วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555

ขอวีซ่า J1 ไปอเมริกา

บทความที่แล้วได้พูดถึงเรื่อง วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา (B1/B2) บทความนี้เราจะมาพูดถึงวีซ่าอเมริกาอีกประเภทหนึ่งที่เด็กไทยนิยมใช้ในโครงการ Work and Travel, Au pair และ Disney Summer Work Experience นั่นก็คือ วีซ่า J1 เป็นวีซ่าสำหรับนักเรียน หรือนักศึกษาที่ศึกษาอยู่ในประเทศไทยและต้องการเดินทางไปศึกษาแลกเปลี่ยนทั้งในเรื่องวัฒนธรรมหรือวิชาการ โดยผู้ขอจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศได้สูงสุด 2 ปี อีกทั้งได้รับอนุญาตให้ทำงานโดยไม่จำกัดชั่วโมงการทำงาน และไม่จำกัดจำนวนงานอีกด้วย 

ขั้นการขอวีซ่านั้นเหมือนกับการขอวีซ่าท่องเที่ยว แต่จะแตกต่างกันที่เอกสารที่ใช้ยื่น โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

1. หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุการเดินทางไม่ต่ำกว่า 6 เดือน หากมีเล่มเก่า ให้นำเล่มเก่ามาแสดงด้วยในวันยื่นเอกสารขอวีซ่า (รายละเอียดการทำ Passport)
2. รูปถ่าย ขนาด 2X2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว ไม่สวมหมวก หน้าตรง ไม่สวมแว่นกันแดด ที่สำคัญต้องเห็นใบหูทั้งสองข้างอย่างชัดเจน ไม่ใส่ต่างหู แต่งกายสุภาพ เรียบร้อย ดูน่าเชื่อถือ ใช้รูปถ่าย 2 รูป และแสกนเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ 1 รูป ไฟล์ jpg เพื่อใช้ตอนกรอกแบบฟอร์ม DS-160 
3. บัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้าน 
4. ใบรับรองสถานภาพนักศึกษา พร้อม Transcript (ภาษาอังกฤษ) ออกโดยมหาวิทยาลัยที่ศึกษาอยู่ พร้อมตราประทับ
5. ใบรับรองความประพฤติ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
6. ใบรับรองทางการแพทย์ สามารถขอได้ที่โรงพยาบาล หรือคลินิค โดยใช้แบบฟอร์มที่โรงพยาบาลหรือคลินิคใช้อยู่
7. ประกันภัยการเดินทาง ที่ถูกกฏหมายของประเทศอเมริกา ครอบคลุมระยะเวลาในการเดินทาง และเลือกการประกันที่ครอบคลุมการดูแลทั้งเรื่องกระเป๋าเดินทาง อุบัติเหตุ สุขภาพ มีวงเงินไม่ต่ำกว่า 1,500,000 บาท
8. เอกสาร DS-2019 ที่เจ้าของโครงการจากประเทศอเมริกาส่งมาให้
9. จดหมายแนะนำตัว อันนี้จะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่ถ้ามีก็จะเป็นเรื่องที่ดี แสดงให้เจ้าหน้าที่เห็นภูมิหลังของเราว่าเป็นใคร มาจากที่ไหน ทำงานอะไร เคยไปต่างประเทศที่ไหนมาบ้าง และจะไปทำอะไรที่อเมริกา (ตัวอย่างการเขียนจดหมายเพื่อใช้ในการขอวีซ่า)
10. บัญชีธนาคาร (ของผู้ปกครอง) ต้องมีเงินหมุนเวียนตลอด และมีเงินเพียงพอในการกิน อยู่ ใช้จ่าย ท่องเที่ยวในอเมริกา ให้ธนาคารออก Bank Statement และ Bank guarantee ระบุจำนวนเงินเป็น USD 
11. เอกสารรับรองการทำงานของผู้ปกครอง (ภาษาอังกฤษ) ระบุตำแหน่งงาน เงินเดือน ระยะเวลาที่ทำงาน หากมีกิจการเป็นของตัวเอง สามารถใช้เอกสารที่แสดงความเป็นเจ้าของกิจการ โดยแปลเป็นภาษาอังกฤษ 
12. เอกสารอื่นๆ เช่น ใบสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ โฉนดที่ดิน สัญญาจดจำนอง ภาระผ่อนต่างๆ เอกสารที่แสดงภาระผูกพันกับประเทศไทย เป็นต้น

เมื่อเตรียมเอกสารต่างๆ ครบแล้ว ก็มาถึงขั้นตอน "กรอกแบบฟอร์มและนัดหมายเพื่อสัมภาษณ์วีซ่า" โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

1. เข้าไปที่เว็บ www.ustraveldocs.com/th และสร้างบัญชีผู้ใช้ เลือกประเภทของวีซ่าและค่าธรรมเนียมตามวีซ่าประเภทนั้นๆ ซึ่งจะได้แบบฟอร์มใบฝากเงินธนาคารที่มีรายละเอียดตามที่กรอก ให้พิมพ์แบบฟอร์มใบฝากเงินธนาคารนั้นออกมา   

2. นำใบฝากเงินธนาคารที่ได้มาไปยังธนาคารกรุงศรีอยุธยา ณ สาขาตามที่กำหนดไว้เพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมสมัครวีซ่า 

3. การกรอกแบบฟอร์มขอวีซ่าประเภทชั่วคราว DS-160 เป็นแบบฟอร์ม Online ที่ต้องกรอกทาง Internet เท่านั้น เข้าไป ที่นี่ ดูคำแนะนำวิธีการกรอกแบบฟอร์มได้ ที่นี่ และดูรายละเอียดแบบฟอร์มที่แปลเป็นภาษาไทยได้ ที่นี่

4. เมื่อกรอกครบถ้วน เรียบร้อยแล้ว ให้ Print หน้า Confirmation DS-160  พร้อมหน้าที่กรอกทั้งหมดออกมาใส่แฟ้มรวมกับเอกสารข้างต้น 

5. กำหนดนัดหมายวันสัมภาษณ์ทางอินเทอร์เน็ตที่ www.ustraveldocs.com/th หรือทางโทรศัพท์ผ่านศูนย์บริการที่ 02-105-4110 


