คราวนี้มาถึงวีซ่ายอดนิยมอย่างวีซ่าอเมริกา ที่ทุกคนต่างพูดกันว่าเป็นวีซ่าที่โหดและหินมาก แต่หากเตรียมตัวดีๆ แล้วทั้งด้านข้อมูล เอกสาร และภาษาก็ไม่มีอะไรที่ยากเลย
ส่วนตัวขอวีซ่าเข้าอเมริกา 2 ครั้ง ก็ผ่านทั้งสองครั้งครั้งแรกวีซ่านักเรียนแลกเปลี่ยน (J1) คร้้งที่ 2 วีซ่าท่องเที่ยว ได้มา 10 ปี สิ่งสำคัญคือ ต้องเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ก่อนออกเดินทาง ทั้งเรื่องเอกสาร การนัดสัมภาษณ์ และการเตรียมตัวสัมภาษณ์ หากคิดว่าจะไปประมาณกลางปี ควรเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ต้นปี
สิ่งแรกที่ต้องเตรียมคือ "เอกสารเพื่อยื่นขอวีซ่า" โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุการเดินทางไม่ต่ำกว่า 6 เดือน หากมีเล่มเก่า ให้นำเล่มเก่ามาแสดงด้วยในวันยื่นเอกสารขอวีซ่า (รายละเอียดการทำ Passport)
2. รูปถ่าย ขนาด 2X2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว ไม่สวมหมวก หน้าตรง ไม่สวมแว่นกันแดด ที่สำคัญต้องเห็นใบหูทั้งสองข้างอย่างชัดเจน ไม่ใส่ต่างหู แต่งกายสุภาพ เรียบร้อย ดูน่าเชื่อถือ ใช้รูปถ่าย 2 รูป และแสกนเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ 1 รูป ไฟล์ jpg เพื่อใช้ตอนกรอกแบบฟอร์ม DS-160
3. บัตรประจำตัวประชาชน
4. ใบรับรองการศึกษาหรือใบรับรองการทำงาน ที่ระบุตำแหน่งงานชัดเจน ระยะเวลาในการทำงาน เงินเดือน วันลา และวันที่จะกลับมาทำงาน (ตัวอย่างจดหมายรับรองการทำงานเพื่อขอวีซ่า) ออกไม่เกิน 3 เดือน กรณีที่เป็นเจ้าของกิจการธุรกิจ สามารถใช้เอกสารการเป็นเจ้าของกิจการ โดยแปลเป็นภาษาอังกฤษ
5. จดหมายเชิญจากญาติหรือเพื่อนที่อเมริกา โดยในจดหมายต้องระบุชื่อคนเชิญ พร้อมที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อในอเมริกา (ตัวอย่างจดหมายเชิญเพื่อใช้ในการขอวีซ่า)
6. แผนการเดินทางท่องเที่ยว ที่ระบุระยะเวลาในการท่องเที่ยว เมืองที่จะไป สายการบินที่ใช้ทั้งไปและกลับ กิจกรรมที่จะทำในแต่ละวัน และวันที่กลับถึงประเทศไทย (ตัวอย่างการเขียนแผนการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อขอวีซ่า)
7. จดหมายแนะนำตัว อันนี้จะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่ถ้ามีก็จะเป็นเรื่องที่ดี แสดงให้เจ้าหน้าที่เห็นภูมิหลังของเราว่าเป็นใคร มาจากที่ไหน ทำงานอะไร เคยไปต่างประเทศที่ไหนมาบ้าง และจะไปทำอะไรที่อเมริกา (ตัวอย่างการเขียนจดหมายเพื่อใช้ในการขอวีซ่า)
8. บัญชีธนาคาร ต้องมีเงินหมุนเวียนตลอด และมีเงินเพียงพอในการกิน อยู่ ใช้จ่าย ท่องเที่ยวในอเมริกา หากไปสักหนึ่งอาทิตย์ควรมีเงินในบัญชีประมาณ 50,000-100,000 บาทขี้นไป ให้ธนาคารออก Bank Statement และ Bank guarantee ระบุจำนวนเงินเป็น USD
