน้าแล้วควรใส่รายละเอียดอะไรอีกไหมคะ
    4.หนังสือรับรองค่าใช้จ่าย ตรงนี้หนูก็เขียนเองเหมือนกันค่ะ ใช้แบบฟอร์มของบล็อกนี้ได้ไหมคะ
    5.เอกสารเกี่ยวกับการทำงานของน้า ตรงนี้จำเป้นไหมคะ เพราะไม่อยากรบกวนน้าเขาน่ะค่ะ ถ้าไม่มีผลต่อการพิจารณา ตั้งใจจะยื่นแต่จดหมายระบุความสัมพันธ์ หนังสือรับรองค่าใช้จ่าย สำเนาสมุดบัญชี และสำเนาบัตรประชาชน น่ะค่ะ
    น้ามีเงินบัญชีประมาณ 1 ล้านบาทค่ะ ต้องมากกว่านี้ไหมคะ
    รบกวนขอคำแนะนำด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่า

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. - ให้พ่อแม่เป็นสปอนเซอร์ให้ก็ได้นะคะ เงินในบัญชีควรเพียงพอกับค่ากินอยู่ และค่าเล่าเรียนคะ คนที่จะเป็นสปอนเซอร์ควรเป็นญาติ หรือครอบครัว วีซ่าจะผ่านง่ายกว่าคะ เพราะมีความสัมพันธ์กันทางสายเลือด
      - เอกสารที่พักควรเป็นจดหมายคะ หรือส่งทางแฟกซ์คะ จะน่าเชื่อถือกว่าคะ
      - บัตรประชาชนไม่ต้องแปลคะ
      - ใช้สำเนาบัญชีไม่ได้คะ ต้องขอ Bank Statement and Bank Guarantee จากทางธนาคารคะ ให้คนที่เป็นสปอนเซอร์ขอนะคะ แล้วแนบเอกสารการทำงานของสปอนเซอร์ไปด้วยตอนขอวีซ่าคะ สำคัญมากๆ คะ เพราะแสดงถึงฐานะการงาน และการเงินที่มั่นคง สามารถออกค่าใช้จ่ายให้เราได้คะ
      - จดหมายสปอนเซอร์และรับรองค่าใช้จ่าย ดูตัวอย่างได้ในบล็อคเลยนะคะ

      ลบ
    2. ไม่ระบุชื่อ28 กรกฎาคม 2557 21:53

      ขอบคุณมากเลยค่ะ คำแนะนำข้างต้น
      แต่พ่อกับแม่มีเงินในบัญชีไม่เพียงพอในการรับรองน่ะค่ะ
      เขาจะถามไหมคะว่า ทำไมน้าถึงกล้ารับรองให้เราทั้งที่ไม่ได้เป็นญาติจริงๆ
      เคสแบบนี้ควรให้คำตอบยังไงดีคะ
      ขอบคุณล่วงหน้าค่า

      ลบ
    3. ลองอธิบายความสัมพันธ์คร่าวๆ ของเรากับน้ามาก่อนนะคะ เช่น เคยทำงานด้วยกัน ช่วยเหลือกัน อย่างไร จะได้วิเคราะห์ถูกว่าควรตอบอย่างไรคะ

      ลบ
  43. ไม่ระบุชื่อ6 สิงหาคม 2557 09:06

    ขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาเรียนปริญญาโทอยุ ให้แม่เป็นสปอนเซอร์ใช้จดหมายแบบด้านบนได้เลยไหมค่ะ

    ตอบลบ
  44. ไม่ระบุชื่อ30 สิงหาคม 2557 01:38

    สวัสดีค่ะ ขอความกรุณาให้คำแนะนำการไปต่างประเทศครั้งแรกหน่อยค่ะ
    ชื่อ ตู่ค่ะ อายุ 28 ปี รับราชการครูค่ะ กำลังคบหาดูใจกับหนุ่มอเมริกันวัย 42 ปี เลยอยากปรึกษาว่า

    1. มันยุ่งยากมั้ยถ้าจะไปคนเดียวทั้งที่ไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศมาก่อนหรือต้องหิ้วเพื่อนไปด้วย เพราะภาษาอังกฤษก็ไม่ค่อยจะแข็งแรง
    2. การขอวีซ่าจะยากมั้ยกับข้าราชการ สาวโสด เงินในบัญชีเข้าเดือนละไม่ถึงสองหมื่นแต่ไม่มีเหลือเก็บเป็นก้อน แต่แฟนจะเป็นสปอนเซอร์ให้ทั้งหมด
    3. ค่าใช้จ่ายคร่าวๆที่เราจะต้องรบกวนแฟนในการเตรียมตัวเดินทางอยู่ประมาณเท่าไหร่ถึงจะพอ
    4. ช่วงที่จะไปคิดว่าเป็นช่วงปิดเทอมตุลานี้ค่ะ ต้องเตรียมตัวเนิ่นๆซะกี่วัน

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่ยุ่งยากมากคะ แต่ถ้าภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรง แนะนำว่าควรมีเพื่อนไปด้ววยคะ จะได้ช่วยกันติดต่อสื่อสารกับคนอื่น เวลาเดินทาง หรือหากเกิดหลงทาง ของหาย ลืมของ จะได้ติดต่อหาคนช่วยเหลือได้ทันคะ

      ขอวีซ่าไม่ยากเลยคะ หากมีหลักฐานการทำงานที่มั่นคง และเอกสารที่ยืนยันว่าเราจะกลับไทย ผ่านสบายๆ คะ

      วีซ่าท่องเที่ยวควรออกค่าใช้จ่ายเองคะ จะผ่านง่ายกว่าให้แฟนออกให้

      วีซ่าท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่จะดูเอกสารของผู้ยื่นเป็นหลัก เพราะถือว่าหากจะเดินทางท่องเที่ยว ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า มีความสามารถในการดูแลช่วยเหลือตัวเอง และมีเงินเก็บพอสมควร หากให้ผู้อื่นออกค่าใช้จ่ายให้ แสดงถึงหลักฐานการทำงานที่ไม่มั่นคง มีผลถึงหลักฐานที่แสดงว่าจะกลับเมืองไทย หากการงานไม่มั่นคง ไม่มีเงินเก็บ อาจละทิ้งงานที่เมืองไทย ไปทำงานที่อเมริกาได้ จะทำให้ผู้ยื่นไม่มีความน่าเชื่อถือได้ แต่หากเป็นนักเรียน ยังไม่มีรายได้ สามารถใช้บัญชีธนาคารของผู้ปกครองได้ ส่วนวีซ่านักเรียน แลกเปลี่ยน เข้าร่วมโครงการ คู่หมั้น แต่งงาน เจ้าหน้าที่ดูบัญชีธนาคารและหลักฐานอื่นๆ ของสปอนเซอร์ประกอบด้วย

      ทางที่ดีที่สุด ใช้บัญชีที่มีเงินเดือนของตัวเองหมุนเวียนตลอดคะ เจ้าหน้าที่เขาไม่ได้ต้องการดูว่าเรามีเงินมากแค่ไหน แต่เขาต้องการเช็คสถานภาพทางการเงินในแต่ละเดือนว่าเรามีเงินเข้ามากน้อยแค่ไหน เก็บมากน้อยแค่ไหน เพียงพอไหมที่จะใช้จ่ายในต่างประเทศในฐานะนักท่องเที่ยวหรือไม่นะคะ

      เขาดูเงินเดือนที่เราได้รับในแต่ละเดือน กับเงินในบัญชีประกอบกันนะคะ หากมีเงินในบัญชีมากกว่าเงินเดือน ควรแสดงที่มาของรายได้ในทางอื่นด้วย เช่น เงินที่ได้มาจากการประกอบธุรกิจอิสระนอกเวลา เงินของขวัญ โบนัสต่างๆ เพราะทางหากเราเอามาใส่เลย เขาก็จะคิดว่าเราจงใจแต่งบัญชี ยืมเงินคนอื่นมาใส่ ทำให้เครดิตเราเสียไปคะ สถานทางการเงิน และความมั่นคงในการงานของเราจะไม่น่าเชื่อถือ ส่งผลให้สถานะที่จะยืนยันว่าเราจะกลับไทยลดความน่าเชื่อถือลงมากคะ หลักๆ แล้วภาระผูกพันที่ไทย เขาจะดูที่หน้าที่การงานคะ ถ้ามั่นคงจริง ยังไงเราก็ต้องกลับมาทำงานอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่มั่นคง ทำงานไป เงินเก็บก็ไม่มี หรือมีน้อย เขาก็จะคิดว่าเรามีโอกาสทิ้งงาน ไม่กลับมาไทยได้คะ

      การคิดเงินในบัญชีว่าเพียงพอหรือไม่ ให้คิดจากจำนวนวันที่เราเดินทางคูณด้วยร้อยเหรียญนะคะ เจ้าหน้าที่เขาถือว่าอยูู่ในต่างประเทศต้องมีเงินอย่างน้อยวันละร้อยเหรียญ จากนั้นบวกค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ รวมเงินที่ใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือเงินติดบัญชีไว้ประมาณหนึ่งหมื่นบาทนะคะ จากนั้นตอนสัมภาษณ์เราก็ต้องสามารถบอกเจ้าหน้าที่ได้ว่า เราจัดการการใช้จ่ายการเงินอย่างไรบ้าง มันจะมีบางครั้งที่เขาถามว่า ใครอออค่าใช้จ่ายให้ คิดว่าเงินจะพอไหม หากไม่พอจะทำอย่างไร หรือมีแผนการเดินทาง การใช้จ่ายอย่างไรบ้าง ประมาณนี้นะคะ เตรียมตอบไว้ก่อนคะ

      ให้ขอเอกสารทั้ง Bank Statement และ Bank Guarantee นะคะ

      หากจะไปเยี่ยมแฟนที่โน่นก็ให้แฟนเขียนจดหมายเชิญ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนมาด้วยนะคะ

      ควรขอวีซ่าก่อนออกเดินทางประมาณสองเดือนคะ

      ลบ
    2. ไม่ระบุชื่อ30 สิงหาคม 2557 23:03

      ขอบคุณมากๆค่ะ ชัดเจนมาก ตอบให้ยาวเหยียดเลย ต้องขอโทษด้วยนะคะที่รบกวนเวลา

      ตามที่อ่านมาหากเก็บเงินในบัญชีให้ได้ 6 เดือน แต่ละเดือนไม่ให้มากกว่าเงินเดือนที่เข้าบัญชีเดือนละไม่ถึงสองหมื่นคงยากและนานกว่าจะได้ไป แฟนบอกว่าจะส่งเงินให้ใช้และเงินเดือนให้เก็บไว้ในบัญชี และถ้ามาได้เค้ายินดีออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งเพื่อนและเราเพื่อความปลอดภัยและอุ่นใจในกรณีที่เรารอวันที่เขาสามารถลางานมาหาเราได้อย่างน้อยอีก 6 เดือนข้างหน้า ตู่เลยคิดว่าไม่อยากรบกวนเขาและรอให้เขามาหาดีกว่าจะได้ไม่ต้องยุ่งยาก แต่อยากรบกวนถามต่ออีกนิดนะคะเพราะตู่ก็ถามแฟนอยู่เหมือนกันเรื่องการดำเนินการต่างๆ แต่ด้วยภาษาอาจทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน เข้าไปสอบถามในหลายๆบล็อคก็ตอบได้ไม่ค่อยชัดเจนตามที่หวังและพูดต่างกัน ตอนนี้มั่นใจบล็อคนี้มากกว่าในการที่จะขอคำแนะนำ คำถามมีว่า

      ถ้ารอแฟนมาหาในอีกอย่างน้อย 6 เดือนข้างหน้านี้ ตู่ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง เพราะแฟนบอกว่า เขาสามารถลางานมาได้ 1 - 2 สัปดาห์ เพื่อที่จะมาแต่งงานและดำเนินเรื่องขอวีซ่าให้ หลังจากที่เขากลับไป เขาจะกลับมารับเราอีกเมื่อวีซ่าผ่าน มันต้องใช้เวลานานมั้ยคะ