6. ชำระค่า SEVIS FEE ราคา 200 $ SEVIS FEE: คือ ค่าธรรมเนียมการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ ที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากนักเรียนต่างชาติ ผู้ยื่นคำขอวีซ่าประเภท F, M, หรือ J โดยทั่วๆ ไป หลังจากที่นักเรียนได้รับ I-20 หรือ DS-2019 ที่สถานศึกษาออกให้แล้ว นักเรียนต้องจ่าย SEVIS Fee ให้ US Department of Home Land Security ก่อนที่จะไปดำเนินเรื่องขอวีซ่า ณ สถานทูต สามารถจ่ายได้ทางไปรษณีย์หรือทางอินเทอร์เน็ต https://www.fmjfee.com/index.jhtml หากจ่ายทางไปรษณีย์ ให้ใช้แบบฟอร์มของ Homeland โดยส่งไปพร้อมภาพถ่ายเอกสาร I-20 หรือ DS-2019 ทั้งนี้ ให้เก็บหลักฐานการจ่ายเงินด้วย ในกรณีที่จ่ายทางอินเทอร์เน็ต ให้พิมพ์ใบเสร็จรับเงินค่า SEVIS Fee เก็บไว้อย่างน้อย 3 ชุด ชุดแรกให้กับสถานกงทูตเมื่อไปยื่นเรื่องขอวีซ่า ชุดที่สองติดตัวช่วงเดินทางไปอเมริกา . และชุดสุดท้ายเก็บเป็นหลักฐานของตนเองตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ สถานศึกษาบางแห่งอาจเรียกเก็บ SEVIS Fee จากนักเรียนโดยตรง ซึ่งบางแห่งก็คิดค่าใช้จ่ายในการจัดการค่า SEVIS เพิ่มจากที่ต้องจ่ายให้ Home Land Security

7. สุดท้ายก่อนไปสัมภาษณ์ ให้ตรวจเช็คเอกสารอีกครั้งว่าครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ จากนั้นจัดเรียงเอกสารใส่แฟ้ม ให้เรียงเอกสารดังนี้ 
  • นำพาสปอร์ตและรูปถ่ายไว้หน้าสุด
  • ใบเสร็จค่าธรรมเนียมวีซ่า
  • ใบเสร็จรับเงินค่า  SEVIS Fee
  • เอกสาร DS-2019 
  • ใบนัดหมายการสัมภาษณ์ (Appointment Confirmation)
  • ใบ  Confirmation  DS-160 
  • สำเนาพาสปอร์ตหน้าแรก และทุกหน้าที่มีการประทับตราวีซ่า พร้อมลายเซ็นต์กำกับ
  • ใบรับรองสถานภาพนักศึกษา พร้อม Transcript  
  • ใบรับรองความประพฤติ 
  • ใบรับรองทางการแพทย์
  • ประกันภัยการเดินทาง
  • เอกสารรับรองทางเงินของผู้ปกครอง
  • เอกสารรับรองการทำงานของผู้ปกครอง
  • สุดท้ายจดหมายแนะนำตัว 

สถานที่ยื่นขอวีซ่า 

ในประเทศไทยสามารถยื่นขอวีซ่าอเมริกาได้ 2 แห่ง คือ ที่กรุงเทพและเชียงใหม่ คนที่จะสามารถสัมภาษณ์วีซ่าที่เชียงใหม่ได้นั้น ต้องเป็นผู้ที่อาศัย ทำงาน หรือเรียน ในจังหวัดดังต่อไปนี้ ได้แก่ เชียงใหม่, ลำพูน, พะเยา, สุโขทัย, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, พิจิตร, ตาก, กำแพงเพชร, น่าน, พิษณุโลก, อุตรดิตถ์, ลำปาง, เพชรบูรณ์, แพร่ โดยต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่าได้พำนักหรือทำงานหรือศึกษาไม่น้อยกว่า 3 เดือนในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา
95 ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ 10330


สถานกงสุลสหรัฐอเมริกา ประจำเชียงใหม่
387 ถ.วิชยานนท์ ต.ช้างม่อย อ.เมือง เชียงใหม่ 50300 

หมายเหตุ: สำหรับคนที่มีทะเบียนบ้านที่เชียงใหม่่ แต่ทำงานกรุงเทพหรือจังหวัดอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวข้างต้น ไม่สามารถสัมภาษณ์ที่เชียงใหม่ได้ ต้องสัมภาษณ์ที่กรุงเทพเท่านั้น

จากนั้นมาถึงขั้นตอนที่น่าตื่นเต้น "ยื่นเอกสารและสัมภาษณ์" มีคำแนะนำดังนี้ 

1. ตื่นนอนแต่เช้า ทำใจให้สบาย
2. อาบน้ำ แต่งกายให้สุภาพ เรียบร้อย ดูน่าเชื่อถือ ห้ามใส่กางเกงยีนส์ ผู้ชายควรใส่สูท ผูกไท รองเท้าหนัง ส่วนผู้หญิงกางเกงหรือกระโปง ที่สุภาพ ห้ามใส่กระโปรงสั้น รองเท้าควรเป็นรองเท้าหุ้มส้น
3. ควรไปถึงก่อนเวลานัดหมาย 1 ชั่วโมง
4. เมื่อมาถึงแล้วให้ต่อคิวรออยู่หน้าสถานทูต จากนั้นจะมีพนักงานมาตรวจเอกสารและเวลานัดหมาย
5. เตรียมตัวผ่านจุดตรวจเพื่อรักษาความปลอดภัย – อาวุธ ของมีคม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งโทรศัพท์มือถึง ไม่สามารถนำเข้ามาในสถานทูตฯ ได้ ให้ฝากไว้ที่พนักงานรักษาความปลอดภัย โดยยื่นอุปกรณ์ทั้งหมดพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนให้กับเจ้าหน้าที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้บัตรหมายเลขฝากไว้เพื่อมารับของคืนเมื่อสัมภาษณ์เสร็จ 

