วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ข่าวทุนการศึกษาและทำงานต่างประเทศ

ข่าวทุนการศึกษาต่อต่างประเทศ


Kurt Schork Memorial Fund มอบทุนการศึกษาสาขาหนังสือพิมพ์ หมดเขตรับสมัคร 31 พฤษภาคมนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่


ศูนย์ ELTC ประเทศมาเลเซีย มอบทุนอบรมภาษาอังกฤษระยะสั้นให้แก่ผู้สอนภาษาอังกฤษ ในทุกระดับ ตั้งแต่ประถมจนถึงมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาให้ผู้สอนภาษาอังกฤษมีความเป็นมืออาชีพ สามารถสร้างสรรค์ และถ่ายทอดความรู้ภาษาอังกฤษให้แก่ผู้เรียนได้อย่างเต็มที่ เป็นเวลา 11 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-19 ตุลาคม 2012 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม  ที่นี่

Kurt Schork Memorial Fund มอบทุนทัศนศึกษาประเทศอังกฤษแก่ผู้ที่ทำงานในด้านสื่อสารมวลชน หรือนักเขียน ทุนนี้จะเน้นให้กับผู้สมัครที่ทำงานเขียนเกี่ยวกับความขัดแย้ง มนุษยธรรม ปัญหาชายแดน คอรัปชั่น หรือปัญหาที่เกี่ยวข้อง รับสมัครถึงวันที่ 31 พฤษภาคม ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่



ข่าวทำงานต่างประเทศ


รับสมัคร Chef ทำงานบนเรือสำราญประเทศอเมริกา อังกฤษ และสเปน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่

รับสมัคร Head Chef ทำงานที่ประเทศจีน เงินเดือน 50,00-150,000 บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่

บริษัททีวี ไดเร็ค (TV Direct) รับสมัคร Account Senior officer ประจำที่มาเลเชีย ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่

บริษัทศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) รับสมัคร Marketing Executive ประจำประเทศจีน สิงคโปร์ อินโดนีเชีย ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่

บริษัทชัยนาวี รับสมัครเจ้าหน้าทีประจำสำนักงานประเทศอินโดนียเชีย ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่







วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2555

วีซ่าเรียนและท่องเที่ยวประเทศออสเตรเลีย (Australia Visa)

บทความที่แล้วได้พูดถึง วีซ่าเรียนและท่องเที่ยวประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand Visa) บทความนี้จะเกี่ยวกับการยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศที่อยู่ใกล้ๆ กับนิวซีแลนด์ และคนไทยนิยมไปเรียน ท่องเที่ยว และทำงานไม่แพ้กัน

การยื่นคำร้องขอวีซ่าเข้าประเทศออสเตรเลียนั้น ไม่ยุ่งยากสามารถทำได้ 2 วิธีคือ การยื่นทางไปรษณีย์ และการยื่นผ่านศูนย์บริการ VFS โดยเตรียมเอกสารดังนี้ 

เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว เยี่ยมเยือน


1. แบบฟอร์มยื่นขอวีซ่าออสเตรเลีย ดาวน์โหลดได้ ที่นี่ สามารถดูคำแนะนำการกรอกแบบฟอร์มได้ ที่นี่ 
2. ค่าธรรมเนียมวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลีย ซื้อแคชเชียร์เช็ค (กรณีอยู่ในกรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ) หรือซื้อแบงค์ดราฟท์ (ถ้าไม่ได้ซื้อใน 3 จังหวัดข้างต้น) สั่งจ่าย "สถานทูตออสเตรเลีย กรุงเทพฯ" แยกตามจำนวนคน คนละ 1 ใบ ใบละ 3,600 บาท 
3. หนังสือเดินทาง (Passport) พร้อมสำเนา (รายละเอียดการทำ Passport)
4. สำเนาเอกสารส่วนตัว เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมเซ็นรับรองสำเนา
5. รูปถ่ายสี 2 นิ้ว 2 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) พื้นหลังสีขาว แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่น หน้าตรง
6. จดหมายรับรองการทำงาน (ตัวอย่างจดหมายรับรองการทำงาน) ที่ระบุตำแหน่งงาน เงินเดือน ระยะเวลาในการทำงาน และวันลา กรณีเป็นเจ้าของบริษัท หรือมีกิจการเป็นของตัวเอง แสดงใบประกอบกิจการพร้อมบัญชีของบริษัท
7. หลักฐานการศึกษา
8. หลักฐานทางการเงิน  Bank Statement และ Bank guarantee ต้องแสดงให้เห็นว่ามีทุนทรัพย์ครอบคลุมค่าใช้จ่ายระหว่างการเดินทาง 
9. หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบินไปกลับ
10. จดหมายเชิญจากเพื่อนหรือญาติที่อยู่ออสเตรเลีย 
11. ซองเปล่าติดแสตมป์ตามน้ำหนัก จ่าหน้าซองถึงตัวเอง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ส่งพาสปอร์ตคืน 

เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่านักเรียน 

1. แบบฟอร์มยื่นขอวีซ่านักเรียนออสเตรเลีย ดาวน์โหลดได้ ที่นี่ 
2. ค่าธรรมเนียมวีซ่านักเรียน สามารถชำระเป็น แคชเชียร์เช็ค หรือ Bank Draft สั่งจ่าย “Australian Embassy Bangkok” เป็นเงินสกุลบาท อัตราค่าธรรมเนียมการยื่นวีซ่านักเรียน ประมาณ 17,450 บาท
3. หนังสือเดินทาง (Passport) และสำเนาที่ได้รับการรับรองสำเนาถูกต้อง (รายละเอียดการทำ Passport)
4. สำเนาเอกสารส่วนตัว เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน 
พร้อมเซ็นรับรองสำเนา 
5. รูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้ว 3 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) 
พื้นหลังสีขาว แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่น หน้าตรง  
6. หลักฐานการศึกษา รวมถึงประกาศนียบัตรการเข้าอบรมวิชาการต่างๆ และ Transcript (หลักฐานการทำงานที่ออกโดยบริษัท กรณีเคยทำงานมาก่อน)
7. หลักฐานทางการเงิน ได้แก่ สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากย้อนหลังติดต่อกัน 6 เดือน  Bank Statement และ Bank guarantee ครอบคลุมค่าเรียน และค่าใช้จ่ายทั้งหมดระหว่างที่ศึกษาที่ประเทศออสเตรเลีย  ขั้นต่ำประมาณ 500,000 บาท
8. หนังสือรับรองเรื่องที่พักในประเทศออสเตรเลีย
9. หนังสือตอบรับการเข้าเรียนจากสถานศึกษาที่ระบุหลักสูตร ระยะเวลาเรียน วันเปิดเทอม และวันสุดท้ายของการเรียน พร้อมใบเสร็จจากสถานศึกษา
10. ใบผ่านการเกณฑ์ทหาร
11. 
ใบตรวจสุขภาพ ซึ่งจะต้องเป็นโรงพยาบาลที่สถานฑูตระบุไว้เท่านั้น ได้แก่ โรงพยาบาลกรุงเทพ (เพชรบุรี), โรงพยาบาลบางกอกเนอสซิ่งโฮม BNH Medical Centre Ltd. (สีลม) และ โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ (แจ้งวัฒนะ) โดยดาวน์โหลดแบบฟอร์มการตรวจสุขภาพได้ ที่นี่ และแบบฟอร์มการเอ็กซเรย์ปอดได้ ที่ี่นี่
12. กรณีมีผู้สนับสนุน หรือ ผู้ค้ำประกัน 
  • ต้องแสดงสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากย้อนหลังติดต่อกัน 6 เดือน หรือ Bank Guarantee ของผู้ค้ำประกัน ที่แสดงให้เห็นว่าผู้ค้ำประกัน สามารถดูแลค่าใช้จ่ายของผู้สมัครได้ 
  • ต้องมีจดหมายรับรองสถานภาพการทำงานของผู้ค้ำประกัน ระบุถึงรายได้ต่อปี ( รวมโบนัส ) ตำแหน่ง และอายุการทำงาน จดหมายนี้จะต้องออกโดยผู้มีอำนาจ หรือฝ่ายบุคคลของบริษัท/หน่วยงาน/ห้างร้านเท่านั้น 
  • ถ้าหากผู้ค้ำประกันเป็นเจ้าของกิจการ / บริษัท / ห้างร้าน จะต้องมีหนังสือรับรองบริษัท หรือหลักฐาน การจดทะเบียนที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นเจ้าของกิจการ พร้อมทั้งหลักฐานการเงินของบริษัท ซึ่งได้แก่ บัญชีเงินฝากของกิจการ / บริษัท / ห้างร้านนั้น
13. ซองเปล่าติดแสตมป์ตามน้ำหนัก จ่าหน้าซองถึงตัวเอง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ส่งพาสปอร์ตคืน 


จากนั้นนำเอกสารทั้งหมดใส่ซองจดหมาย ส่งไปที่ "แผนกวีซ่า สถานทูตออสเตรเลีย เลขที่ 37 ถนนสาทร (ใต้) กรุงเทพฯ 10120" ใช้เวลาในการพิจารณาอนุมัติวีซ่าประมาณ 5-7 วัน