      ถ้าแต่งงานแล้ว วีซ่าพร้อม และต้องไปอยู่ที่อเมริกากับแฟน ปัญหามีอยู่ว่าเป็นห่วงพ่อแม่ทางนี้ แต่แฟนบอกว่าเราสามารถทำเรื่องให้พ่อแม่ไปอยู่ที่นู่นด้วยได้ถ้าพวกเขาต้องการ แต่พ่อและแม่คงไม่ไปหรอก ตู่เป็นลูกสาวคนเดียวในบ้านมีพี่ชายสี่คนต่างงานมีลูกหมดแล้ว ตู่เคยสัญญาว่าจะเลี้ยงดูแลท่านทั้งสองเองส่งเงินให้ท่านทุกเดือน และถ้าเราไปอยู่ที่นู่นเราต้องลาออกจากงานข้าราชการที่กว่าจะสอบได้ต้องใช้ความอุตสาหะอย่างมาก เสียดายค่ะ แล้วถ้าเราไปอยู่นู่นจะสามารถทำงานอะไรได้บ้างเพื่อแบ่งเบาภาระแฟนและช่วยเหลือพ่อแม่ด้วย แต่แฟนบอกว่าเราไม่จำเป็นต้องทำงานเขาามารถดูแลเราให้มีชีวิตที่ดีได้ แต่ถ้าอยากทำงานเขาก็ไม่ขัด สับสนมากค่ะ เสียดายงานที่นี่ค่ะ

      ถ้าได้ไปอยู่ที่นุ่นแล้วจะต้องปฏิบัติตนในฐานะเป็นภรรยาต่างชาติยังไง ต้องยุ่งยากเรื่องการจัดการอะไรอีกเยอะมั้ย มีสวัสดิการอะไรบ้าง

      ขอรบกวนตอบให้หน่อยนะคะ จะเป็นพระคุณยิ่ง
      ขอบคุณค่ะ

      ลบ
    3. วีซ่าแต่งงานใช้เวลาประมาณแปดเดือนถึงหนึ่งปีคะ แต่วีซ่าคู่หมั้นจะเร็วหน่อยคะ ประมาณสี่ถึงหกเดือน แนะนำวีซ่าคู่หมั้นคะ คือ หมั้นหมายกันก่อน พอไปถึงอเมริกา ค่อยจัดงานแต่งงานภายในสามเดือนคะ วีซ่าคู่หมั้น แฟนจะต้องทำเรื่องที่อเมริกาก่อน จากนั้นทางอเมริกาจะส่งเรื่องมาที่สถานทูตไทยอีกทีนะคะ อ่านเพิ่มเติมได้ในนี้นะคะ

      http://wareecollins.blogspot.com/2013/08/k1-visa.html
      http://www.usvisa4thai.com/fiance.php

      นุ้ยแนะนำให้ขอวีซ่าท่องเที่ยวก่อนจะดีกว่าคะ เพราะทำเรื่องเร็ว หากไม่ผ่านค่อยขอวีซ่าแต่งงาน หรือคู่หมั้น

      งานที่อเมริกามีเยอะนะคะ แต่ก่อนอื่นเราต้องเตรียมพร้อมทางด้านภาษาก่อนคะ และต้องปรับตัวเรื่องการใช้ชีวิต และวัฒนธรรมต่างๆ รวมไปถึงการขับขี่ การยื่นเอกสารขอกรีนการ์ด อย่างน้อยก็ห้าเดือนถึงหนึ่งปีคะ

      คือ จริงๆ ถ้าไม่รีบอะไร นุ้ยอยากให้มาเที่ยวก่อน ลองมาดูว่าเราสามารถอยู่ที่อเมริกาได้ไหม ชอบไหม ครอบครัวแฟนเป็นอย่างไร อากาศที่เมืองที่แฟนอยู่เป็นอย่างไร ร้อนเกินไป หนาวไปไหม มาอยู่แล้ว ถ้าเราไม่มีเพื่อนคนไทยจะทำอย่างไร จะเรียนหรือทำงานอะไร ลองมาดูลู่ทางก่อนคะ หรือแต่งงานเป็นแม่บ้านอย่างเดียว เราจะไหวไหม จะเหงาไหม หรืออยู่ไทยดีกว่ากัน หากมาดูแล้วชอบ ค่อยแต่งงาน หรือคิดเรื่องย้ายมาอยู่อีกทีคะ

      หากมีหน้าที่การงานมั่นคงแล้ว แนะนำให้อยู่ไทยคะ มาที่นี่งานแรกที่เราทำได้ อาจไม่ใช่งานที่ชอบ อย่างนุ้ยอยู่ไทย การงานดีมากคะ ทำงานบริษัทเอกชน มีเงินเดือนดี แต่ตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่อเมริกา เพราอยากมาอยู่ใกล้ชิดกับสามี มาที่นี่ต้องทำทุกอย่างคะ งานแรกๆ ที่เริ่มคือ ล้างจาน เสิร์ฟ ทำความสะอาดร้านอาหาร งานทำความสะอาดบ้าน เฝ้าบ้าน รับจ้างดูแลหมา แมว จากนั้นพอภาษาดี เก่งกล้าแล้วก็เริ่มรับจัดเลี้ยงงานปาร์ตี้ต่างๆ ทำงานเขียนบทความ งานแปล งานเขียนหนังสือ เรียกได้ว่าชีวิตแรกๆ ก็หนักเอาการนะคะ ต้องทำทุกอย่าง เพราะ ค่าครองชีพที่นี่สูงมาก ได้เงินเดือนเยอะก็จริง แต่ก็ต้องจ่ายเยอะ ไปหาหมอไม่มีประกัน ก็ต้องเป็นหนี้ จะทำประกันชีวิตทีก็แพงมาก หากที่ทำงานไม่ออกให้ เราก็ต้องออกเอง

      (อันนี้เล่าสู่กันฟังเฉยๆ นะคะ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา และคนอื่นเล่าให้ฟัง) ถึงแม้สามีจะบอกว่าเขาดูแลเราได้ ไม่ต้องทำงาน แต่ครอบครัวสามีไม่คิดแบบนั้นคะ คนอเมริกันจะดูถูกคนที่ไม่ทำงานมากๆ (ยกเว้นแม่บ้านที่ต้องดูแลลูก) คนที่นี่เขานับถือคนที่สามารถดูแลช่วยเหลือตัวเองได้ และสามารถเป็นที่พึ่งให้ครอบครัวเขาได้ พ่อแม่อเมริกาบางคนชอบคิดว่าผู้หญิงไทยมาเกาะลูกเขากิน มีไม่น้อยที่ดูถูกผู้หญิงไทยคะ (เพราะคนไทยหลายคนชอบทำแบบนั้น แต่งงานไปแล้ว ไม่ได้ทำงาน แต่เอาเงินสามีส่งไปให้ทางบ้าน พ่อแม่อเมริกันจะไม่ชอบมากๆ คะ คนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่ส่งเงินให้พ่อแม่ เพราะพ่อแม่เขามีงานทำ มีเงินสวัสดิการจากรัฐอยู่แล้ว) และอีกอย่าง ถ้าเราไม่ทำงาน เราก็จะเบื่อ ไม่มีไรทำ และอยากกลับไทยคะ คือ ถ้าเราทำงาน ก็สามารถเก็บเงิน แบ่งให้ครอบครัวที่ไทยได้ ได้ช่วยเหลือสามี มีเงินเก็บ เอาไปทำอย่างอื่นได้ และคนอื่นก็ไม่สามารถมาว่าเราได้คะ

      แต่กว่าเราจะหางานที่เราอยากทำได้ ก็ใช้เวลานานคะ อย่างน้อยก็หนึ่งปี เพราะต้องปรับภาษาก่อน บางคนเรียนเพิ่มเติม เพื่อให้ได้วุฒิการศึกษาที่อเมริกา และจะได้หางานง่าย

      เรื่องที่จะพาพ่อแม่มาอยู่ที่อเมริกา เราทำได้คะ แต่ต้องใช้เวลานานคะ คือ ก่อนอี่นเราต้องขอกรีนการ์ดก่อน จากนั้นผ่านไปประมาณสามถึงห้าปี สอบซิติเซ่นอเมริกา พอเราได้เป็นพลเมืองอเมริกันแล้ว จึงสามารถทำเรื่องขอกรีนการ์ดพาพ่อแม่มาอยู่ที่นี่ได้คะ

      มีอะไรก็ถามได้ตลอดเลยนะคะ

      ลบ
  45. ไม่ระบุชื่อ8 กันยายน 2557 09:43

    สวัสดีค่ะ พอดีกำลังจะไปทำวีซ่าอเมริกา เป็นนศ. ปีสุดท้ายแล้วค่ะ จะถามนิดนึงเรื่อง sponsor
    ถ้าให้คุณยายเป็นsponsor นี่จะได้มั้ยค่ะ (แต่คุณยายไม่ได้ทำงานแล้วและ statement เป็นแบบคงที่ค่ะ)
    ถ้ายังงั้นให้คุณป้า sponsor จะดีกว่ามั้ยคะ ขอบคุณมากนะคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ให้คุณป้าก็ได้นะคะ ควรเป็นคนที่ใกล้ชิดกับเรา มีหน้าที่การงานดี และมีเงินเก็บในระดับหนึ่งคะ

      ลบ
  46. สอบถามหน่อยค่ะ พอดีจะไปอเมริการ โครงการ aupair จะใช้statement ของน้า (เป็นลูกพี่ลูกน้องของแม่ นามสกุลเดิมของน้าเหมื่อนกับนามสกุลเดิมแม่)ซึ่งมีเงินหมุนในบัญชีหลายแสนบาท และยื่นstatement ของเราร่วมด้วย เพราะทำงานแล้ว แต่มีเงินติดบัญชีน้อยนิด จึงอยากสอบถามว่า จะสามารถใช้ ฟอร์ม ตามตัวอย่างข้างบนได้ใช่ไหมคะ แล้วต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่มอีกบ้างคะ รบกวนตอบหน่อยค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ใช้แบบฟอร์มตามตัวอย่างได้เลยคะ ยื่นพร้อมกับเอกสารรับรองการทำงาน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เป็นสปอนเซอร์คะ

      ลบ
  47. สวัสดีค่ะ รบกวนสอบถามหน่อยค่ะ อยากทราบว่า สปอนเซอร์เปนลูกพี่ลูกน้องคนละนามสกุลได้มั้ยคะ แร้วเค้าทำธุรกิที่บ้าน ชิ่อทะเบียนการค้าก้อดันเปนชื่อพ่อเค้า อย่างนี้ต้องใช้เอกสารอะรัยในการยื่นวีซ่าf1 บ้างคะ แค่โดยส่วนตัวมีเงิรในบันชี 700000 ก้อเรยคิดว่าจะยื่นของตัวเองประกอบด้วยค่ะ แต่อยากทราบแค่เอกสารทั่ต้องให้ลูกพี่ลูกน้องเตรียมอ่ะค่ะ ขอบุคุนมากเรยค่ะ เคสแบบนี้เปอเซนจะผ่านมั้ยคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไปเรียนมีสปอนเซอร์ได้ไม่มีปัญหาคะ แต่ควรเป็นคนในครอบครัว หรือเป็นญาติสนิทที่สืบสายเลือดทางตรงจะผ่านง่ายกว่าคะ

      เอกสารที่สปอนเซอร์ต้องเตรียมก็ได้แก่ เอกสารทางการงาน เอกสารรับรองทางการเงิน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และจดหมายรับรองการเป็นสปอนเซอร์คะ

      ลบ
  48. ญาติไม่มีคัยมีแร้วอ่ะค่ะ อย่างนี้เปนสปอนเซอร์ตัวเอง ยอดเงินจะพอเรียนสัก 6 เดือนมั้ยคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. พออยู่นะคะ สปอนเซอร์ตัวเองได้เลยคะ