6. เจ้าหน้าที่ตรวจกระเป๋า พร้อมแสกนรอบๆตัว 
7. เดินเข้าไปในสถานทูต ยื่นเอกสารให้พนักงาน จากนั้นพนักงานจะให้เอกสารแผ่นเล็กๆ บางคนได้รับสีขาว บางคนได้รับสีเหลือง แตกต่างกัน กรอกชื่อ ที่อยู่ที่ และเบอร์โทรศัพท์ และยื่นบัตรคิวให้
8. นั่งรอ จนกว่าจะมีคนเรียก เมื่อมีคนมาเรียก เดินเข้าไปในห้องเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ 
9. จากนั้นพนักงานจะบอกว่าไปต่อแถวไหน เพื่อสัมภาษณ์ 
10. การสัมภาษณ์นั้นจะมีสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ คำถามส่วนใหญ่ก็จะถามว่า 
  • แนะนำตัว
  • อยู่ทีไหน
  • ไปที่ไหน 
  • ไปกี่วัน 
  • เดินทางวันไหน กลับวันไหน
  • ทำไมถึงเลือกไปเมืองนั้น 
  • ใครเป็นคนออกเงินให้ 
  • ไปกี่คน คนเดียว หรือมีเพือนไปด้วย
  • เรียนทีไหน คณะอะไร จบมาแล้วจะทำอะไร 
  • เคยได้วีซ่าอเมริกาหรือยัง
  • นอกจากนี้ก็จะถามถึงว่าเคยไปเที่ยวประเทศไหนมาบ้าง 
  • เล่าประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวประเทศนั้นๆ 
  • พูดได้กี่ภาษา อะไรบ้าง
  • เคยโดนปฏิเสธวีซ่าไหม
  • พ่อ แม่อยู่ไหน ทำงานอะไร 
11. คอยฟังคำถามให้ดี ตอบให้ชัดเจน หากไม่เข้าใจคำถามขอให้ทวนคำถามอีกรอบ
12. เมื่อสัมภาษณ์เสร็จ หากวีซ่าผ่านจะไม่คืนพาสปอร์ต แต่จะให้ใบเอกสารเล็กๆ สีขาวหรือเหลืองที่เรากรอกไปข้างต้น แล้วบอกว่าให้เอาไปจ่ายเงินที่ไปรษณีย์ด้านนอก
13. จ่าหน้าซองจดหมายถึงตัวเอง จากนั้นชำระเงิน 75 บาท 
14. เดินออกสถานทูต อย่าลืมรับของที่ฝากไว้ 
15. กลับบ้านเพื่อรอรับพาสปอร์ตพร้อมวีซ่า ประมาณ 3-5 วันก็จะได้รับวีซ่า 
16. กรณีที่วีซ่าถูกปฏิเสธผู้ขอวีซ่าจะได้รับใบแจ้งเหตุผล และมีสิทธิที่จะยื่นขอสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา อีกครั้งเมื่อใดก็ได้ ในการสมัครวีซ่าใหม่ ผู้ขอวีซ่ายังคงต้องปฏิบัติตามกระบวนการทั้งหมด กรอกแบบฟอร์มการสมัครใหม่ ชำระค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่าอีกครั้ง 
17. การขอวีซ่าใหม่โดยที่ยังขาดหลักฐานที่หนักแน่นและมีนัยสำคัญที่สามารถแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ของผู้ขอวีซ่า อาจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลการพิจารณาอนุมัติวีซ่าได้

หมายเหตุ: หากสัมภาษณ์ที่เชียงใหม่ ให้ซื้อซองไปรษณีย์ไปก่อนวันสัมภาษณ์ บอกเจ้าหน้าที่ว่าซื้อซองไปรษณีย์เพื่อสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา สามารถซื้อได้ทีไปรษณีย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสาขาแม่ปิง 

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเตรียมเอกสารเพื่อยื่นคำร้องขอวีซ่า การกรอกแบบฟอร์ม DS-160 การเตรียมหลักฐาน และการสัมภาษณ์ สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://thai.bangkok.usembassy.gov

ตอบทุกข้อสงสัย คลายทุกปัญหาเกี่ยวกับวีซ่าอเมริกา ที่นี่ สำหรับคนที่สนใจข้อมูลการยื่นขอกรีนการ์ดด้วยตนเอง สามารถอ่านรายละเอียดได้ ที่นี่



ขอให้ทุกคนโชคดีได้รับวีซ่าไปทำงานและท่องเที่ยวที่อเมริกาอย่างสนุกสนาน


90 ความคิดเห็น:

  1. ขอถามเกี่ยวกับ visa F1หน่อยนะค่ะ  ถ้าตอนนี้หนูอยู่ปี5(แบบเรียนเกินมาเองเรียนยังไม่จบ)  ละพอดีเทอมหน้าหนูไม่มีตัวลงเรียนเลยจะว่างยาวไปถึงเปิดเทอมปีหน้าเลยก้เลยอยากไปเรียนภาษา แต่เปิดเทอม มิย ปีหน้าหนูยังต้องกลับมาทำตัวจบ อย่างงี้หนูจะมีปัญหาตอนขอ visa มั้ยอ่าค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขอใบรับรองนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย และให้อาจารย์ที่ปรึกษาเซ็นรับรองวันลาเรียน บอกว่าเทอมนี้เราไม่มีเรียน ่ว่างตั้งแต่วันไหนถึงวันไหน และวันที่เราจะเข้าเรียนอีกครั้งวันไหน แนบไปด้วย พี่ว่าไม่น่าจะมีปัญหาจ๊ะ

      ลบ
  2. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  3. วีซ่านี้ ไปเองได้ไหมคะ หรือต้องหาทุนก่อน?

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ต้องหาโครงการก่อนคะ เช่น Work and Travel, Au pair, Disney Work Experience

      ลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ29 ตุลาคม 2555 23:35

    แล้วถ้าจะไปเที่ยว อยากได้วีซ่าซักสิบปีอ่ะค่ะ ต้องใช้เงินในบัญชีซักเท่าไหร่คะ หรือว่าเราสามารถมีคน support ได้คะ อยากไปฝึกภาษานะคะ พอดีมีลุงเปิดร้านอาหารอยู่ที่นั่นน่ะค่ะ รบกวนด้วยนะคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. อ้นนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่นะคะ และเอกสาร หลักฐานต่างๆ ของเราคะ ไม่ได้อยู่ที่บัญชีเงินอย่างเดียว ถ้าเป็นวีซ่าท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องมีสปอนเซอร์คะ เจ้าหน้าที่พิจารณาจากตัวเราเป็นหลักคะ แต่ถ้าเป็นวีซ่านักเรียน นักเรียนแลกเปลี่ยน คู่หมั่น หรือแต่งงาน อันนี้ต้องมีสปอนเซอร์คะ เจ้าหน้าที่จะพิจารณาจากเอกสารของเราและสปอนเซอร์คะ

      ส่วนใหญ่แล้วเจ้าหน้าที่จะดูจากหน้าที่การงานของเรานะคะ ต้องมั่นคง ทำงานมาพอสมควร มีจดหมายรับรองการลางานจากเจ้าหน้า และระบุวันที่กลับมาทำงานที่ชัดเจน ในบัญชีธนาคารต้องมีเงินพอสมคร หมุนเวียน เข้าออกทุกเดือน นอกจากนี้ควรเคยเดินทางไปต่างประเทศมาบ้างคะ