9. เอกสารอื่นๆ เช่น ใบสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ โฉนดที่ดิน สัญญาจดจำนอง ภาระผ่อนต่างๆ เอกสารที่แสดงภาระผูกพันกับประเทศไทย เป็นต้น
1. เข้าไปที่เว็บ www.ustraveldocs.com/th และสร้างบัญชีผู้ใช้ เลือกประเภทของวีซ่าและค่าธรรมเนียมตามวีซ่าประเภทนั้นๆ ซึ่งจะได้แบบฟอร์มใบฝากเงินธนาคารที่มีรายละเอียดตามที่กรอก ให้พิมพ์แบบฟอร์มใบฝากเงินธนาคารนั้นออกมา ดูวิธีการกรอกข้อมูลอย่างละเอียด ที่นี่
2. นำใบฝากเงินธนาคารที่ได้มาไปยังธนาคารกรุงศรีอยุธยา ณ สาขาตามที่กำหนดไว้เพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมสมัครวีซ่า
3. การกรอกแบบฟอร์มขอวีซ่าประเภทชั่วคราว DS-160 เป็นแบบฟอร์ม Online ที่ต้องกรอกทาง Internet เท่านั้น เข้าไป ที่นี่ ดูคำแนะนำวิธีการกรอกแบบฟอร์มได้ ที่นี่ และดูรายละเอียดแบบฟอร์มที่แปลเป็นภาษาไทยได้ ที่นี่
4. เมื่อกรอกครบถ้วน เรียบร้อยแล้ว ให้ Print หน้า Confirmation DS-160 พร้อมหน้าที่กรอกทั้งหมดออกมาใส่แฟ้มรวมกับเอกสารข้างต้น
5. กำหนดนัดหมายวันสัมภาษณ์ทางอินเทอร์เน็ตที่ www.ustraveldocs.com/th หรือทางโทรศัพท์ผ่านศูนย์บริการที่ 02-105-4110
สถานที่ยื่นขอวีซ่า
ในประเทศไทยสามารถยื่นขอวีซ่าอเมริกาได้ 2 แห่ง คือ ที่กรุงเทพและเชียงใหม่ คนที่จะสามารถสัมภาษณ์วีซ่าที่เชียงใหม่ได้นั้น ต้องเป็นผู้ที่อาศัย ทำงาน หรือเรียน ในจังหวัดดังต่อไปนี้ ได้แก่ เชียงใหม่, ลำพูน, พะเยา, สุโขทัย, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, พิจิตร, ตาก, กำแพงเพชร, น่าน, พิษณุโลก, อุตรดิตถ์, ลำปาง, เพชรบูรณ์, แพร่ โดยต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่าได้พำนักหรือทำงานหรือศึกษาไม่น้อยกว่า 3 เดือนในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา
95 ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ 10330
สถานกงสุลสหรัฐอเมริกา ประจำเชียงใหม่
387 ถ.วิชยานนท์ ต.ช้างม่อย อ.เมือง เชียงใหม่ 50300
หมายเหตุ: สำหรับคนที่มีทะเบียนบ้านที่เชียงใหม่่ แต่ทำงานกรุงเทพหรือจังหวัดอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวข้างต้น ไม่สามารถสัมภาษณ์ที่เชียงใหม่ได้ ต้องสัมภาษณ์ที่กรุงเทพเท่านั้น
จากนั้นมาถึงขั้นตอนที่น่าตื่นเต้น "ยื่นเอกสารและสัมภาษณ์" มีคำแนะนำดังนี้
1. ตื่นนอนแต่เช้า ทำใจให้สบาย
2. อาบน้ำ แต่งกายให้สุภาพ เรียบร้อย ดูน่าเชื่อถือ ห้ามใส่กางเกงยีนส์ ผู้ชายควรใส่สูท ผูกไท รองเท้าหนัง ส่วนผู้หญิงกางเกงหรือกระโปง ที่สุภาพ ห้ามใส่กระโปรงสั้น รองเท้าควรเป็นรองเท้าหุ้มส้น
3. ควรไปถึงก่อนเวลานัดหมาย 1 ชั่วโมง
4. เมื่อมาถึงแล้วให้ต่อคิวรออยู่หน้าสถานทูต จากนั้นจะมีพนักงานมาตรวจเอกสารและเวลานัดหมาย