      ลบ
    2. ขอบคุนมากค่ะ รบกวนอีกนิดนะคะ
      แร้วถ้าตอนขอi-20 เรายื่นทั้งของสปอนเซอร์ ทั้งของเรา. แต่พอวีซ่าเรายื่นของเราคนเดวได้มั้ยคะ ถ้าหากในใบ. i-20ไม่ระบุชื่อ สปอนเซอร์อ้ะค่ะ

      ลบ
    3. ควรยื่นเหมือนตอนขอ . i-20 คะ

      ลบ
  49. รบกวนถาม 2 คำถามค่ะ เครียดมากๆ
    1.คือตอนนี้ทาง i-20 เค้าต้องการล้านกว่า แร้วลูกพี่ลูกน้องเราเงินพอ เปนได้ แต่ทำงานอิสระ อยู่บ้าน ทำธุรกืจครอบครัว แร้วทาง i-20 ให่ส่ง proof of income ซึ่งลูกพี่ลูกน้องเราไม่มี เพราะก้อเท่ากับทำงานอิสระถูกมั้ยคะ ทีนี้เราเรยร่างจดหมายแนะนำตัวของลูกพี่ลูกน้องขึ้นมา ว่าเค้าทำธุรกืจครอบครัว จึงไม่มีหลักฐานการงาน หรือ ทะเบียนการค้าใดๆ แต่เราจะแนบรูปกิจกานไปด้วย คุนว่ามันจะเปนหลักฐานทางรายได้ได้มั้ยคะ

    2. ถ้าหากเอาหลักฐานการเงินของลูกพี่ลูกน้องคนเดิมนี่แร่ะ กะ ตัวเราเองที่มีเงิน 700,000 ไปสัมภาษณ์วีซ่าจะผ่านมั้ยคะ เรากัวแค่ลูกพี่ลูกน้องเราไม่มีหลักฐานการงานที่แน่นอนแร้วจะไม่ผ่าน แต่เราจะทำทั้งจดหมายสปอนเซอร์ จดหมายแนะนำตัวเองทั้งของเราและของสปอนเซอร์เราไปด้วย แบบนี้เปอเซนจะผ่านมีบ้างมั้ยคะ เครียดมากเรยค่ะ i-20 ต้องส่งวันที่ 1 ตุลาแร้ว

    ขอบคุนค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่ถามเยอะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ใช้ได้ แต่ไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่คะ มีพวกสัญญา หรือบัญชีรับจ่าย เอกสารการทำธุรกรรมกับลูกค้า พวกนี้ใช้เป็นเอกสารอ้างอิงได้คะ

      จดหมายสปอนเซอร์ควรมีคะ แต่ทั้งนี้ที่สำคัญที่เขาจะพิจารณาเป็นอย่างแรกคือ เอกสารรับรองการทำงาน และที่มาของรายได้ ของสปอนเซอร์ ทั้งนนี้เพื่อมั่นใจว่าเราไม่ได้ไปยืมใครมาแต่งบัญชี และเขามีหน้าที่การมั่นคงที่จะช่วยเหลือเราได้คะ

      ลบ
  50. สวัสดีคะ เครียดและกังวลมากคะ คือกำลังจะขอวีซ่าไปอเมริกาคะ กำลังรวบรวมเอกสารคะ

    คือ จะเดินทางไปเที่ยวอเมริกา และเยี่ยมแฟนด้วยคะ(คนอเมริกัน) ไป 1 เดือนคะ ช่วงปีใหม่ และต้องกลับมาเรียนต่อ รุ้จักกันมาเกือบสองปี เค้าเพิ่งมาหาที่ไทยเมื่อสิงหาที่ผ่านมาคะ
    ตัวเรา เป็น นศ.ป. โท แต่ไม่ได้มีรายได้เอง เลยจะใช้บัญชีผู้ปกครอง และบัญชีของแฟนคะ เพราะแฟนออกค่าตั๋วให้ทั้งหมด และไปพักกับครอบครัวเค้าคะ

    -ตอนนี้กำลังทำเรื่องขอใบรับรองสถานภาพนักศึกษาจากม.คะ กำลังศึกษา thesis ตัวสุดท้าย,,,,,(ยังไงก็ต้องกลับมาเรียนตัวสุดท้ายใก้จบ และรับปริญญาคะ)

    -แฟนทำงานแล้วคะ เราเรียนสายเดียวกับที่แฟนทำงานคือเกี่ยวกับศิลปะ จิตรกรรม ช่วงเดือนที่แฟนชวนไปเป็นช่วงมีงานจัดนิทรรศการของหลายแกลเลอรี่ที่รวมตัวกันจัดงาน นี่เลยเป็นจุดประสงค์หลักที่จะไป เพื่อไปหาinspiration กลับมาเขียโปรเจคจบคะ,,,,,(กำลังให้ทางแกลเลอรี่ที่จะไปดูงาน ออกจดหมายเชิญมาให้ด้วยคะ)

    -แฟนจะพาไปครูซด้วย จะส่งใบจองครูซเป็นหลักฐานว่า เป็นหนึ่งในโปรแกรมที่จะไปเที่ยว,,,,,,,,(อันนี้ต้องได้วีซ่าแบบ multiple entry ใช่มั้ยคะ)

    -เป็นลูกคนเดียว ไม่มีญาติพี่น้องที่นั่นคะ พ่อแม่และครอบครัวอยุ่ไทยหมด

    -อันนี้ที่เครียดมากคะ คือแฟนดันซื้อตั๋วไป-กลับ แล้วด้วย (ไม่ถงไม่ถามสักคำ)

    -เคยได้ทุนไปศึกษาดูงานศิลปะที่อิตาลีคะ ไปครั้งนี้ก็จุดประสงค์นี้ด้วยคะ คืออยากไปดูงานศิลป์ที่โน้น

    -ในบัญชีของผุ้ปกครองที่จะเอาไปยื่น มีเงินรวมอยุ่แค่ 200,000 บาทเองคะ ,,,,,(แต่เอาเข้าจริง ถ้าไปโน้น ก็แทบไม่ต้องใช้จ่ายอะไรเลยคะ)

    สรุปนะคะ (ร่ายยาวมากคะ โทษนะคะ^^")
    ตอนนี้มีหลักฐานที่เตรียมนอกจากพาสปอต รูปถ่าย สูติบัตร ทะบียนบ้าน บลาๆๆๆ ก็ดังนี้นะคะ
    - statement พ่อแม่ตัวเอง และ ของแฟนกับครอบครัวแฟนคะ
    - ใบรับรองความเป็นนักศึกษาจากมหาลัยคะ
    - จดหมายเชิญจากแกลเลอรี่ และจากทางครอบครัวแฟนคะ
    - จะปริ้นตั๋วไปด้วยคะ(เป็น e-ticket receipt คะ)

    ถามนะคะ
    ● จากเรื่องราวและหลักฐานที่กล่าวมา มีโอกาสได้วีซ่ามั้ยคะ??
    ● เพื่อนคุณแม่บอกว่า วงเงินในบัญชีที่เรานำไปยื่น ห้ามถอนใช้จนกว่าจะกลับจากอเมริกาหรอคะ??? เหมือนว่าเป็นเงินค้ำประกันว่าเรามีเงินในธนาคารอยู่จนกว่าเราจะกลับ???,,,,,,,,ตัวเราดันเข้าใจว่า วงเงินนั้นมีไว้เพื่อใช้จ่ายในขณะท่องเทีายวอยุ่อเมริกาซะอีกคะ งงมากคะ

    ขอบคุณมากๆนะคะ ที่เสียเวลาอ่าน + รบกวนตอบและขอคำชี้แนะด้วยนะคะ กังวลจริงๆคะ
    ป.ล.คุณน่ารักมากคะ เห็นตอบคำถามพวกเราๆมาตลอดเป็นปีๆเลยคะ


    ตอบลบ
  51. สวัสดีคะ เครียดและกังวลมากคะ คือกำลังจะขอวีซ่าไปอเมริกาคะ กำลังรวบรวมเอกสารคะ

    คือ จะเดินทางไปเที่ยวอเมริกา และเยี่ยมแฟนด้วยคะ(คนอเมริกัน) ไป 1 เดือนคะ ช่วงปีใหม่ และต้องกลับมาเรียนต่อ รุ้จักกันมาเกือบสองปี เค้าเพิ่งมาหาที่ไทยเมื่อสิงหาที่ผ่านมาคะ
    ตัวเรา เป็น นศ.ป. โท แต่ไม่ได้มีรายได้เอง เลยจะใช้บัญชีผู้ปกครอง และบัญชีของแฟนคะ เพราะแฟนออกค่าตั๋วให้ทั้งหมด และไปพักกับครอบครัวเค้าคะ

    -ตอนนี้กำลังทำเรื่องขอใบรับรองสถานภาพนักศึกษาจากม.คะ กำลังศึกษา thesis ตัวสุดท้าย,,,,,(ยังไงก็ต้องกลับมาเรียนตัวสุดท้ายใก้จบ และรับปริญญาคะ)

    -แฟนทำงานแล้วคะ เราเรียนสายเดียวกับที่แฟนทำงานคือเกี่ยวกับศิลปะ จิตรกรรม ช่วงเดือนที่แฟนชวนไปเป็นช่วงมีงานจัดนิทรรศการของหลายแกลเลอรี่ที่รวมตัวกันจัดงาน นี่เลยเป็นจุดประสงค์หลักที่จะไป เพื่อไปหาinspiration กลับมาเขียโปรเจคจบคะ,,,,,(กำลังให้ทางแกลเลอรี่ที่จะไปดูงาน ออกจดหมายเชิญมาให้ด้วยคะ)

    -แฟนจะพาไปครูซด้วย จะส่งใบจองครูซเป็นหลักฐานว่า เป็นหนึ่งในโปรแกรมที่จะไปเที่ยว,,,,,,,,(อันนี้ต้องได้วีซ่าแบบ multiple entry ใช่มั้ยคะ)

    -เป็นลูกคนเดียว ไม่มีญาติพี่น้องที่นั่นคะ พ่อแม่และครอบครัวอยุ่ไทยหมด

    -อันนี้ที่เครียดมากคะ คือแฟนดันซื้อตั๋วไป-กลับ แล้วด้วย (ไม่ถงไม่ถามสักคำ)

    -เคยได้ทุนไปศึกษาดูงานศิลปะที่อิตาลีคะ ไปครั้งนี้ก็จุดประสงค์นี้ด้วยคะ คืออยากไปดูงานศิลป์ที่โน้น

    -ในบัญชีของผุ้ปกครองที่จะเอาไปยื่น มีเงินรวมอยุ่แค่ 200,000 บาทเองคะ ,,,,,(แต่เอาเข้าจริง ถ้าไปโน้น ก็แทบไม่ต้องใช้จ่ายอะไรเลยคะ)

    สรุปนะคะ (ร่ายยาวมากคะ โทษนะคะ^^")
    ตอนนี้มีหลักฐานที่เตรียมนอกจากพาสปอต รูปถ่าย สูติบัตร ทะบียนบ้าน บลาๆๆๆ ก็ดังนี้นะคะ
    - statement พ่อแม่ตัวเอง และ ของแฟนกับครอบครัวแฟนคะ
    - ใบรับรองความเป็นนักศึกษาจากมหาลัยคะ
    - จดหมายเชิญจากแกลเลอรี่ และจากทางครอบครัวแฟนคะ
    - จะปริ้นตั๋วไปด้วยคะ(เป็น e-ticket receipt คะ)

    ถามนะคะ
    ● จากเรื่องราวและหลักฐานที่กล่าวมา มีโอกาสได้วีซ่ามั้ยคะ??
    ● เพื่อนคุณแม่บอกว่า วงเงินในบัญชีที่เรานำไปยื่น ห้ามถอนใช้จนกว่าจะกลับจากอเมริกาหรอคะ??? เหมือนว่าเป็นเงินค้ำประกันว่าเรามีเงินในธนาคารอยู่จนกว่าเราจะกลับ???,,,,,,,,ตัวเราดันเข้าใจว่า วงเงินนั้นมีไว้เพื่อใช้จ่ายในขณะท่องเทีายวอยุ่อเมริกาซะอีกคะ งงมากคะ