      นุ้ยว่าห้าปี หนึ่งปี หรือหกเดือนนี่ก็ดีแล้ววนะคะ แรกๆ อาจได้แค่สามเดือน หกเดือน แต่ถ้าเราใช้วีซ่าถูกประเภท กลับมาตรงเวลาตามที่ตรวจคนเข้าเมืองระบุ ไม่สร้างปัญหา ขอครั้งที่สองจะง่ายขึ้นคะ

      อย่างครั้งแรกนุ้ยขอวีซ่านักเรียนแลกเปลี่ยน ได้มาห้าเดือนเองคะ ครั้งที่สองวีซ่าท่องเที่ยว ตอนนั้น เป็นโสด เดินทางคนเดียวด้วยคะ ทำงานมาแล้วสองปี มีเงินเก็บพอสมควร เป็นเงินเก็บจากเงินเดือนประมาณสองแสน นอกจากนี้นุ้ยเที่ยวต่างประเทศทุกปีคะ ก็ได้มาสิบปีคะ

      นอกจากนี้เจ้าหน้าที่พิจารณาที่การตอบคำถามสัมภาษณ์ด้วยคะ ถามอะไร ตอบได้ ตรงไป ตรงมา ชัดเจน ตรงประเด็น จริงใจ ไม่มีอะไรแอบแฝง ผ่านแน่นอนคะ

      ยกตัวอย่างนะคะ เช่น หากเขาถามเราว่าจะไปทำอะไร หากเราสมัครวีซ่าท่องเทียว จุดประสงค์ต้องบอกว่าไปเที่ยว เที่ยวที่ไหน กี่วัน กับใคร หากบอกว่าไปเรียนภาษา ก็จะไม่ผ่านได้ หากเราอยากเรียนภาษา อยากฝึกภาษา ต้องสมัครวีซ่านักเรียนคะ

      หรือวีซ่านักเรียน เจ้าหน้าที่จะชอบตรวจสอบว่าเราจะทำงานด้วยไหม เขาจะถามว่าวางแผนการเงินอย่างไร เงินไม่พอจะทำอย่างไร แล้วจะทำงานไหม เราต้องตอบว่าไม่ เพราะวีซ่านักเรียน ที่เรียนภาษาห้ามทำงาน เป็นต้นคะ

      ลบ
    2. ไม่ระบุชื่อ2 พฤศจิกายน 2555 04:51

      ขอบคุณมากเลยคะ่ แต่เราสามารถขอวีซ่าได้หลายทีหรอคะ เช่นถ้ารอบแรกได้ได้สามเดือนแล้วเราสามารถขอใหม่ได้หรอคะ ไม่ใช่ได้แค่สามเดือนตลอใช่ป่าวคะ

      ลบ
    3. ในการเดินทางหนึ่งครั้ง ถ้าขอวีซ่าครั้งแรกผ่านแล้ว ขอได้ครั้งเดียวคะ แต่ถ้าไม่ผ่าน ก็ขอได้เรื่อยๆ หากผ่านแล้ว หลังจากเดินทางแล้ว วีซ่าหมดอายุแล้ว หากเดินทางกลับมาตรงตามเวลา ขอครั้งที่สองจะง่ายขึ้นคะ อาจได้ระยะเวลามากกว่าเดิมคะ

      ลบ
  5. ถ้าไปแบบไม่ผ่านโครงการ แต่ได้ติดต่อกับนายจ้างแล้วว่าอยากไปทำงานช่วงปิดเทอมที่นั่น คือว่าปีที่แล้วนู๋ไปกับโครงการ แต่เป็นแบบอินดี้ เพราะนู๋หานายจ้างเอง นายจ้างคนนี้เป็นเพื่อนร่วมงานของพ่อ ปีนี้เลยอยากไปแบบไม่ผ่านโครงการบ้าง นู๋ต้องทำยังไงคะ?

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ตอนนี้เรียนอยู่ปีไหนแล้วคะ แล้วอยากไปทำงานอะไร ถ้าไม่ผ่านโครงการนี้วีซ่าจะยากสักหน่อยนะ ต้องทำหลายขั้้นตอนมากคะ ก่อนอื่นต้องติดต่อกับนายจ้างก่อนนะคะ ว่าเราสามารถไปทำงานตำแหน่งอะไร กี่เดือน แล้วเขาสามารถออกจดหมายรับรองให้เราได้ไหม

      แต่ส่วนใหญ่ที่ไปทำงานได้ ต้องเป็นคนที่จบปริญญาแล้วนะคะ ชำนาญการพิเศษด้านต่างๆ นักวิจัย คนที่มีประสบการณ์ทำงานมานาน พวกพ่อครัว นักแกะสลัก นักดนตรี

      ส่วนนักศึกษานี่ อาจไปฝึกงาน หรือเรียนภาษา หรือเรียนคอร์สสัั้นๆ นะคะ

      ลบ
    2. อ่านเรื่องการทำงานที่อเมริกาได้ที่เว็บไซต์นี้นะคะ อธิบายได้ดีมากๆ คะ http://rujirat.com/2006/12/16/%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2/

      ลบ
  6. ตอนนี้เรียนอยู่ปีสองค่ะ จะไปทำงาน เด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหาร ไทย-จีน ช่วงซัมเมอร์ ค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ลองให้นายจ้าง ทำเรื่องวีซ่าดูนะคะ แต่จะยากมากคะ วีซ่าทำงาน ต้องเป็นงานที่มีสัญญาสองปีขึ้นไป นายจ้างต้องเป็นผู้ดำเนินการเรื่องวีซ่าคะ แต่เราเป็นนักศึกษาจะใช้วีซ่าทำงานยากมาก หรือไม่ได้เลย ถ้ามาด้วยวีซ่าอย่างอื่นก็ทำงานไม่ได้อีก แต่ถ้าผ่านโครงการ เราก็จะขอวีซ่า J1 ได้คะ แล้วก็ทำงานได้อย่างถูกกฏหมายคะ

      ขั้นแรกคุยกับนายจ้างก่อนนะคะเรื่องวีซ่า ว่าเขาจะรับรองได้ไหม อย่างไร

      ลบ
  7. แล้วถ้าไปแบบ เราไปเยี่ยมหรืออยู่กับเขาในช่วงสามเดือน ซึ่งต้องให้ทางโน้นทำเอกสารมา ไม่ทราบว่าเอกสารที่ต้องใช้ในการทำหนังสือรับรอง ต้องใช้อะไรบ้างคะ? เสียค่าใช้จ่ายด้านไหนบ้างคะ?