5. เตรียมตัวผ่านจุดตรวจเพื่อรักษาความปลอดภัย – อาวุธ ของมีคม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งโทรศัพท์มือถึง ไม่สามารถนำเข้ามาในสถานทูตฯ ได้ ให้ฝากไว้ที่พนักงานรักษาความปลอดภัย โดยยื่นอุปกรณ์ทั้งหมดพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนให้กับเจ้าหน้าที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้บัตรหมายเลขฝากไว้เพื่อมารับของคืนเมื่อสัมภาษณ์เสร็จ
387 ถ.วิชยานนท์ ต.ช้างม่อย อ.เมือง เชียงใหม่ 50300
หมายเหตุ: สำหรับคนที่มีทะเบียนบ้านที่เชียงใหม่่ แต่ทำงานกรุงเทพหรือจังหวัดอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวข้างต้น ไม่สามารถสัมภาษณ์ที่เชียงใหม่ได้ ต้องสัมภาษณ์ที่กรุงเทพเท่านั้น
จากนั้นมาถึงขั้นตอนที่น่าตื่นเต้น "ยื่นเอกสารและสัมภาษณ์" มีคำแนะนำดังนี้
1. ตื่นนอนแต่เช้า ทำใจให้สบาย
2. อาบน้ำ แต่งกายให้สุภาพ เรียบร้อย ดูน่าเชื่อถือ ห้ามใส่กางเกงยีนส์ ผู้ชายควรใส่สูท ผูกไท รองเท้าหนัง ส่วนผู้หญิงกางเกงหรือกระโปง ที่สุภาพ ห้ามใส่กระโปรงสั้น รองเท้าควรเป็นรองเท้าหุ้มส้น
3. ควรไปถึงก่อนเวลานัดหมาย 1 ชั่วโมง
4. เมื่อมาถึงแล้วให้ต่อคิวรออยู่หน้าสถานทูต จากนั้นจะมีพนักงานมาตรวจเอกสารและเวลานัดหมาย
5. เตรียมตัวผ่านจุดตรวจเพื่อรักษาความปลอดภัย – อาวุธ ของมีคม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งโทรศัพท์มือถึง ไม่สามารถนำเข้ามาในสถานทูตฯ ได้ ให้ฝากไว้ที่พนักงานรักษาความปลอดภัย โดยยื่นอุปกรณ์ทั้งหมดพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนให้กับเจ้าหน้าที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้บัตรหมายเลขฝากไว้เพื่อมารับของคืนเมื่อสัมภาษณ์เสร็จ
6. เจ้าหน้าที่ตรวจกระเป๋า พร้อมแสกนรอบๆตัว
7. เดินเข้าไปในสถานทูต ยื่นเอกสารให้พนักงาน จากนั้นพนักงานจะให้เอกสารแผ่นเล็กๆ บางคนได้รับสีขาว บางคนได้รับสีเหลือง แตกต่างกัน กรอกชื่อ ที่อยู่ที่ และเบอร์โทรศัพท์ และยื่นบัตรคิวให้
8. นั่งรอ จนกว่าจะมีคนเรียก เมื่อมีคนมาเรียก เดินเข้าไปในห้องเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ
9. จากนั้นพนักงานจะบอกว่าไปต่อแถวไหน เพื่อสัมภาษณ์
10. การสัมภาษณ์นั้นจะมีสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ คำถามส่วนใหญ่ก็จะถามว่า
- แนะนำตัว
- อยู่ทีไหน
- ไปที่ไหน
- ไปกี่วัน
- เดินทางวันไหน กลับวันไหน
- ทำไมถึงเลือกไปเมืองนั้น
- จะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง
- ใครเป็นคนออกเงินให้
- พักที่ไหน กับใคร
- ไปกี่คน คนเดียว หรือมีเพือนไปด้วย
- หากมีญาติหรือเพื่อนอยู่ก็จะถามว่าเพื่อนหรือญาติทำอะไรที่อเมริกา อยู่นานแค่ไหน
- จากนั้นถามเรื่องการทำงาน ว่าทำงานอะไร ที่ไหน ทำมากี่ปีแล้ว
- หากเรียนอยู่ ก็จะถามว่าเรียนทีไหน คณะอะไร จบมาแล้วจะทำอะไร
- เคยได้วีซ่าอเมริกาหรือยัง