    ขอบคุณมากๆนะคะ ที่เสียเวลาอ่าน + รบกวนตอบและขอคำชี้แนะด้วยนะคะ กังวลจริงๆคะ
    ป.ล.คุณน่ารักมากคะ เห็นตอบคำถามพวกเราๆมาตลอดเป็นปีๆเลยคะ


    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. - statement ใช้ของพ่อและแม่ตัวเองพอแล้วคะ ให้แฟนส่งจดหมายเชิญมาเฉยๆ ก็พอคะ หลายรายให้แฟนเป็นสปอนเซอร์ด้วย ไม่ผ่านเกือบทั้งหมดคะ อันนี้ต้องระวังมากๆ คะ สถานทูตกลัวว่า เราจะย้ายไปอยู่ที่โน้นคะ ถ้าเราพิสูจน์ให้เขาเห็นได้ว่า เรามีความสามารถในการดูแลช่วยเหลือตัวเองได้ มีหลักฐานการทำงาน การเรียน และการเงินที่ไทยพอสมควร จะทำให้เราดูมีเครดิต น่าเชื่อถือ ประมาณว่า ฉันอยู่ที่ประเทศฉันก็สบายอยู่แล้ว มีทุกอย่างพร้อม ไม่ไปอยู่ที่โน้นแน่นอน ประมาณนี้นะคะ

      - นอกจากใบรับรองนักศึกษาแล้ว ควรขอให้อาจารย์ที่ปรึกษา เขียนใบรับรองว่าเราจะกลับมาเรียนในวันไหน อย่างไร คือ ใบรับรองนักศึกษาจะระบุว่าเราเป็นนักศึกษาเฉยๆ ไม่ได้ระบุว่าจะกลับมาเรียนในวันไหน เจ้าหน้าที่บางคนก็เรื่องมากคะ เขาก็จะถือว่าเอกสารไม่ครบถ้วน ใช้ไม่ได้อีก เราเตรียมไปให้พร้อมที่สุด เจอเจ้าหน้าที่แบบไหน ก็จะได้ไม่กังวลคะ

      - ตั๋วเครื่องบินนี่แสดงตอนตรวจคนเข้าเมืองอเมริกาคะ เจ้าหน้าที่สถานทูตไม่สนใจเอกสารตัวนี้เลยคะ

      - วงเงินในบัญชี หากวีซ่าผ่าน ก็ถอนได้เลยคะ ไม่มีปัญหา เพราะวงเงินในบัญชีหมายถึงว่า เงินที่ใช้จ่ายในช่วงเวลาที่เราท่องเที่ยว แต่ต้องมีติดบัญชีไว้ใช้ยามฉุกเฉินประมาณหนึ่งหมื่นถึงสองหมื่นบาท หรือมีบัตรเครดิตด้วย จะช่วยได้เยอะคะ

      - หากมีเอกสารพวกการเป็นเจ้าของบ้าน คอนโด ที่ดิน เอาไปด้วยก็ดีนะคะ เอกสารที่แสดงความผูกพันกับประเทศ มีมากเท่าไหร่ยิ่งดีคะ

      - วีซ่าอเมริกาส่วนใหญ่ออกแบบ Multiple อยู่แล้วคะ

      - เตรียมเอกสารเกี่ยวกับนิทรรศการที่เข้าร่วมไปด้วยก็ดีนะคะ เช่น กำหนดการ รูปแบบงาน เอกสารเชิญต่างๆ

      - ควรมีแผนการเดินทาง ท่องเที่ยวด้วยคะ จะทำให้เจ้าหน้าที่เห็นภาพว่าเราไปทำอะไร ที่ไหน กลับเมื่อไหร่ ช่วยให้เขาเข้าใจเรามากขึ้น

      ลบ
  52. ไม่ระบุชื่อ7 ตุลาคม 2557 01:02

    สวัสดีค่ะคุณนุ้ย ตู่ค่ะ วันนี้ขอคำปรึกษาจากคุณนุ้ยเพิ่มเติมนะคะ
    แฟนบอกว่าสามารถลางานมาได้ช่วง 6-7 เดือนหน้า และพยายามมาให้ตรงช่วงวันปิดเทอม เพื่อเดินเรื่องขอทำวีซ่าคู่หมั้นให้เราเพื่อจะไปแต่งงานที่อเมริกา และคิดว่าวีซ่าคู่หมั้นจะใช้ระยะเวลาสั้นกว่าวีซ่าสมรส คือแฟนก็อธิบายขั้นตอนให้ฟังอยู่แต่เนื่องด้วยคำศัพท์ภาษาอังกฤษเฉพาะทางนี้ยาก บวกกับตัวเองภาษาไม่ค่อยจะแข็งแรงจึงไม่ค่อยเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งเท่าไหร่ จึงอยากขอคำแนะนำจากคุณนุ้ยค่ะ

    1.ช่วงระยะเวลาที่รอวันที่แฟนมาเมืองไทย ควรเตรียมอะไรไว้รอบ้าง หรือต้องทำอะไร สำหรับการจะขอวีซ่าคู่หมั้น ทั้งเราและแฟน
    2. แฟนบอกว่าให้ขอวีซ่าคู่หมั้น หลังจากที่ผ่านแล้วเราก็จะไปแต่งงานกันที่อเมริกา แล้วค่อยมาจัดงานแต่งงานอีกที่เมืองไทย เป็นไปได้มั้ยถ้าขณะที่เขามาเที่ยวนี้เราจะแต่งงานกันที่ไทยก่อนแต่ยังไม่จดทะเบียน เพียงแต่จัดพิธีให้ฝ่ายทางเราเค้ารับรู้ก่อน หลังจากนั้นเมื่อวีซ่าผ่านค่อยดำเนินการแต่งงานที่โน่น ไม่อยากเดินทางหลายรอบอ่ะค่ะ

    ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. วีซ่าคู่หมั้นใช้เวลาไม่นานคะ แฟนต้องทำเรื่องที่อเมริกาก่อนนะคะ มีการเตรียมเอกสารและเตรียมตัวดังนี้นะคะ

      แฟนจะต้องยื่นเรื่อง Petition for Alien Fiance'(e) ในอเมริกา ซึ่งวีซ่าจะมีอายุ 180 วัน เมื่อได้วีซ่าแล้ว จะต้องแต่งงานภายใน 90 วันหลังจากเข้าอเมริกา

      ในกรณีทั่วไป ใช้เวลาประมาณ 4-8 เดือน แล้วแต่ว่าแฟนอยู่รัฐไหน บางรัฐที่มีคนยื่นเรื่องเยอะ ก็จะใช้เวลานาน บางกรณีใช้เวลาเป็นปีก็มี

      ส่วนหลักฐานที่ต้องเตรียมก็เยอะและละเอียดกว่าวีซ่าท่องเที่ยวมาก
      เริ่มจากฝ่ายแฟนชาวอเมริกันต้องกรอกแบบฟอร์ม Form I-129F และเอกสารอื่นๆ ที่ระบุไว้ในแบบฟอร์ม ส่งไปยัง USCIS โดยต้องเป็นสำนักงานที่คู่หมั้นชาวอเมริกันอาศัยอยู่ USCIS Field Offices เท่านั้น โดยเตรียมเอกสารดังนี้
      1. Form I-129F
      2. Form G-325A (Biographic Information) ของทั้งสองคน
      3. ใบเกิดของคู่หมั้นชาวอเมริกัน หรือ certificate of Naturalization กรณีที่ขอสัญชาติทีหลัง
      4. copy of passport ของทั้งสองคน
      5. ใบหย่าของทั้งสองคน (ถ้ามี)
      6. ใบเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี)
      7. รูปถ่ายหน้าตรง 1 รูป ทั้งสองคน พร้อมเขียนชื่อด้านหลังรูป
      8. Intent to marry letter จดหมายที่แสดงว่า ทั้งสองคนจะแต่งงานกันภายในเก้าสิบวันเมื่อมาถึงอเมริกา
      9. หลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าทั้งสองคนเจอกันในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา เช่น รูปถ่ายที่เคยไปเที่ยวด้วยกัน หรือพาสปอร์ตของแต่ละฝ่ายที่เคยมาเยี่ยมเยือน ท่องเที่ยวคู่รักของตน หรือถ้าไม่เคยเจอกันในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมาให้แสดงหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่า เพราะเหตุใด
      10. ค่าธรรมเนียม $165 (ค่าธรรมเนียมอาจมีการเปลี่ยนแปลง ให้เช็คที่ www.uscis.gov ก่อนจ่าย)
      เมื่อยื่นเรื่องแล้ว และทาง USCIS ได้รับเอกสารและค่าธรรมเนียมแล้วจะส่งใบเสร็จรับเงิน (Notice of Action, Receipt notice, NOA1 หรือ ฟอร์ม I-797) มาให้คู่หมั้นชาวอเมริกัน ภายในระยะเวลา 1-3 สัปดาห์ จะมี receipt number (ตัวอักษรอังกฤษสามตัว-ตัวเลขสิบตัว) และสามารถเช็คสถานะออนไลน์ได้ที่ www.uscis.gov เพื่อตรวจสอบว่า เคสของเราจะอนุมัติเมื่อไร

      หลังจากที่เคสได้รับการอนุมัติจาก USCIS แล้ว เขาจะส่งเรื่องไปยัง NVC และหลังจากนั้นประมาณ 3 อาทิตย์ NVC ก็จะส่ง Case number ไปให้คู่หมั้นหรือแฟนคนอเมริกัน พร้อมส่งเรื่องไปที่สถานฑูตไทยด้วย

      เมื่อสถานฑูตได้รับเรื่องแล้วประมาณหนึ่งเดือน เขาก็จะส่งเอกสารที่เรียกว่า package 3 มาให้เราที่ไทยนะคะ โดยแพ็คเกจ 3 คือ เอกสารต่างๆ รวมถึงข้อมูลการเตรียมเอกสารที่เราต้องเตรียมเพื่อยื่นประกอบการสัมภาษณ์ ซึ่งใน Package 3 จะประกอบไปด้วย
      1. แบบฟอร์ม DS-230 Part I
      2. แบบฟอร์ม I-134 เอกสารอันนี้ให้แฟนกรอกและให้ที่ธนาคารประทับตรา (Notarized)
      3. แบบฟอร์ม DS-156
      4. แบบฟอร์ม DS-156K
      5. แบบฟอร์ม DS -157
      6. Medical Examination (ใบตรวจสุขภาพ) สามารถไปตรวได้ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ หรือโรงพยาบาล BNH Hospital
      7. ใบประวัติอาชญากรรม, ใบเกิด, ประวัติทางการทหาร (Special Instruction for Thai Citizen)
      8. รายละเอียดเกียวกับรูปถ่ายที่จะต้องยื่นในวันสัมภาษณ์
      9. การจ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่า (4,000 บาท)
      10. Checklist

      เมื่อได้รับ Packet 3 แล้วให้รีบส่ง Checklist และ DS230 Part 1 กลับไปที่สถานฑูตโดยเร็ว เพื่อที่เขาจะได้จัดวันสัมภาษณ์ให้ เพราะการที่ส่งเอกสาร 2 ตัวนี้ไปเป็นการแสดงให้เขาเห็นว่าเราพร้อมสำหรับการสัมภาษณ์