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ถ้าไปแบบเยี่ยมเยือนก็ให้ทางโน้นทำหนังสือเชิญมาคะ แนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แต่วีซ่าตัวนี้จะทำงานไม่ได้คะ

      ลบ
  8. ไม่ระบุชื่อ2 ธันวาคม 2555 23:08

    ถ้าสัมภาษวีซ่าไม่ผ่าน จะได้รับเงินคืนหรือไม่ และต้องไปรับเงินคืนจากใคร

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่สามารถรับเงินคืนได้คะ เพราะถือว่าเป็นการดำเนินการ

      ลบ
  9. ไม่ระบุชื่อ3 ธันวาคม 2555 22:46

    ขอบคุณมากค่ะ

    ตอบลบ
  10. ขอบคุณค่ะ สำหรับข้อมูล สอบถามเพิ่มเติ่มนะค่ะ ดิฉันเคยขอวีซ่าไปครั้งหนึ่งแล้วแต่ไม่ผ่านเพราะเพิ่งเปลี่ยนงาน โดยมีแฟนทำเอกสารมาให้เพื่อไปเยี่ยม แต่ครั้งนี้ทางแฟนก็ทำจดหมายมาให้อีก แต่เป็นครั้งที่2 ไม่ทราบว่าเราควรมีข้อความอะไรเพิ่มเติมจากจดหมายที่คุณนุ้ยแนะนำไว้หรือเปล่าค่ะ ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  11. งงมากเลยค่ะ ตอนนี้ให้ทางเอเจนซี่ที่ไทยจัดการให้อยุ แต่ช้ามากกก ตอนแรกบอกสัมพาสที่เชียงใหม่ได้ อยุๆก้โทรมาบอกว่าที่เชียงใหม่เต็มหมดแล้ว ต้องลงไปสัมพาสที่กทม. แล้วเค้ายังบอกอีกว่า ใบ ds ที่ส่งมาจากอเมริกายังไม่ถึงไทย แล้วช่วงที่จะต้องลงไปสัมพาสที่กทม ติดสอบพอดีเลยค่ะ ไม่รุ้จะทำยังไง เครียดมากเลย

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. สวัสดีคะ ต้องเดินทางวันไหนคะ เลื่อนวันจองสัมภาษณ์ได้นะคะ บอกเอเจนซี่ว่าเราติดสอบ เลื่อนไปก่อนได้คะ ส่วนเอกสารที่ส่งจากอเมริกาน่าจะเป็น i20 หรือเปล่าคะ เพราะ DS-160 กรอกจากอินเตอร์เน็ตแล้วก็ปรินท์ได้เลยคะ

      ลบ
  12. แล้วการรับรองทางการเงิน อย่างต่ำต้องมีเงินในบัญชีประมานเท่าไหร่ค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไปโครงการอะไรคะ ไปกี่วัน การเงินนั้นต้องให้เพียงพอกับค่ากินอยู่ตลอดเวลาที่เราอยู่ที๋โน่นคะ

      ลบ
  13. ไปเรียนซัมเมอร์ไม่เกินหนึ่งเดือนนี่ต้องขอวีซ่าประเภทไหนหรอค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขอวีซ่านักเรียน F1 คะ

      ลบ
  14. ไม่ระบุชื่อ20 กรกฎาคม 2556 07:30

    พี่นุ้ยคะ เราสามารถขอวีซ่า J1(work and travel) กับ B2 พร้อมกันได้ไหมคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่ได้คะ ต้องอย่างใดอย่างหนึ่งก่อนนะคะ เลือกเอาคะ

      ลบ
  15. ขอรบกวนครับ
    พอดีผมจะขอ J1 visa แต่มีลูกและภรรยาไปด้วย (เป็น dependents) ได้ DS 2019 แล้วทุกคน
    แต่เวลาไปสัมภาษณ์ พวกเอกสารเช่นใบสูติบัตรลูกหรือทะเบียนสมรสต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษไหมครับ
    และ statement ที่โชว์ต้องเป็น US dollar เท่านั้นและต้องย้อนหลังกี่เดือนครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษให้เรียบร้อยคะ ส่วน statement โชว์ต้องเป็น US dollar ย้อนหลังหกเดือนคะ ขอ bank guarantee ด้วยนะคะ

      ลบ
  16. ขอบคุณมากสำหร้บคำตอบครับ
    อีกคำถามครับ
    ส่วน statement ที่ต้อง show เป็น US dollar เราบอกทางธนาคารให้ทำได้เลยไหมครับ
    bank guarantee คืออะไรครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เราบอกทางธนาคารได้เลยคะว่าเราจะทำวีซ่าท่องเที่ยว เขาจะออกเป็นดอลลาร์ให้คะ ส่วนแบงค์การันตี เป็นเอกสารรับรองจากทางธนาคารว่าเราเป็นลูกค้าของธนาคารตั้งแต่เมื่อไหร และมีเงินในธนาคารจำนวนเท่าไหร่คะ บอกเจ้าหน้าที่ได้เลยคะ ว่าเราจะขอแบงค์การันตีเพื่อเอาไปทำวีซ่า เดี๋ยวเขาออกให้คะ ใช้เวลาแค่สองสามวันเองคะ

      ลบ
  17. ขอสอบถามหน่อยค่ะ เราเคยได้วีซ่าเจวันเมื่อปี 2011 ไป internship 1 ปีค่ะ เรียนจบแล้ว กลับมาไทยเมื่อปี 2012 แล้วปีนี้เราจะขอวีซ่าเจวันเพื่อไป internship อีกได้รึป่าวค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ได้คะ ถ้ามีโครงการรับรอง

      ลบ
  18. พี่คะ แอดเฟสหนูมาได้หรือเปล่า คือสนใจจริงๆ แล้วบางขึ้นตอนก็มีงงๆ เล็กน้อย ขอบคุณนะคะ ^^ https://www.facebook.com/Ornalin หรือทวิตเตอร์ก็ได้ค่ะถ้าพี่สะดวก @kwangrungg