- นอกจากนี้ก็จะถามถึงว่าเคยไปเที่ยวประเทศไหนมาบ้าง
- เล่าประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวประเทศนั้นๆ
- พูดได้กี่ภาษา อะไรบ้าง
- เคยโดนปฏิเสธวีซ่าไหม
- พ่อ แม่อยู่ไหน ทำงานอะไร
11. คอยฟังคำถามให้ดี ตอบให้ชัดเจน หากไม่เข้าใจคำถามขอให้ทวนคำถามอีกรอบ
12. เมื่อสัมภาษณ์เสร็จ เจ้าหน้าที่จะคืนเอกสารบางส่วนให้ แต่จะเก็บใบรับรองการทำงาน จดหมายเชิญไว้ หากวีซ่าผ่านจะไม่คืนพาสปอร์ต
13. เดินออกสถานทูต อย่าลืมรับของที่ฝากไว้
14. กลับบ้านเพื่อรอรับพาสปอร์ตพร้อมวีซ่า ประมาณ 3-5 วันก็จะได้รับวีซ่า บางคนจะได้ 5 ปี หรือ 10 ปี แตกต่างกันไป
15. ระยะเวลาวีซ่าที่ได้รับ ไม่ได้หมายความว่า สามารถอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ตลอดระยะเวลาที่ได้รับวีซ่า ผู้ขอวีซ่าอเมริกาจะทราบระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตได้จากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินในอเมริกา โดยจะประทับวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศอเมริกาไว้ในหนังสือเดินทาง อาจได้รับ 3-6 เดือน
16. กรณีที่วีซ่าถูกปฏิเสธผู้ขอวีซ่าจะได้รับใบแจ้งเหตุผล และมีสิทธิที่จะยื่นขอสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา อีกครั้งเมื่อใดก็ได้ ในการสมัครวีซ่าใหม่ ผู้ขอวีซ่ายังคงต้องปฏิบัติตามกระบวนการทั้งหมด กรอกแบบฟอร์มการสมัครใหม่ ชำระค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่าอีกครั้ง
17. การขอวีซ่าใหม่โดยที่ยังขาดหลักฐานที่หนักแน่นและมีนัยสำคัญที่สามารถแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ของผู้ขอวีซ่า อาจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลการพิจารณาอนุมัติวีซ่าได้
หมายเหตุ: หากสัมภาษณ์ที่เชียงใหม่ ให้ซื้อซองไปรษณีย์ไปก่อนวันสัมภาษณ์ บอกเจ้าหน้าที่ว่าซื้อซองไปรษณีย์เพื่อสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา สามารถซื้อได้ทีไปรษณีย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสาขาแม่ปิง
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเตรียมเอกสารเพื่อยื่นคำร้องขอวีซ่า การกรอกแบบฟอร์ม DS-160 การเตรียมหลักฐาน และการสัมภาษณ์ สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://thai.bangkok.usembassy.gov
ตอบทุกข้อสงสัย คลายทุกปัญหาเกี่ยวกับวีซ่าอเมริกา ที่นี่ สำหรับคนที่สนใจข้อมูลการยื่นขอกรีนการ์ดด้วยตนเอง สามารถอ่านรายละเอียดได้ ที่นี่
ตอบทุกข้อสงสัย คลายทุกปัญหาเกี่ยวกับวีซ่าอเมริกา ที่นี่ สำหรับคนที่สนใจข้อมูลการยื่นขอกรีนการ์ดด้วยตนเอง สามารถอ่านรายละเอียดได้ ที่นี่
ขอให้ทุกคนโชคดีได้รับวีซ่าไปท่องเที่ยวอเมริกาอย่างสนุกสนาน
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)