      ลบ
    2. หลังจากนั้นประมาณหนึ่งเดือน บางคนก็เร็วหรือช้ากว่านี้ ทางสถานฑูก็จะส่งเอกสารที่เรียกว่า Packet 4 มาให้ ซึ่งจะเป็นใบนัดวันสัมภาษณ์ และมีเอกสารที่บอกเกี่ยวการเตรียมตัวสัมภาษณ์ โดยต้องเตรียมเอกสารดังนี้
      Set 1 เอกสารของเรา
      • หนังสือเดินทาง (passport) ที่มีอายุอย่างน้อยหกเดือน
      • รูปหน้าตรง พื้นหลังสีขาว 2 รูป (เขียนชื่อหลังรูปด้วย)
      • ใบเสร็จค่าธรรมเนียม ระวังหาย ให้เย็บติดกับกระดาษเอสี่ และอย่าลืมถ่ายเอกสารเก็บไว้ด้วย
      • แบบฟอร์ม DS-156 Two Nonimmigrant Visa Applications (A Form DS-156, prepared in duplicate.)
      • แบบฟอร์ม DS-156K Nonimmigrant Fianc(e) Visa Application
      • แบบฟอร์ม DS -157
      • ใบเปลี่ยนชื่อ (ในกรณีที่มีการเปลี่ยนชื่อ) ตัวจริง และสำเนาที่แปลและรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ
      • ใบหย่า (ในกรณีที่เคยแต่งงานแล้วหย่า) ตัวจริง และสำเนาที่แปลและรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ
      • ใบเกิดตัวจริง และสำเนาที่แปลและรับรองจากกระทรวงต่างประเทศ
      • Medical exam ที่ได้มาจากโรงพยาบาล
      • ใบตรวจสอบประวัติอาชญากรรม มีสองใบจากทุกประเทศที่เคยอาศัยอยู่ตั้งแต่อายุ 16 ปี การทำใบตำรวจ ยื่นเฉพาะใบจริง เก็บใบสำเนาไว้

      Set 2 เอกสารของแฟน
      • I-134 Affidavit of Support
      • จดหมายรับรองการทำงานจากนายจ้าง
      • tax return ย้อนหลัง 3 ปี
      • เอกสารด้านการเงิน เช่น บัญชีธนาคาร หริอเอกสารการเป็นเจ้าของบ้าน
      • ใบหย่า (ถ้ามี)

      Set 3 เอกสารแสดงความสัมพันธ์
      • e-mail หรือจดหมายที่เขียนถึงกัน
      • รูปถ่ายที่เคยไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมร่วมกัน
      • Bill ค่าโทรศัพท์ที่โทรติดต่อกัน
      • การ์ดหรือของขวัญที่ส่งถึงกัน

      หลังจากนั้นก็จะมาถึงขั้นตอนการสัมภาษณ์ การสัมภาษณ์วีซ่าคู่หมั้น สามารถไปสัมภาษณ์คนเดียวได้ ไม่จำเป็นต้องพาคู่หมั้นไปด้วย ในวันสัมภาษณ์ควรแต่งตัวให้เรียบร้อย ไปตั้งแต่เช้าเพราะแถวยาวมาก หลังจากยื่นเอกสารตามที่กล่าวมาข้างบนให้กับเจ้าหน้าที่ แล้วก็มานั่งรอระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่ตรวจเช็คเอกสารต่าง ๆ ควรกรอกเอกสารให้เรียบร้อยเพราะอาจทำให้เกิดการล่าช้าได้ คำถามที่ถูกถามบ่อยๆ ได้แก่
      - รู้จักกันได้ยังไง ที่ไหน
      - รู้จักกันมานานหรือยัง เจอกันกี่ครั้ง
      - แฟนทำงานอะไร
      - งานอดิเรกของแฟน
      - แฟนมีพี่น้องกี่คน
      - อาจจะถามถึงรูปถ่ายหรือหลักฐานที่เรายื่น เช่น รูปนี้ถ่ายที่ไหน

      หลังจากที่วีซ่าผ่านแล้ว จะได้รับซองสีน้ำตาล (ห้ามแกะเด็ดขาด) เก็บเอาไว้ยื่นกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เมื่อมาถึงอเมริกาต้องแต่งงานกับคู่หมั้นภายใน 90 วันหลังจากเข้าอเมริกา จากนั้นจึงยื่นเรื่องขอกรีนการ์ดเพื่อปรับสถานะให้สามารถอยู่อาศัย และทำงานในอเมริกาได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย

      เนื่องจากวีซ่าคู่หมั้นเป็น single entry สามารถเข้าอเมริกาได้ครั้งเดียวเท่านั้น หากมีความประสงค์จะออกนอกประเทศ อยากไปเที่ยวต่างประเทศในขณะที่รอทำเรื่องกรีนการ์ด จะต้องกรอกแบบฟอร์ม I-131 Application for Travel Document โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ $165

      วีซ่าประเภทนี้ใช่ว่าจะเรื่องผ่านกันทุกคน มีหลายเหตุผลเหมือนกันที่ทำให้เราอาจถูกปฏิเสธวีซ่า ได้แก่ ค้ายาเสพติด, โรคร้ายแรง HIV/AIDS, เคยอาศัยในอเมริกาเกินกำหนด I-94, ยังไม่ได้หย่า, ให้การสนับสนุนในการโค่นล้มอำนาจของรัฐบาลสหรัฐ หรือยื่นเอกสารและหลักฐานเท็จ

      สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมตัว ขั้นตอนการยื่นเรื่อง การเตรียมเอกสาร ได้ที่เว็บไซต์ของสถานทูต http://bangkok.usembassy.gov/immigrant_visas/fiancee-visas.html อันนี้เป็นภาษาอังกฤษ แฟนคนอเมริกันจะได้อ่านได้ ศึกษาให้เข้าใจ และช่วยเหลือเราในการยื่นได้

      ส่วนอันนี้เป็นเว็บไซต์ภาษาไทย เข้าไปอ่านได้ที่ http://usvisa4thai.com/board/viewforum.php?f=19

      ลบ
  53. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  54. ไม่ระบุชื่อ17 ตุลาคม 2557 10:34

    สวัสดีค่ะพี่นุ้ย ชื่อแจนค่ะ คือ มีเพลนจะไปเรียนภาษาที่ USA ค่ะ สัก 6 เดือน ตอนนี้กำลังหาที่เรียนเพื่อขอ i-20 ค่ะ คือจะทำวีซ่าแบบ F-1 ค่ะ แต่มีความกังวลค่ะว่าจะไม่ผ่าน เนื่องจาก
    1.เพิ่งเรียนจบ ป โท ค่ะ (คิดว่าจะไปเรียนภาษาเพื่อกลับมาเรียน ป.เอกที่ไทย) ไม่มีงานทำค่ะ ไม่มีใบรับรองงาน ไม่หนี้สิ้นใดๆ ที่ผูกพันกับประเทศไทยเรยค่ะ แต่ยังไม่ได้รับปริญญานะค่ะ คิดว่าจะกลับมารับปริญญาแน่นอน(ช่วงรับปริญญาประ มี.ค 59 ค่ะ)
    2.ให้คุณพ่อเป็นสปอนเซอร์ค่ะ คุณพ่อมีอาชีพค้าขาย ร้านไม่ได้จดทะเบียนใดๆค่ะ (มีคนแนะนำว่า ให้ถ่ายรูปน่าร้านไป คือ คุณพ่อเราเปิดร้านขายร้องเท้ามือสองสภาพร้านไม่ได้สวยงานอะไรจะผ่านไหมค่ะ) แต่คุณพ่อก็พอมีเงินพ่อสมควรสามารถส่งได้แน่นอนควรจะยืนยันด้วยอะไรดีค่ะ
    3.มีญาติอยู่ที่นู้นค่ะเป็นน้าเขยค่ะ เปิดร้านอาหารไทยค่ะ คาดว่าจะไปพักกะญาติระหว่างเรียนค่ะ ควรบอกไหมค่ะว่ามีญาติอยุ่ที่นู้น (คือ ที่อ่านมาจาก pantip เค้าบอกว่า ถ้าบอกว่ามีญาติทำร้านอาหารไทย มักจะไม่ผ่านค่ะ)

    คือ ช่วยให้คำแนะนำหน่อยนะค่ะว่า ควรมีหลักฐานอารัยบ้าง รึ ควรมีหลักฐานอารัยที่ทำให้เราดูน่าเชื่อถือขึ้นบ้างค่ะ
    ปล. คือไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศเรยค่ะ กังวลมากค่ะ ไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับการทำวีซ่าเรยค่ะ แต่ลองพยามอ่านในเวป ตามบล็อก ตามพันทิปค่ะ แต่ด้วยข้อกังวล 2 ข้อแรกที่กล่าวไปค่ะ
    ปล.2 ช่วยตอบด้วยนะค่ะ เพราะ ไปตังคำถามไว้ตามเวปต่างๆ ไม่มีใครตอบเรยค่ะ กะว่าจะไปช่วงเดือนมกราค่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ดำเนินการอะไรเรยค่ะ รึควรจะจ้างเอเจนซี่ดีค่ะ

    ขอบคุนสำหรับคำตอบนะค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. - ใช้เอกสารที่แสดงว่าเราจะกลับมารับปริญญา หรือให้อาจารย์ที่ปรึกษารับรองให้ก็ได้นะคะ น่าเชื่อถือในระดับหนึ่งคะ
      - เอกสารประกอบการ ใช้รูปถ่าย และเอกสารการเช่าที่ประกอบก็ได้นะคะ รูปถ่ายอย่างเดียวจะไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่คะ นอกจากนี้ก็ใช้บัญชีเงินทีมีการหมุนเวียนเข้าออกบ่อยๆ คะ
      - บอกไปตามตรงเลยคะ ไม่เป็นไรคะ แต่ไม่ต้องบอกว่าทำร้านอาหารนะคะ เพราะเขาจะคิดว่าเราไปทำงาน แล้วจะผ่านยากคะ บอกแค่ว่ามีญาติที่รู้จักก็พอคะ แต่เราไปเรียนเอง อยู่เอง ประมาณนี้คะ
      - ดำเนินการเองได้เลยคะ ผ่านง่ายกว่าคะ และประหยัดด้วยคะ เอเจนซี่ไม่ได้ช่วยให้ผ่านเลยคะ ช่วยแค่เตรียมเอกสาร หลักๆ จะผ่านไม่ผ่าน อยู่ที่เราคะ
      - เตรียมเอกสารให้พร้อม ตอบคำถามให้ดี ตรงประเด็น ชัดเจน โปร่งใสคะ ผ่านง่ายๆ คะ
      - หลักๆ คือ ต้องเตรียมเอกสารการเงินให้พร้อม จำนวนเงินต้องพอกับค่าเรียน และค่ากินอยู่คะ ให้ขอทั้ง Bank Statement and Bank Guarantee นะคะ
      - ถ้าจะให้ดี ควรมีจดหมายเขียนบอกว่าเราจะไปเรียนคอร์สอะไร ที่ไหน อย่างไร เป็นเวลากี่เดือน เรียนกลับมาแล้วจะเอามาใช้อะไร เจ้าหน้าที่เขาจะได้เห็นที่มาที่ไปคะ

      ลบ
  55. ขอคำปรึกษา วีซ่าท่องเที่ยวรอบสองค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ทิ้งคำถามไว้ได้เลยนะคะ

      ลบ
    2. สวัสดีค่ะ^^
      จะขอใหม่รอบสองค่ะ ***อยากให้ช่วยแนะนำว่าจะทำไงให้ผ่านiรอบสอง**** รอบแรกบอกว่าไปเที่ยว มีเพื่อนรู้จักที่นั่น จะไปพักกับเพื่อน ที่จิงจะไปหาแฟนอะค่ะแฟนเป็นคนไทยถือกรีนกาด และเพือ่นที่อ้างก็คือน้องสาวแฟนเอง ไม่กล้าบอกว่าไปหาแฟน กลัวไม่ผ่านอะค่ะ
      เค้าถามไม่เยอะเลย ทำงานไร/เป็นครู เงินเดือนเท่าไหร่/16000 ทำมานานเท่าไหร่/เกือบสองปี พักที่ไหน/พักกับคนชื่อนี้......... คนนี้เป็นไรกับคุณ/เพื่อน แค่เนี่ยถามไปดูจอคอมไป สุดท้ายยื่นคืนไม่ผ่านค่ะ เศร้าT,T ที่จิงคิดว่าเป็นที่เราด้วยถามคำตอบคำ แบบกล้าๆกลัวๆอะค่ะ
      เลยอยากให้ดูข้อผิดพลาดช่วยแนะนำหน่อย