    ตอบลบ
  19. ถ้าเกิดจะไปเรียนซัมเมอร์โดยที่ไม่ผ่านเอเจนซี่
    การขอวีซ่าจะยากกว่าผ่านเอเจนซี่ไหมคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. จัดการด้วยตัวเองได้เลยคะ ไม่จำเป็นต้องผ่านเอเจนซี่ ก่อนอื่นต้องหาสถาบันภาษาดีๆ ก่อนคะ จากนั้นจ่ายเงินค่าเรียน แล้วทางสถาบันจะส่งเอกสารมาให้เราเพื่อนำไปยื่นวีซ่าคะ ผ่านไม่ผ่านขึ้นอยู่ที่เราคะ เราต้องแสดงหลักฐานว่า เรียนจบแล้วจะกลับไทยแน่นอนคะ

      ลบ
    2. แล้วถ้าสมมติว่าหนูจะไปกับเพื่อนเพื่อไปเรียนภาษาอ่ะค่ะ แล้วจะไปอยู่บ้านป้าเพื่อนซึ่งได้กรีนการ์ดอยู่ที่นู่น หนูต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างหรอคะ แล้วตอนสอบสัมภาษณ์อะค่ะ หนูต้องบอกว่าป้าของเพื่อนเขาเป็นอะไรกับหนูอะคะ หรือก็บอกไปเลยว่าเป็นป้าของเพื่อนที่จะไปกับหนู ขอบคุณค่ะ

      ลบ
    3. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

      ลบ
    4. พี่คะแล้วอย่างส่วนที่ต้องกรอกว่าเคยไปประเทศไหนมาบ้างใน5ปีอะคะ (หนูไม่แน่ใจว่ามีให้กรอกหรือป่าวแต่เคยทำวีซ่าtransitอเมริกามาทีนึง เหมือนจะต้องกรอก) พวกประเทศที่หนูเคยแค่ไปเพื่อtransitนนี่ต้องกรอกด้วยหรือป่าวคะ?
      แล้วพวกเอกสารต่างๆที่ใช้ยื่นวีซ่าเอกสารอะไรบ้างที่ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษอะคะ?

      ลบ
    5. ถ้าเรามีตราประทับ หรือวีซ่าในพาสปอร์ตต้องระบุด้วยคะ ส่วนเอกสารที่ต้องยื่นแปลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ยกเว้นทะเบียนบ้าน กับบัตรประชาชน ใช้ตัวจริงได้เลยคะ

      ลบ
    6. ส่วนที่บอกว่าไปอยู่กับใคร ก็บอกไปตามตรงได้เลยคะ ไม่มีปัญหา

      ลบ
    7. ขอบคุณค่าาา ขอถามอีกคำถามนะค่ะ
      แล้วอย่างใบรับรองการแพทย์กับใบรับรองความประพฤติจากกรมตำรวจนี่คือจำเป็นต้องทำหรือป่าวอะคะ
      พอดีหนูอ่านจากเพจอื่นๆแล้วเขาไม่ได้บอกไว้อะค่ะ

      ลบ
    8. ไปวีซ่า J1 ใช่เปล่าคะ ถ้าเจวันต้องมีด้วยนะคะ ถ้าท่องเที่ยว ไม่ต้องคะ

      ลบ
    9. ของหนูเป็น F-1อะค่ะ ต้องใช้หรือป่าวคะ

      ลบ
  20. หนูจะขอวีซ่า J1 อ่ะคะ
    แต่ไม่ได้ผ่านโครงการ เพราะมีงานรับรองแล้วเป็นของป้าอ่ะคะ
    แล้วต้องทำ DS-2019 ยังไงหรอคะ
    แล้ว DS-156 DS-157 DS-158 นี่ไม่ต้องใช้หรอคะ ใช่เฉพาะ DS-160 อย่างเดียวหรอคะ
    รบกวนด้วยนะคะ แล้วก็ขอคำแนะนำด้วยค่ะ ขอบคุณมากๆต่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ต้องให้คุณป้าทำเรื่องที่อเมริกาเพื่อขอเอกสารรับรองก่อนคะ แล้วส่งมาให้เราเพื่อทำเรื่องขอวีซ่าที่ไทยคะ ถ้า J1 ต้องมี DS-2019 ด้วยคะ ประกอบกับ DS-160 คะ

      ส่วน DS-156 DS-157 DS-158 เป็นแบบเก่าคะ สถานทูตได้ยกเลิกไปแล้วคะ ให้ใช้แค่ DS-160 อย่างเดียวคะ

      ลบ
    2. อ่านเพิ่มเติมที่นี่นะคะ
      http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bithy-bithy&month=12-2009&date=24&group=2&gblog=3

      ลบ
    3. ให้ป้าอ่านวิธีการยื่นเรื่องทำ DS-2019 ที่นี่นะคะ
      http://j1visa.state.gov/participants/how-to-apply/about-ds-2019/

      ลบ
  21. ต้องทำเรื่องกับทาง Sponsors ของอเมริกาหรอคะ
    ที่เป็นเอเจนซี่เหมือนที่ไทยหรอคะ หรือยังไงคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ทำเรื่องจากอเมริกาเลยก็ได้คะ ให้ป้าไปติดต่อเอเจนซี่ในเว็บนี้้นะคะ เลือกเอาที่ใกล้บ้าน
      http://j1visa.state.gov/participants/how-to-apply/sponsor-search/?program=&state=&x=14&y=8

      ลบ
    2. ที่จริงวีซ่าเจวัน ต้อง่ผานโครงการคะ เช่น Au pair, work and travel, Disney แล้วโครงการเขาจะทำเรื่องขอ DS-2019 ให้เราคะ

      ลบ
    3. แล้วถ้ามีงานอยู่แล้วหล่ะคะ ผ่านโครงการได้ไหมคะ

      ลบ
    4. http://ieo.ucsc.edu/intl-students/new/requestcoe.html อ่านเพิ่มเติมในนี้นะคะ

      ลบ
    5. ขอบคุณมากๆๆๆนะคะ ^^

      ลบ
  22. สอบถามนิดนึง พอดีผมมีวีซ่าท่องเที่ยว 10ปี จะขอวีซ่าไปเรียนภาษาประมาณ 1 ปีต้องยกเลิกวีซ่าท่องเที่ยวหรือเปล่าครับผม

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ถ้าไปเรียนต้องทำวีซ่านักเรียนคะ ถึงจะไปเรียนได้หนึ่งปีคะ ต้องทำเรื่องยื่นวีซ่าใหม่คะ

      ลบ
  23. ไม่ระบุชื่อ1 ธันวาคม 2556 04:37

    พี่คะหนูจะไปแบบท่องเที่ยวช่วงคริสมาสต์ประมาน10วัน เอกสารหนูควรจะมีอะไรยืนยันบ้างคะ ตอนนี้มีใบทรานสคริป กับหนังสือยืนยันสภาพความเป็นนิสิตอ่ะค่ะ ควรจะขออะไรเพิ่มเติมเพื่อที่จะให้เค้ามั่นใจว่าหนูจะกลับมาประเทศไทยดีคะพี่