กรณีที่ยื่นผ่าน บริษัทวีเอฟเอส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากสถานฑูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ให้เป็นผู้บริหารสำนักงานเพื่อการยื่นขอวีซ่าออสเตรเลีย สามารถติดต่อยื่่นเอกสารด้วยตนเองได้ที่

ตึกไทยซี ซี ทาวเวอร์
ยูนิต 2 & 3 ชั้น 34
889 ถนนสาทรใต้ ยานนาวา
กรุงเทพฯ 10120
Tel: 66 (0) 26723476-79
Email: info.diacth@vfshelpline.com
Website:  http://www.vfs-au.net/  

วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2555

วีซ่าเรียนและท่องเที่ยวประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand Visa)

นิวซีแลนด์ (New Zealand) เป็นประเทศที่อยู่บริเวณตอนใต้ของเส้นศูนย์สูตร ล้อมรอบด้วยมหาสมุทรแปซิฟิคทางด้านตะวันออก และทะเลทัสมันทางด้านตะวันตก มีลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นหมู่เกาะ ประกอบด้วย เกาะใหญ่ 2 เกาะ คือ เกาะเหนือ (North Island) และ เกาะใต้ (South Island) มีพื้นที่รวมทั้งหมดประมาณ 268,000 ตารางกิโลเมตร ขนาดใกล้เคียงกับประเทศอังกฤษ ลักษณะเกาะมีรูปร่างยาว ประกอบไปด้วยชายหาดมากมาย และทะเลเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ฟยอร์ด (Fjord) บางส่วนเป็นที่ราบอุดมสมบูรณ์ ใช้เพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ มีบ่อน้ำร้อน ภูเขาไฟที่ดับแล้ว และยังไม่ดับ บ่อโคลนเดือด บริเวณเทือกเขาสูงมีหิมะขาวปกคลุม 

นิวซีแลนด์ มีภูมิประเทศที่มีความหลากหลาย และสวยงาม มีสถานที่ที่น่าสนใจมากมาย เช่น วอลเตอร์ พีค ฟาร์ม ถ้าหากว่าชอบธรรมชาติก็ไม่ควรพลาดไปชม "วนอุทยานแห่งชาติเมาท์คุก" ที่มีทัศนียภาพอันงดงามตระการตาของยอดเขาเมาท์คุก ประกอบไปด้วยลานหิมะและธารน้ำแข็ง บนยอดเขาปกคุลมไปด้วยหิมะขาวโพลน "พิพิธภัณ์โลกใต้ทะเลเคลลี ทาร์ลตัน" และ "ยอดตึก Sky Tower" ที่สูงที่สุดในแถบใต้เส้นศูนย์สูตร (ข้อมูลจาก: นิวซีแลนด์แดนในฝัน travel.kapook.com)


ก่อนที่จะเข้าประเทศนิวซีแลนด์ได้นั้น สำหรับคนไทยต้องมีการยื่นคำร้องขอวีซ่า โดยมีรายละเอียดและขั้นตอนดังนี้

เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว เยี่ยมเยือน 


1. แบบฟอร์มยื่นขอวีซ่านิวซีแลนด์ ดาวน์โหลดได้ ที่นี่ 
2. ค่าธรรมเนียมวีซ่าท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ 3,300 บาท 
3. หนังสือเดินทาง (Passport) พร้อมสำเนา (รายละเอียดการทำ Passport)
4. สำเนาเอกสารส่วนตัว เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน
5. รูปถ่ายสี 2 นิ้ว 2 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
6. จดหมายรับรองการทำงาน (ตัวอย่างจดหมายรับรองการทำงาน) กรณีเป็นเจ้าของบริษัท หรือมีกิจการเป็นของตัวเอง แสดงใบประกอบกิจการพร้อมบัญชีของบริษัท
7. หลักฐานการศึกษา
8. หลักฐานทางการเงิน  Bank Statement และ Bank guarantee ต้องแสดงให้เห็นว่ามีทุนทรัพย์ครอบคลุมค่าใช้จ่ายระหว่างการเดินทาง (1,000 เหรียญนิวซีแลนด์ต่อเดือน)
9. หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบินไปกลับ
10. แบบฟอร์ม Sponsorship form for Temporary Entry ที่ได้กรอกรายละเอียด พร้อมทั้งได้รับการรับรองจากกองตรวจคนเข้าเมืองที่ประเทศนิวซีแลนด์แล้ว (กรณีที่มีชาวนิวซีแลนด์ให้การสนับสนุน)
11. ใบตรวจวัณโรค (กรณีต้องการอาศัยอยู่ในประเทศนานเกินกว่า 6 เดือน) ตรวจสอบรายชื่อโรงพยาบาล ที่นี่ ใบตรวจสุขภาพมีอายุไม่เกิน 3 เดือน
12. กรณีต้องการสมัครแบบครอบครัว เอกสารที่ต้องยื่นเพิ่มเติม มีดังนี้
  • ใบทะเบียนสมรส ใบสูติบัตรของบุตร พร้อมทั้งสำเนา
  • ถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีเดินทางโดยลำพัง หรือไม่ได้เดินทางพร้อมกับบิดาและมารดา จะต้องมีหนังสือแสดงความยินยอมจากบิดาและมารดาอนุญาตให้บุตรเดินทางได้

เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่านักเรียน

1. แบบฟอร์มยื่นขอวีซ่านักเรียนนิวซีแลนด์ ดาวน์โหลดได้ ที่นี่ อ่านคำแนะนำในการทำวีซ่าได้ ที่นี่
2. ค่าธรรมเนียมวีซ่านักเรียน 5,200 บาท สามารถชำระค่าธรรมเนียมด้วยบัตรเครดิต วีซ่า/มาสเตอร์ ตั๋วแลกเงิน แคชเชียร์เช็ค หรือเช็คที่ออกโดยธนาคาร สั่งจ่าย “สถานฑูตนิวซีแลนด์ (สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)”
3. หนังสือเดินทาง (Passport) และสำเนาที่ได้รับการรับรองสำเนาถูกต้อง (รายละเอียดการทำ Passport)
4. สำเนาเอกสารส่วนตัว เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน
5. รูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้ว 2 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
6. หลักฐานการศึกษา และหลักฐานการทำงานที่ออกโดยบริษัท (กรณีเคยทำงานมาก่อน)
7. หลักฐานทางการเงิน ได้แก่ สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากย้อนหลังติดต่อกัน 6 เดือน 
Bank Statement และ Bank guarantee ครอบคลุมค่าเรียน และค่าใช้จ่ายทั้งหมดระหว่างที่ศึกษาที่นิวซีแลนด์
8. หนังสือรับรองเรื่องที่พักในประเทศนิวซีแลนด์
9. หนังสือตอบรับการเข้าเรียนจากสถานศึกษาที่ระบุหลักสูตร ระยะเวลาเรียน วันเปิดเทอม และวันสุดท้ายของการเรียน พร้อมใบเสร็จจากสถานศึกษา
10. ถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีเดินทางโดยลำพัง หรือไม่ได้เดินทางพร้อมกับบิดาและมารดา จะต้องมีหนังสือแสดงความยินยอมจากบิดาและมารดาอนุญาตให้บุตรเดินทางได้ พร้อมด้วยสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
11. สำหรับผู้สมัครที่อายุตั้งแต่ 17 ปีขึ้นไปและต้องการศึกษาต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์เป็นเวลา 2 ปีขึ้นไปจะต้องยื่นรายงานการสอบประวัติอาชญากรรม (ใบรับรองความประพฤติ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน
12. ใบตรวจวัณโรค (กรณีต้องการอาศัยอยู่ในประเทศนานเกินกว่า 6 เดือน) ตรวจสอบรายชื่อโรงพยาบาล ที่นี่ ใบตรวจสุขภาพมีอายุไม่เกิน 3 เดือน
13. กรณีมีผู้สนับสนุน หรือ ผู้ค้ำประกัน 
  • ต้องแสดงสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากย้อนหลังติดต่อกัน 6 เดือน หรือ Bank Guarantee ของผู้ค้ำประกัน ที่แสดงให้เห็นว่าผู้ค้ำประกัน สามารถดูแลค่าใช้จ่ายของผู้สมัครได้ 
  • ต้องมีจดหมายรับรองสถานภาพการทำงานของผู้ค้ำประกัน ระบุถึงรายได้ต่อปี ( รวมโบนัส ) ตำแหน่ง และอายุการทำงาน จดหมายนี้จะต้องออกโดยผู้มีอำนาจ หรือฝ่ายบุคคลของบริษัท/หน่วยงาน/ห้างร้านเท่านั้น 
  • ถ้าหากผู้ค้ำประกันเป็นเจ้าของกิจการ / บริษัท / ห้างร้าน จะต้องมีหนังสือรับรองบริษัท หรือหลักฐาน การจดทะเบียนที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นเจ้าของกิจการ พร้อมทั้งหลักฐานการเงินของบริษัท ซึ่งได้แก่ บัญชีเงินฝากของกิจการ / บริษัท / ห้างร้านนั้น