      ลบ
    3. ที่จิงรับราชการครูค่ะ เงินเดือนปะมาน16000 บรรจุมาแล้วถึงเมษาหน้านี้ก็สองปีพอดีค่ะ รอบนี้จะขอไปสองอาทิตตอนช่วงเมษาหน้าเป็นปิดเทอมใหญ่พอดีค่ะ ขอไปเที่ยวและจะไปพักกับแฟน แฟนถือกรีนกาด ที่จิงเค้ากลับมาไทยตอนสิงหาไปส่งขอรอบแรกด้วย กะว่าได้จะไปพร้อมกัน ไปๆมาๆเค้าเลยหมั้นไว้ก่อนกลับเลยอยากจะถาม....
      - บอกไปเลยจว่าไปเที่ยว ไปหาแฟนด้วย พักกับแฟน ค่าใช้จ่ายเราออก แต่แฟนบอกว่าให้แฟนซัพพอท จะเอาไงดี?
      - จะบอกด้วยว่าเราหมั้นกันแล้ว จะไปเยี่ยมแฟน ส่วนตัวเรารอเค้าสอบซิติเซ่นอิกปีกว่าๆ และขอวีซ่าคู่หมั้นให้ แต่ว่ามันนานครั้งนี้เลยอยากไปเที่ยวที่นั่นด้วยกันก่อนอะค่ะ

      - อยากรู้ว่าแฟนถือกรีนกาด อิกปีกว่าๆจะมิสิทสอบซิติเซ่น ตอนนี้จะให้แฟนทำเรื่องขอวีซ่าคู่หมั้นเลยได้มั้ย บางคนบอกได้บางคนบอกไม่ได้ (ถ้ารอจนเค้าได้ซิติเซ่นและขอวีซ่าคู่หมั้นคงต้องใช้เวลาอิกพอควร นั่นคือเหตุผลที่ต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวไปหาเค้าก่อน)
      ********- ช่วยแนะนำหน่อยค่ะว่าควรทำยังไงดีให้ขอวีซ่าท่องเที่ยวรอบใหม่นี้ผ่าน ****************

      ลบ
    4. - ทำงานที่นครสวรรค่ะ แต่บ้านอยู่แพร่ คราวที่แล้วสัมภาสที่ กทม เพราะเค้าบอกว่าให้ดูเขตจังหวัดที่เราใช้ชีวิตอยู่ คราวนี้จะลองไปสัมภาสเชียงใหม่ หรือว่าควรไป กทม เหมือนเดิม(แอบกลัวว่าจะเจอคนสัมภาสคนเดิมอะค่ะ อิอิ)
      - มีคำแนะนำสำหรับเอกสารที่ต้องเตรียมกรณีเป็นข้าราชการปะคะ คราวแล้วมีแค่หนังสือรับรองว่ามีเงินเดือนเท่านี้ทำงานที่ รร นี้ เท่านั้น อ่อเราไม่ได้ทำเรื่องลาอะค่คิดว่ายุ่งยากะ พอดีเห็นว่าเป็นช่วงปิดเทอม คราวนี้ควรทำเรื่องมั้ยคะ?
      พูดถึงหนังสือรับรองที่ว่าตอนสัมภาสคราวแล้ว มาเห็นทีหลังว่าเค้าไม่ได้เอาหนังสือรับรองใส่แฟ้มตอนเค้าเตอร์จัดเอกสารก่อนเข้าสัมภาสอะค่ะ ทั้งๆที่ในลิสแจ้งว่าต้องเตรียมเอกสารนี้ด้วย งงเลย ตอนสัมภาสก็ไม่ถามด้วยซ้ำถึงหนังสือรับรองงาน ถามเท่าที่บอกข้างต้นอะค่ะ

      ลบ
    5. - ไปสัมภาษณ์ที่เชียงหม่ได้เลยคะ ผ่านง่ายกว่ากรุงเทพ
      - ควรยื่นเอกสารรับรองการทำงานและใบลาไปด้วยนะคะ เจ้าหน้าที่จะได้เห็นว่าไปแล้วกลับ
      - ค่าใช้จ่ายเราควรออกเองทั้งหมดคะ แสดงให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าเรามีความมั่นคงทางการงานและการเงินคะ ไม่ต้องมีสปอนเซอร์คะ หลายรายมีสปอนเซอร์ ขอวีซ่าไม่ผ่านแทบทุกรายคะ
      - หากไปเยี่ยมเพื่อนให้เพื่อนส่งจดหมายเชิญมานะคะ
      - ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องหมั้นกับแฟนคะ เพราะหากกล่าวข้อนี้ วีซ่าไม่ผ่านแน่นอนคะ เจ้าหน้าที่กลัวว่าเราจะใช้วีซ่าท่องเที่ยวผิดประเภทคะ บอกว่าไปเที่ยว ไปเยี่ยมเพื่อนก็พอคะ

      ลบ
  56. ไม่ระบุชื่อ13 พฤศจิกายน 2557 00:02

    สวัสดีค่ะ

    รบกวนสอบถามหน่อยนะค่ะ

    อยากไปเที่ยวที่อเมริกา ไม่เคยไปเลย ไม่เคยขอวีซ่า ภาษาไม่เก่งแต่กำลังเรียนภาษาอยู่ค่ะ AUA V.3 และกำลังศึกษาปริญญาตรีพร้อมกับทำงานบริษัทควบคุู่กันไปค่ะ เรียนจบประมาณ ก.ค.58ค่ะ คิดว่าจะไปหลังเรียนจบค่ะ

    ขอบอกข้อมูลนิดนึงนะค่ะ
    - มีคุณย่าอยู่ที่อมเริกาค่ะ แต่งงานกับคนอเมริกันนานกว่า 20 ปีแล้วค่ะ ปัจจุบันไม่แน่ใจว่าได้สัญชาติที่นู้นหรือยังระค่ะ แต่เคยถามแล้วแกบอกว่าแกสามารถอยู่ได้ 2 ประเทศ สบายๆเลยค่ะ จดทะเบียนกับปู่แล้วใช้นามสกุลปู่แล้วค่ะ
    - คุณปู่เป็นคนอมเริกัน ทำงานสอนอะไรสักอย่างเกี่ยวกับทหาร(ไม่แน่ใจ) เค้าเคยชวนไปเที่ยว ไปอยู่ เราอยากไปนะแต่ติดเรียนค่ะ เค้าจะส่งจดหมายเชิญมาให้ค่ะ
    - โดยส่วนตัวเป็นคนทำงานบริษัท เงินเดิอนไม่ถึง 13000 ต่อเดือน(วุฒิปวส.) ไม่มีเงินเก็บเลย ได้มาออกหมด
    - พ่อแม่ ไม่มีบัญชีเลย เพราะทำงานไปวันๆค่ะ

    อยากสอบถามว่า...
    - ไม่มีเงินเก็บเลย สามารถไปได้ไหมค่ะ แต่มีเงินหมุนเวียนในบัญชีตลอด 5-6 ปี แล้วค่ะ หรือถ้าเป็นฝากประจำได้มั้ยค่ะ จะเริ่มเก็บตั้งแต่ตอนนี้เลย เดือนละ 2000-3000 ได้มั้ยค่ะ
    - ควรจะขอเป็นวีซ่าท่องเที่ยวหรือไปเรียนภาษาดีค่ะ อันไหนมีเปอร์เซ็นง่านกว่าค่ะ (ถ้าเรียนคุณปู่คงออกให้ทั้งหมด)
    - ค่าใช้จ่ายมีออกเองบ้างถ้าพอมีตัง และมีปู่ช่วยออกให้ด้วยค่ะ
    - ที่พักๆอยู่บ้านย่า

    รบกวนขอเฟลสบุ๊คหรืออีเมลหรือไลน์ได้มั้ยค่ะ

    ขอบคุนนะค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. - หากมีสปอนเซอร์แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้บัญชีเงินของตัวเองคะ ใช้ของสปอนเซอร์ได้เลยคะ ให้คุณปู่ คุณย่าส่งจดหมายเชิญ พร้อมเอกสารรับรองการเป็นสปอนเซอร์มาให้ก็ได้นะคะ
      - ขอเป็นวีซ่าท่องเที่ยวก่อนก็ได้นะคะ ถ้าชอบ หรือตัดสินใจอยากเรียนที่โน่น ค่อยเปลี่ยนเป็นเรียนภาษาก็ได้คะ

      ลบ
  57. สวัสดีค่ะหนูมีเรื่องจะสอบถามค่ะ
    1.)หนูจะให้คุณพ่อเป็นสปอนต์เซอร์ทางการเงินให้คุณพ่อมีโรงงานเอกสารในการนำไปให้สถานทูตดูครบค่ะแต่ปัญหาคือ คุณพ่อหนูเปลี่ยนชื่อนามสกุลใหม่หมดเลย ซึ่งไม่ตรงกับเอกสารใบเกิดหรือทะเบียนบ้านหนูเลย (คุณพ่อหย่าร้างกับคุณแม่ค่ะ) คือหนูอยากทราบว่าต้องเอาเอกสารการเปลี่ยนชื่อนามสกุลของคุณพ่อไปให้สถานทูตดูด้วยไหมค่ะ
    2.)หนูมีแฟนเป็นคนอเมริกัน ปีก่อนเขาได้ทำเรื่องหย่ากับเพื่อนผญคนนึงซึ่งเป็นคนรัสเซีย แต่งเพื่อช่วยเธอเรื่องกรีนการ์ค่ะ แต่หย่ากันแล้ว ผญก็กลับประเทศไป แต่หนูอยากถามว่า เขาจะสามารถช่วยหนูเรื่องกรีนการ์ดตอนนี้ได้ไหมค่ะหรือหนูต้องรอ 10 ปี ขอบคุณค่ะ
    ขอบคุณมากนะค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่ระบุชื่อ15 พฤศจิกายน 2557 12:32

      ลืมบอกค่ะจะไปเรียนภาษาที่อเมกา"

      ลบ
    2. - ต้องยื่นเอกสารการเปลี่ยนชื่อและนามสกุลของคุณพ่อไปด้วยคะ สำคัญมากๆ เลยคะ แปลให้เรียบร้อยนะคะ
      - หลังจากที่เขาแต่งงานและยื่นเรื่องกรีนการ์ดแล้ว ต้องหย่าสักระยะหนึ่งคะ ถึงจะทำเรื่องกรีนการ์ดใหม่ได้คะ (เจ้าหน้าที่กลัวเรื่องรับจ้างแต่งงาน ขอติดๆ กัน กรีนการ์ดมีสิทธฺ์ไม่ผ่านได้คะ) แต่ก่อนอื่นต้องขอวีซ่าคู่มหมั้น หรือแต่งงานไปก่อนคะ จากนั้นไปอเมริกา แล้วก็ขอกรีนการ์ดคะ ไม่อยากให้เสี่ยงใช้วีซ่าท่องเที่ยว หรือนักเรียน แล้วเข้าไแต่งงานคะ กรีนการ์ดจะผ่านยากคะ

      ลบ
  58. อ่อ ขอบคุณมากค่ะพี่ หนูสอบถามอีกนิดนึงนะค่ะ ถ้าหนูทำเรื่องไปเรียนภาษาแล้วสมมุติว่าสถานทูตให้วีซ่าหนูแค่ 1 ปี หนูว่าจะไปประมาณต้นปี(2558)แล้วกลับมารับปริญญาช่วงธันวา(2558).... พอหนูกลับมารับปริญญาแล้วจะทำเรื่องไปใหม่นี่โอกาสผ่านมีมากน้อยแค่ไหนค่ะ ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. - ถ้าเราไปแล้วกลับตรงเวลา ขอไปใหม่ไม่ยากคะ แต่คอร์สที่เรียนต้องแตกต่างจากเดิม หรือเรียนอย่างอื่นคะ เพราะเจ้าหน้าที่กลัวแอบไปทำงาน โดยใช้วีซ่านักเรียนนะคะ