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่ระบุชื่อ1 ธันวาคม 2556 04:39

      นี่เป็นการเดินทางไปอเมริกาและเปนการเดินทางไป ตปท ครั้งแรกในชีวิตด้วย กลัวไม่ผ่านจังเลยค่ะ

      ลบ
    2. ให้อาจารย์ที่ปรึกษาเขียนจดหมายรับรองว่าเราเป็นนักศึกษาคณะนี้ และมีช่วงปิดเทอมตรงกับวันที่เราขอไปเที่ยว และเราจะกลับมาเรียนแน่นอนในวันที่เท่าไหร่ก็ว่าไปคะ จะทำให้น่าเชื่อถือมากขึ้นกว่าการแสดงแค่ใบรับรองนักศึกษาอย่างเดียว

      ลบ
    3. ไม่ระบุชื่อ2 ธันวาคม 2556 10:43

      ขอบคุณมากค่ะพี่ แล้วทีนี้ปัญหาเกิดอีกค่ะ พ่อหนูไปขอใบเสตทเม้นมา แต่แบ้งทำผิด ดันออกแบ้งการันตีให้ สามารถใช้แทนกันได้มั้ยคะ ถ้าวันจริงนำสมุดเล่มจริงไปด้วยอ่ะคะ

      ลบ
    4. ต้องขอทั้ง Bank Statement and Bank Guarantee คะ ใช้ทั้งสองอัน สถานทูตไม่รับสมุดบัญชีธนาคารคะ ต้องเป็นเอกสารที่ออกจากทางธนาคารเท่านั้น

      ลบ
    5. ไม่ระบุชื่อ4 ธันวาคม 2556 11:06

      พ่อหนูไม่รู้ดันย้ายเงินปเข้าบัญชีอื่นอ่ะค่ะ แต่ก็เป็นชื่อของเค้า หนูจะสัมภาษณ์วันที่12นี้แล้ว จะทำยังไงดีคะ วันจริงก็คือต้องเอาสมุดบัญชีไปสองเล่มใช่มั้ยคะ เล่มที่ได้การันตีมากับเล่มที่ย้ายเงินไปอ่ะค่ะ

      ลบ
    6. ไม่ต้องเอาสมุดบัญชีไปก็ได้คะ เอาไปแค่ Bank Statement and Bank Guarantee ก็ใช้ได้แล้วคะ

      ลบ
    7. ไม่ระบุชื่อ13 ธันวาคม 2556 08:18

      พี่คะ หนูโดนรีเจคมา แต่ไปทำที่อีกเอเจนซี่นึง ละไปแบบเอฟวันเลยค่ะ หนูทิ้งช่วงไปช่วงปลายมีนาอ่ะค่ะทำการสมัครขอ i20แล้ว ไปลงคอสภาษาสามเดือน หนูควรจองสัมภาษณ์ใหม่ช่วงไหนดีคะ ที่ดูว่าไม่ถี่เกินไปและ ไม่ล่าช้าเกินไปอ่ะค่ะ

      ลบ
    8. ถ้าเอกสารพร้อมแล้ว ก็ยื่นเรื่องสัมภาษณ์อีกครั้งได้เลยคะ

      ลบ
  24. ไม่ระบุชื่อ4 ธันวาคม 2556 02:03

    ขอโทดน่ะค่ะ ถ้าเกรดไม่ถึง 2 มีโอกาสเสี่ยงสูงไหมค่ะ ถ้าขอวีซ่า J1

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ลองขอก็ได้คะ ไม่เป็นไร

      ลบ
  25. ขอรบกวนสอบถามข้อมูลหน่อยนะคะ พอดีว่าหนูเป็นนักศึกษาภาคปกติ (ไม่ได้เรียน inter) อ่ะค่ะ แล้วที่มหาลัยปีหน้าจะเข้าอาเซียนซึ่งปิดเทอม 6 เดือนคือตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงสิงหาคม อ่ะคะ แล้วหนูจะไป work & travel ช่วงเดือน พ.ค - ส.ค หนูจะสามารถขอวีซ่า ประเภท J-1 ได้รึป่าวคะ? เห็นมีคนบอกว่าเค้าจำกัดให้แค่เด็กที่เรียนเป็นภาคอินเตอร์เท่านั้นอ่ะค่ะ เลยอยากรู้ว่าถ้าหนูจะขอ จะได้รึป่าว? แล้วเรื่องเอกสารรับรองการทำงานของพ่อแม่อ่าค่ะ ถ้าพ่อทำงานแบบรับจ้างอิสระ ไม่ได้ขึ้นกับบริษัทไหน ต้องทำยังไงหรอคะ? รบกวนด้วยนะคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ได้คะ ถ้าเราได้สมัครเข้าร่วมโครงการ และเขาส่งเอกสารมาให้เพื่อใช้ในการขอวีซ่า ก็ไม่มีปัญหาคะ ส่วนเอกสารรับรองของพ่อแม่ มีใบจดทะเบียนธุรกิจไหมคะ หรือเอกสารสัญญาจ้างต่างๆ ใช้ได้เลยคะ

      ลบ
    2. ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ :)

      ลบ
  26. ขอสอบถามค่ะ หนูผ่านวีซ่า J1 แล้วแต่ต้องการทำ วีซ่า B2 ต่อสำหรับจบโครงการ work and travel เพื่อข้ามน้ำตกไนแองการ่าไปเมกา เพื่อกลับเข้าอเมริกาอีกรอบได้มั้ยค่ะ เพราะถ้าวีซ่า J1 หมด ข้ามไปแคนนาดา แต่ขากลับก็ต้องมีวีซ่าถือกลับมาด้วย เป็นไปได้มั้ยค่ะที่จะถือ 2 วีซ่า แต่ใช้กรณีที่หมดวีซ่าแล้วเท่านั้น

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. วีซ่าเจวัน หลังจากจบโครงการแล้ว ตามกฏสามารถอยู่เที่ยวในอเมริกาได้อีก 30 วันนะคะ

      ลองอ่านเพิ่มเติมดูในกระทู้นี้นะคะ แนะนำได้ดีเลยทีเดียว http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=2&topic_no=117548&topic_id=118935

      ส่วนการข้ามไปแคนาดานั้น ต้องทำวีซ่าท่องเที่ยวแคนาดาคะ อ่านเพิ่มเติมที่นีนะคะ http://www.gotoknow.org/posts/386797
      http://drchat.wordpress.com/2012/01/08/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%8B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA/

      ลบ
  27. พี่ค่ะสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษถ้าเราตอบได้บ้านตอบไม่ได้บ้างมีจะผ่านมั้ยค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่เป็นไรคะ ถ้าไม่สะดวกจริงๆ สัมภาษณ์เป็นภาษาไทยก็ได้นะคะ

      ลบ
  28. พี่ครับ..