      ลบ
  59. รุ่นพี่หนูทำเรื่องครั้งแรกก็ได้วีซ่า 5 ปีเลย ถ้าหนุสมมุติว่าโชคดีได้วีซ่าแบบนั้นก็สามารถกลับมารับปริญญาแล้วไปใหม่ได้ใช่ไหมค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ได้คะ แต่อยู่ไทยได้ไม่เกินห้าเดือนคะ ถ้าเกินห้าเดือน วีซ่านั้นจะหมดอายุลงทันที ต้องทำเรื่องใหม่คะ อ่านเพิ่มเติมที่นี่นะคะ

      http://www.ustraveldocs.com/th_th/th-niv-typefandm.asp

      http://www.khonthaiamerica.com/forum.php?mod=viewthread&tid=137

      ลบ
  60. แฟนคนไทยถือกรีนการ์ด ถ้าเราจะจดทะเบียนกันแล้วขอวีซ่าคู่สมรสไปได้มั้ยคะ ต้องมีขั้นตอนยังไง และใช้เวลานานมั้ย

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ถ้าแต่งงานกับคนที่ถือกรีนการ์ด จะทำเรื่องขอกรีนการ์ดนานหน่อยนะคะ ประมาณสองปี ถึงห้าปีคะ แต่ถ้าแต่งงานกับซิติเซ่น ใช้เวลาไม่นานคะ ขอกรีนการ์ดประมาณสี่เดือนคะ ส่วนเรื่องวีซ่าแต่งงานคนที่เป็นซิติเซ่น สามารถทำเรื่องให้แฟนได้ทันทีเลย แนะนำให้แฟนขอซิติเซ่นก่อน แล้วค่อยทำเรื่องแต่งงานจะง่าย และเร็วกว่านะคะ

      ลบ
    2. อ่านเพิ่มเติม ที่นี่นะคะ

      http://www.sereechai.com/news/index.php/2013-05-01-06-35-10/2013-05-01-07-32-51/192-2013-05-02-12-49-25

      ลบ
  61. ไม่ระบุชื่อ25 พฤศจิกายน 2557 16:04

    สวัสดีค่ะ คือดิฉัน เป็น us citizen อยากเป็นสปอนเซอร์รับหลานสาวอายุ 21 ปี เรัยนจบ ปวส มาเรัยนต่อที่นี่ ดิฉันควรทำอย่างไรบ้าง หรือต้องการเอกสารใดบ้างคะ

    ตอบลบ
  62. ไม่ระบุชื่อ5 ธันวาคม 2557 11:07

    สวัสดีค่ะ คุณ Nantaporn ติ๊กได้อ่านกระทู้มาหลายความคิดเห็นแล้ว แต่ไม่ค่อยตรงกับกรณีของติ๊กมากเท่าไหร่
    ติ๊กไม่เคยไปเที่ยวต่างประเทศเลยและไม่มีความรู้เรื่องนี้ ติ๊กมีแพลนว่าจะไปประมาณช่วงเดือนเมษา 58 จึงอยากให้คุณช่วยให้คำแนะนำเรื่องการขอวีซ่าอเมริกาด้วยค่ะ
    คือติ๊กทำงานให้กับคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งซึ่งทั้งสองเป็นคนอเมริกา เค้าทั้งสองมีร้านขายของที่ฮาวาย ติ๊กทำให้เค้าประมาณ 3 ปีแล้วไม่เคยเจอหน้ากันเลย เห็นแต่รูป ติดต่อทางอีเมล์เท่านั้น เพื่อนแนะนำงานให้ ลักษณะงานคือติ๊กมีหน้าที่รับออร์เดอร์สิ้นค้าจากเค้าทางอินเตอร์เน็ต แล้วก็สั่งซื้อสินค้าในไทยและจัดส่งไปให้เค้าเป็นกล่องๆผ่านบริษัท UPS เค้าจะส่งเงินทาง money gram มาให้ทั้งค่าของและค่าส่งทั้งหมดให้ติ๊กจัดการเองทุกอย่าง เดือนๆหนึ่งจะมีเงินหมุนเวียนในบัญชีประมาณ 4-5 หมื่น แต่ติ๊กได้เงินเดือนเดือนละ 15,000 บาทเท่านั้น และมีเปอร์เซ็นจากการสั่งสิ้นค้าบางแต่ละเดือนไม่เท่ากัน ตอนนี้เจ้านายติ๊กเค้าอยากให้ติ๊กกับสามีไปเยี่ยมเค้าที่ วอร์ชิงตัน โดยเค้ามีที่พักให้เป็นบ้านของเค้าเองและออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดรวมทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน ตอนนี้ติ๊กทำงานเพิ่มอีกอย่างหนึ่งคือลูกจ้างชั่วคราวของโรงเรียน ต่อสัญญาปีต่อปี ปีนี้ทำเป็นปีที่สอง เงินเดือน 9000 บาท ติ๊กไม่มีสินทรัพย์เป็นชือตัวเองเลย รถสองคันและบ้านอีกหนึ่งหลังเป็นชื่อสามีหมด ตอนนี้สามีทำงานเป็นบุรุษพยาบาลที่โรงพยาบาลรัฐแต่ยังไม่ได้บรรจุ อดีตเป็นทหารเสนารักษ์ที่โรงพยาบาลภูมิพล ยศพันจ่าอากาศเอก แต่ตอนนี้ได้ลาแล้วกลายเป็นข้าราชเบี้ยหวัด(บำนาญ) สรุป สามีมีรายได้สองทางคือ พยาบาลเดือนละ 12,000 เบี้ยหวัดเดือนละ 9000
    จากข้อมูลส่วนตัวของตฺิ๊กและสามี คุณ Nantaporn คิดว่าเราทั้งสองจะทำวีซ่าผ่านมั้ยคะ และช่วยแนะนำหน่อยว่าติ๊กควรเตรียมเอกสารใดบ้างในการขอวีซ่า และตอนสัมภาษณ์ควรบอกว่าเราออกค่าใช้จ่ายเอง หรือ มีสปอนเซอร์ดีค่ะ
    รบกวนช่วยแนะนำด้วยค่ะ ตอนนี้เครียดมากๆ กลัววีซ่าไม่ผ่านเพราะอาชีพของติ๊ก พลาดโอกาสดีๆที่จะได้ไปเที่ยวเมกา ><"

    ตอบลบ
  63. ไม่ระบุชื่อ5 ธันวาคม 2557 11:26

    สวัสดีค่ะ คุณ Nantaporn ติ๊กได้อ่านกระทู้มาหลายความคิดเห็นแล้ว แต่ไม่ค่อยตรงกับกรณีของติ๊กมากเท่าไหร่
    ติ๊กไม่เคยไปเที่ยวต่างประเทศเลยและไม่มีความรู้เรื่องนี้ ติ๊กมีแพลนว่าจะไปประมาณช่วงเดือนเมษา 58 จึงอยากให้คุณช่วยให้คำแนะนำเรื่องการขอวีซ่าอเมริกาด้วยค่ะ
    คือติ๊กทำงานให้กับคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งซึ่งทั้งสองเป็นคนอเมริกา เค้าทั้งสองมีร้านขายของที่ฮาวาย ติ๊กทำให้เค้าประมาณ 3 ปีแล้วไม่เคยเจอหน้ากันเลย เห็นแต่รูป ติดต่อทางอีเมล์เท่านั้น เพื่อนแนะนำงานให้ ลักษณะงานคือติ๊กมีหน้าที่รับออร์เดอร์สิ้นค้าจากเค้าทางอินเตอร์เน็ต แล้วก็สั่งซื้อสินค้าในไทยและจัดส่งไปให้เค้าเป็นกล่องๆผ่านบริษัท UPS เค้าจะส่งเงินทาง money gram มาให้ทั้งค่าของและค่าส่งทั้งหมดให้ติ๊กจัดการเองทุกอย่าง เดือนๆหนึ่งจะมีเงินหมุนเวียนในบัญชีประมาณ 4-5 หมื่น แต่ติ๊กได้เงินเดือนเดือนละ 15,000 บาทเท่านั้น และมีเปอร์เซ็นจากการสั่งสิ้นค้าบางแต่ละเดือนไม่เท่ากัน ตอนนี้เจ้านายติ๊กเค้าอยากให้ติ๊กกับสามีไปเยี่ยมเค้าที่ วอร์ชิงตัน โดยเค้ามีที่พักให้เป็นบ้านของเค้าเองและออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดรวมทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน ตอนนี้ติ๊กทำงานเพิ่มอีกอย่างหนึ่งคือลูกจ้างชั่วคราวของโรงเรียน ต่อสัญญาปีต่อปี ปีนี้ทำเป็นปีที่สอง เงินเดือน 9000 บาท ติ๊กไม่มีสินทรัพย์เป็นชือตัวเองเลย รถสองคันและบ้านอีกหนึ่งหลังเป็นชื่อสามีหมด ตอนนี้สามีทำงานเป็นบุรุษพยาบาลที่โรงพยาบาลรัฐแต่ยังไม่ได้บรรจุ อดีตเป็นทหารเสนารักษ์ที่โรงพยาบาลภูมิพล ยศพันจ่าอากาศเอก แต่ตอนนี้ได้ลาแล้วกลายเป็นข้าราชเบี้ยหวัด(บำนาญ) สรุป สามีมีรายได้สองทางคือ พยาบาลเดือนละ 12,000 เบี้ยหวัดเดือนละ 9000
    จากข้อมูลส่วนตัวของตฺิ๊กและสามี คุณ Nantaporn คิดว่าเราทั้งสองจะทำวีซ่าผ่านมั้ยคะ และช่วยแนะนำหน่อยว่าติ๊กควรเตรียมเอกสารใดบ้างในการขอวีซ่า และตอนสัมภาษณ์ควรบอกว่าเราออกค่าใช้จ่ายเอง หรือ มีสปอนเซอร์ดีค่ะ
    รบกวนช่วยแนะนำด้วยค่ะ ตอนนี้เครียดมากๆ กลัววีซ่าไม่ผ่านเพราะอาชีพของติ๊ก พลาดโอกาสดีๆที่จะได้ไปเที่ยวเมกา ><"

    ตอบลบ
  64. ไม่ระบุชื่อ5 ธันวาคม 2557 11:31

    สวัสดีค่ะ คุณ Nantaporn ติ๊กได้อ่านกระทู้มาหลายความคิดเห็นแล้ว แต่ไม่ค่อยตรงกับกรณีของติ๊กมากเท่าไหร่
    ติ๊กไม่เคยไปเที่ยวต่างประเทศเลยและไม่มีความรู้เรื่องนี้ ติ๊กมีแพลนว่าจะไปประมาณช่วงเดือนเมษา 58 จึงอยากให้คุณช่วยให้คำแนะนำเรื่องการขอวีซ่าอเมริกาด้วยค่ะ
    คือติ๊กทำงานให้กับคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งซึ่งทั้งสองเป็นคนอเมริกา เค้าทั้งสองมีร้านขายของที่ฮาวาย ติ๊กทำให้เค้าประมาณ 3 ปีแล้วไม่เคยเจอหน้ากันเลย เห็นแต่รูป ติดต่อทางอีเมล์เท่านั้น เพื่อนแนะนำงานให้ ลักษณะงานคือติ๊กมีหน้าที่รับออร์เดอร์สิ้นค้าจากเค้าทางอินเตอร์เน็ต แล้วก็สั่งซื้อสินค้าในไทยและจัดส่งไปให้เค้าเป็นกล่องๆผ่านบริษัท UPS เค้าจะส่งเงินทาง money gram มาให้ทั้งค่าของและค่าส่งทั้งหมดให้ติ๊กจัดการเองทุกอย่าง เดือนๆหนึ่งจะมีเงินหมุนเวียนในบัญชีประมาณ 4-5 หมื่น แต่ติ๊กได้เงินเดือนเดือนละ 15,000 บาทเท่านั้น และมีเปอร์เซ็นจากการสั่งสิ้นค้าบางแต่ละเดือนไม่เท่ากัน ตอนนี้เจ้านายติ๊กเค้าอยากให้ติ๊กกับสามีไปเยี่ยมเค้าที่ วอร์ชิงตัน โดยเค้ามีที่พักให้เป็นบ้านของเค้าเองและออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดรวมทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน ตอนนี้ติ๊กทำงานเพิ่มอีกอย่างหนึ่งคือลูกจ้างชั่วคราวของโรงเรียน ต่อสัญญาปีต่อปี ปีนี้ทำเป็นปีที่สอง เงินเดือน 9000 บาท ติ๊กไม่มีสินทรัพย์เป็นชือตัวเองเลย รถสองคันและบ้านอีกหนึ่งหลังเป็นชื่อสามีหมด ตอนนี้สามีทำงานเป็นบุรุษพยาบาลที่โรงพยาบาลรัฐแต่ยังไม่ได้บรรจุ อดีตเป็นทหารเสนารักษ์ที่โรงพยาบาลภูมิพล ยศพันจ่าอากาศเอก แต่ตอนนี้ได้ลาแล้วกลายเป็นข้าราชเบี้ยหวัด(บำนาญ) สรุป สามีมีรายได้สองทางคือ พยาบาลเดือนละ 12,000 เบี้ยหวัดเดือนละ 9000
    จากข้อมูลส่วนตัวของตฺิ๊กและสามี คุณ Nantaporn คิดว่าเราทั้งสองจะทำวีซ่าผ่านมั้ยคะ และช่วยแนะนำหน่อยว่าติ๊กควรเตรียมเอกสารใดบ้างในการขอวีซ่า และตอนสัมภาษณ์ควรบอกว่าเราออกค่าใช้จ่ายเอง หรือ มีสปอนเซอร์ดีค่ะ
    รบกวนช่วยแนะนำด้วยค่ะ ตอนนี้เครียดมากๆ กลัววีซ่าไม่ผ่านเพราะอาชีพของติ๊ก พลาดโอกาสดีๆที่จะได้ไปเที่ยวเมกา ><"

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. จริงๆ วีซ่าท่องเที่ยว ควรออกค่าใช้จ่ายเอง จะผ่านงา่ยกว่าให้คนสปอนเซอร์คะ เพราะแสดงถึงความน่าเชื่อถือของตัวเองเราด้วยคะ

      ทางอเมริกาให้ส่งแค่จดหมายเชิญมาก็พอคะ ส่วนทางเราก็เตรียมเอกสารการทำงาน ใบลา เอกสารการเงินต่างๆ ที่โชว์ว่าเรามีความมั่นคงทางการเงิน มีงานมั่นคง ไปเที่ยวแล้วกลับแน่นอนคะ

      ลบ
  65. ไปเที่ยวทั้งครอบครัวเวลายื่นขอวีซ่าต้องขอยังไงค่ะ แล้วเวลาเรียกสัมภาษณ์เค้าจะเรียกพร้อมกันที่เดียวหรือป่าว

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. หากนัดสัมภาษณ์พร้อมกัน ก็ได้สัมภาษณ์พร้อมกันเลยคะ

      ลบ
  66. ไม่ระบุชื่อ9 ธันวาคม 2557 09:33

    สวัสดีค่ะ คุณ Nantaporn
    รบกวนสอบถามหน่อยค่ะ เกี่ยวกับเรื่อง Statement ค่ะ เนื่องจากวางแผนไปเรียนภาษาที่อเมริกาประมาณ 6 เดือนค่ะ
    โดยให้พี่สาวเป็น Sponsor ให้ค่ะ ถ้าจะใช้เป็นบัญชีฝากประจำแทนบัญชีออมทรัพย์ได้มั๊ยค่ะ และต้องใช้ระยะเวลาให้มีเงินในบัญชีนั้นกี่เดือนอ่ะค่ะ เนื่องจากเพิ่งเอาไปฝากเมื่อตอน สค นี้เองค่ะ แต่คิดว่าจะไปเรียนประมาณเดือน เมษ อ่ะค่ะ
    ขอบคุณมากนะค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. บัญชีฝากประจำก็ได้คะ ควรฝากก่อนนำไปใช้ประมาณหกเดือนหรือหนึ่งปีคะ เพื่อความน่าเชื่อถือคะ

      ลบ
    2. ไม่ระบุชื่อ9 ธันวาคม 2557 23:19

      ขอบคุณมากค่ะ

      ลบ
  67. ไม่ระบุชื่อ11 ธันวาคม 2557 04:39

    สวัสดีคะพี่นันทพร หนูชื่อซายนะคะ อยากจะรบกวนสอบถามเรื่องการทำจดหมายสปอนเซอร์ไปเที่ยวที่ประเทศอังฤษคะ อยู่ที่อังฤษประมาณ 12 วันคะ ถ้าให้ลุงที่มีนามสกุลเดียวกันเป็นสปอนเซอร์ให้สามารถใช้จดหมายตามต้นแบบที่พี่ลงเอาไว้ได้มั้ยคะ แล้วต้องมี บัญชีของซายเองด้วยมั้ยคะ *** ซายมีการเปลี่ยนนามสกุลนะคะ แต่จะแนบใบเปลี่ยนไปด้วย

    รบกวนขอคำแนะนำด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ใช้จดหมายตามข้างต้นได้เลยคะ ถ้ามีสปอนเซอร์แล้ว ไม่ต้องใช้บัญชีของตัวเองคะ ใช้บัญชีของสปอนเซอร์ได้เลยคะ หากเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล แนบเอกสารไปด้วยคะ

      ลบ
    2. ไม่ระบุชื่อ17 ธันวาคม 2557 23:43

      พี่นันทพรคะ เราสามารถให้ลุงเป็นสปอนเซอร์ให้ได้เลยใช่มั้ยคะ เพราะซายได้โทรไปถามเอเจนซี่ที่รับทำวีซ่าเค้าแย้งมาว่ามีเหตุผลอะไรที่ลุงต้องมาออกเงินให้ ซายเลยไม่แน่ใจว่าจะใช้ได้มั้ย พี่นันทพรทีช่องทางอื่นให้ซายรบกวนปรึกษาได้มั้ยคะ ถ้าจะรบกวนโทรปรึกษาซักครั้งจะได้มั้ยคะ ถ้าพี่สะดวกนะคะ ขอบคุณที่มาตอบคำถามให้ซายนะคะ

      ลบ
    3. เรียนหรือทำงานอยู่คะ

      ลบ
  68. สวัสดีค่ะมาถามอีกแล้วคือหนูกำลังเตรียมตัวไปเที่ยวอเมริกา ที่นี่จะไปเป็นครอบครัวอ่ะค่ะมันต้องใช้ BOOKBANG ใช่ไหมค่ะ หนูสามารถเปิดเป็นบัญชีร่วมกับสามีเพื่อประกอบการขอวีซ่าได้หรือป่าวค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ใช้เป็น Bank Statement and Bank Guarantee คะ ใช้ของสามีได้เลยคะ

      ลบ
  69. ไม่ระบุชื่อ19 ธันวาคม 2557 23:39

    อยากขอวีซ่าไปอเมริกาแม่อยู่ที่นั้นเปิดร้านอาหาร แม่ให้ไปแบบขอไปเรียนภาษา แม่เป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ ต้องให้ทางนั้นเค้าออกเอกสารอะไรบ้างคร้า

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ทางแม่ส่งเอกสารรับรองทางการเงิน และเอกสารรับรองการทำงานมาคะ

      ลบ
  70. สวัสดีค่ะคุณนุ้ย พอดีตอนนี้ออยกำลังเตรียมเอกสารเพื่อไปสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนอเมริกา ให้อาเป็นสปอนเซอร์ให้ แต่อาให้แบงค์ออกหนังสือรับรองสถานะทางการเงินในนามของบริษัทที่อาและอาเขยเป็นเจ้าของอยู่ แบบนี้ตอนทำหนังสือรับการเป็นสปอนเซอร์จะออกในนามของอาเลยได้มั้ยคะ หรือต้องออกในนามของบริษัทคะ แล้วอาจำเป็นต้องทำหนังสือแนะนำตัวไปด้วยมั้ยคะ ขอบคุณมากค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ใช้หนังสือรับรองของธนาคารของบริษัทได้คะ แต่ต้องแนบเอกสารที่แสดงว่าอาเป็นเจ้าของบริษัทไปด้วยคะ ส่วนจดหมายสปอนเซอร์ ออกในนามของอาคะ

      ลบ
  71. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  72. สวัสดีค่ะพี่นุ้ย คือกนูกำลังจะขอวีซ่า J1อ่ะค่ะ จะไป WAT แต่หนูจะให้ป้าเป็นสปอนเซอร์ให้เพราะพ่อทำสวนไม่มีเงินเข้าออกบัญชีอ่ะค่ะ แต่ป้าเป็นข้าราชการบำนาญแล้วจะผ่านยากมั้ยคะ แต่หนูก็จะถ่ายรูปที่บ้านไปด้วยอ่ะค่ะที่บ้านทำสวนกับเลี้ยงแพะและกะจะยื่นโฉนดที่ดินไปด้วยค่ะต้องแปลเป็นอังกฤษด้วยมั้ยคะแล้วจะไปทำที่ไหนดี แล้วหนูจะใช้หลักฐานอะไรยืนยันความสัมพันธ์ว่าเป็นป้าแท้ๆคะ แล้วนอกจากใบรับรองการทำงานสปอนเซอร์ ใบรับรองการออกค่าใช้จ่าย(ตามด้านบน) บัญชีstatementแล้วต้องใช้เอกสารอะไรอีกบ้างคะหนูกังวลมากเลยกลัวไม่ผ่าน

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ถ้าให้ป้าเป็นสปอนเซอร์ยื่นเอกสารการเงิน และการงานของป้าเลยคะ ไม่จำเป็นต้องยื่นเอกสารการทำงานของบ้านเราคะ ส่วนเอกสารยืนยันความสัมพันธ์ ถ้าป้านามสกุลเดียวกับเรา ก็ไม่ต้องยื่นเอกสารอื่นๆ แต่ถ้านามสกุลเดียวกับแม่เรา ต้องยื่นเอกสารใบเกิดเรา และเอกสารของแม่ว่านามสกุลเดียวกับป้ามาก่อนคะ

      ลบ
  73. สวัสดีค่ะคุณนุ้ย รบกวนขอคำปรึกษา คือ อายุ 34 ปี ทำงานมา 11 ปี กำลังจะขอI-20 และ วีซ่าF1 เพื่อไปเรียนภาษาประมาณ 1 ปี เพื่อกลับมาเพิ่มโอกาสในการทำงานที่มากขึ้น จะไปพักอยู่กับน้อง ซึ่งมีกรีนการ์ดของอเมริกา และน้องจะให้แฟนเป็นสปอน์เซอร์เรื่องที่พัก และตัวเองเป็นสปอน์เซอร์ค่าเรียน แต่มีเงินเก็บแค่ 250000 แบ่งเป็น 2 บัญชี และไม่ใช่บัญชีเงินเดือน ตั้งใจจะโอนเงินมาไว้บัญชีเดียวกัน แลเอาเงินแม่มาใส่บัญชีตัวเอง ให้ได้ประมาณ 700000 เพื่อขอstatement โชว์ร่วมกับของน้องจะได้ไหมคะ จะถูกมองเป็นการแต่บัญชีไหม หรือต้องทำอย่างไรคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ค่อยๆ โอนคะ เพราะถ้าโอนเป็นเงินก้อนทีเดียว เจ้าหน้าที่จะหาว่าเราจงใจแต่งบัญชี หรืออีกทางที่ทำได้คือ ให้แม่เป็นสปอนเซอร์ให้คะ แล้วก็โชว์ทั้งบัญชีเราและแม่ไปเลยคะ บัญชีเราก็โชว์ทั้งสองบัญชีไปเลยคะ เพราะถ้าโอนมา เจ้าหน้าที่จะหาว่าเรายืมคนอื่นมาใส่บัญชีเราคะ

      ลบ
  74. เพิ่มเติม ตั้งใจจะไปเรียนเดือนกันนายน 2558 นี้ จะขอวีซ่าทันไหมคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ทันคะ รีบขอเลยคะ

      ลบ