    ผมจะทำวีซ่าไปอเมริการ ไปเยี่ยมญาติ กับครอบครัว แต่ผมทำงานเป็นพนักงานบริษัทเงินเดือนหมื่นปลายๆ ทำงานมาแล้ว 2 ปี เงินเก็บไม่ค่อยมี แต่เงินหมุนเวียนตลอด พ่อกับแม่กับค้าขาย มีเงินเก็บบ้างแต่ไม่มากเท่าไหร่ แต่ญาติจะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด อีกอย่างครับ พ่อกับแม่ผมเคยทำมาแล้ว 1 ครั้งเมื่อ 7 ปีก่อน แต่ไม่ผ่านโดยเขาให้เหตุผลว่า น้องสาวยังอายุยังไม่ถึง 18 ปี แต่น้องสาวตอนนี้ อายุ 19 ปีแล้วอย่างนี้จะมีโอกาสผ่านไหมครับ ญาติผมอยู่อเมริกา ได้ 20 ปีแล้ว มีกิจการมากมาย อาทิ ปั็มน้ำมัน ร้านอาหาร และทำการราชการตำแหน่งใหญ๋เหมือนกันครับ สิ่งที่ผมจะถามก็คือ

    1. ผมต้องให้ญาติทำเอกสารอะไรบ้างครับ
    2. ผมต้องเตรียมเอกสารอะไร (ฐานะการเงินไม่ค่อยดีแต่ก็ไม่เป็นหนี้ แค่เงินเก็บไม่มาก แต่มีบ้าน มีรถ )

    ขอบคุณครับ
    เอ๋

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. คนที่เป็นสปอนเซอร์ต้องขอ Bank Statement และ Bank Guarantee จากธนาคาร พร้อมแนบบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือรับรองการทำงานที่ระบุตำแหน่งงาน ระยะเวลาที่ทำงาน เงินเดือน โบนัส และเขียนจดหมายรับรองว่าเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ โดยออกค่าใช้จ่ายเพื่ออะไร เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ และระยะเวลานานแค่ไหน

      ส่วนการเตรียมเอกสารของผู้ยื่น และขั้นตอนต่างๆ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่นะคะ
      http://ready2gointer.blogspot.com/2012/03/blog-post_30.html

      ลบ
  29. ถ้ามีจดหมายรับรองการทำงาน จดหมายลางาน และเอกสารที่ยืนยันว่าเราจะกลับไทยจริง ก็ผ่านไม่ยากคะ

    ตอบลบ
  30. พี่คะ คือว่าถ้าเกรดต่ำกว่า 2.00 มีโอกาสที่จะขอวีซ่า J-1 ไป Work&Travel USA ผ่านมากน้อยแค่ไหนคะ หนูได้แค่ GPA 1.54 Gpax 1.61 เองค่ะ (พอดีหนูเรียนวิศวะ ซึ่งไม่ค่อยถนัดคำนวณเท่าไหร่อ่ะค่ะ) ถ้าหนูไม่ผ่านวีซ่า หนูจะไม่ได้ค่าโครงการคืนประมาณสามหมื่นกว่าบาทอ่ะค่ะ เลยอดเสียดายไม่ได้ แต่ก็อยากไปค่ะเพราะมีแค่ช่วงหยุดอาเซียนที่มีเวลาไปได้ นอกนั้นคงไม่มีโอกาสแล้วค่ะ หนูเลยเครียดว่าเกรดแบบนี้มีโอกาสจะผ่านวีซ่าไหมคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ถ้าภาษาอังกฤษโอเค ถามได้ พูดคล่อง หลักฐานพร้อม ผ่านไม่ยากเลยคะ ไม่ต้องกังวลคะ

      ลบ
  31. ไม่ระบุชื่อ25 กุมภาพันธ์ 2557 10:42

    กำลังจะขอ J1 สำหรับไปเรียนต่อ 1 ปีค่ะ พอดีมีญาติอยู่ที่โน่นด้วยแต่เป็นคนละเมืองกับที่จะไปเรียน ถ้าต้องการไปอยู่กับญาติก่อนเริ่มเรียนสักเดือนเพื่อปรับตัวจะต้องขอวีซ่าอื่นสำหรับเดือนแรกนี้รึเปล่าคะ หรือใช้ J1ได้เลย และถ้าใช้ได้จะมีผลทำให้หลังจากเรียนจบจะไม่สามารถอยู่ต่อได้อีก 30 วันรึเปล่า รบกวนขอคำแนะนำด้วยค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ใช้ J1 ได้เลยคะ อ่านเพิ่มเติมที่นี่นะคะ http://pantip.com/topic/31572119

      ลบ
  32. ไม่ระบุชื่อ16 มีนาคม 2557 09:09

    การยื่นหลักฐานทางการเงินต้องย้อนหลังกี่เดือนคะ
    ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไร
    ไปโครงการของ Au Pair คะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ย้อนหลังหกเดือนคะ มีเงินประมาณ 200,000 บาทขึ้นไปคะ

      ลบ
  33. ไม่ระบุชื่อ18 พฤษภาคม 2557 03:53

    ขอรบกวนถามว่า เรียนจบมา 2 ปีแล้ว เคยทำงานเกี่ยวกับ museum ที่ไทย แล้วยื่น internship ไปกับ museum ที่อเมริกาเป็นเวลา 1 ปี อย่างนี้ต้องขอ visa J-1 internship ใช่ไหมคะ แล้วสามารถขอเองไม่ผ่าน agency ได้ไหมคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ใช่คะ ขอ visa J-1 internship คะ แต่ต้องติดต่อที่ฝึกงานที่อเมริกาก่อน จากนั้นที่โน่นจะทำเอกสารมาให้เราทำวีซ่าที่ไทยคะ

      ลบ
  34. พี่คะ อยากไปเรียนภาษาที่เมกา 6 เดือน แล้วระหว่างนั้นก็อยากหางานทำด้วย ทำยังไงได้บ้างอะคะ

    ตอบลบ