การยื่นคำร้องขอวีซ่า
  • ท่านสามารถยื่นขอวีซ่าด้วยตนเอง หรือส่งทางไปรษณีย์ได้
  • เอกสารยื่นขอวีซ่าทั้งหมดจะต้องเป็นภาษาอังกฤษ 
  • ใช้เวลาทำการประมาณ 5-7 วัน 
  • ไม่มีการคืนค่าวีซ่า ไม่ว่าผลการพิจารณาจะได้รับการอนุมัติหรือไม่
  • เวลาทำการ 09.00 – 12.00 และ 13.00 – 15.00 (วันจันทร์ ถึง วันศุกร์)
  • ท่านสามารถมารับแบบฟอร์มต่างๆ ได้ด้วยตนเอง หรือ พิมพ์จาก www.immigration.govt.nz

สถานที่ยื่นคำร้องขอวีซ่า 

แผนกวีซ่า สถานทูตนิวซีแลนด์
ชั้น 15 อาคารเอ็มไทยทาวเวอร์ ออลซีซั่นเพลส
เลขที่ 87 ถนนวิทยุ ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Tel: (66) 2 654 3444 
Fax: (66) 2 654 3445
E-mail: nzisbangkok@dol.govt.nz



ขอวีซ่าไปเยือนอินเดีย (India Visa)

เราเคยพูดถึง "โครงการแบกเป้ไปเรียนภาษาอังกฤษที่อินเดีย" เพื่อให้ง่ายแก่การเตรียมตัวไปท่องเที่ยว เรียนภาษาอังกฤษ หรือเรียนต่อที่อินเดียโดยไม่ต้องไปเสียเวลาหาข้อมูลให้ยุ่งยาก บทความนี้จะนำเรื่องราวเกี่ยวกับทำวีซ่าเพื่อเข้าประเทศอินเดีย ซึ่งมีรายละเอียดการเตรียมเอกสารและขั้นตอนดังนี้ 

เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่า (Tourist Visa)
1. แบบฟอร์มยื่นคำร้องขอวีซ่า กรอกใบสมัครออนไลน์ ที่นี่

2. หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุการเดินทางไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ถ่ายสำเนาหน้าแรก และทุกหน้าที่ประทับตราวีซ่าจากการเดินทางไปประเทศอื่นๆ (รายละเอียดการทำ Passport)
3. รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว 2 รูป 
4. สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชน 
5. ค่าธรรมเนียมวีซ่า 2,217  บาท 


เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอวีซ่า (Student Visa)

1. แบบฟอร์มยื่นคำร้องขอวีซ่า กรอกใบสมัครออนไลน์ ที่นี่

2. หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุการเดินทางไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ถ่ายสำเนาหน้าแรก และทุกหน้าที่ประทับตราวีซ่าจากการเดินทางไปประเทศอื่นๆ (รายละเอียดการทำ Passport)
3. รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว 2 รูป 
4. สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชน 
5. หนังสือตอบรับจากทางสถาบันฉบับจริงพร้อมสำเนา 2 ชุด 
6. ค่าธรรมเนียมวีซ่า 2,217 – 3,300   บาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการศึกษาต่อ 


ขั้นตอนในการยื่นเรื่องขอวีซ่า

1. กรอกแบบฟอร์มยื่นคำขอวีซ่า
2. ปรินท์ใบสมัครที่ดาวน์โหลดแนบกับเอกสารที่ต้องใช้ในการขอวีซ่าพร้อมเซ็นชื่อรับรอง
3. นำเอกสาไปยื่นที่ศูนย์รับขอวีซ่า
4. รับหนังสือเดินทางพร้อมวีซ่าในวันถัดไปของเวลาทำการ

เวลายื่นวีซ่า


ศูนย์รับขอวีซ่าเปิดให้บริการวันจันทร์-วันศุกร์
ยกเว้นวันหยุดตามสถานฑูต
เวลารับยื่นเอกสาร 8.30 น. – 15.00 น
เวลารับพาสปอตร์คืน 15.00 น.-16.30 น. ของวันถัดไป

สถานที่ยื่นคำร้องขอวีซ่า


1 อาคารกลาสเฮาส์ ชั้น 15 ห้อง 1503 ซอยสุขุมวิท 25
ถนน สุขุมวิท เขต วัฒนา กรุงเทพฯ 10110
Tel: +66(2) 6652968/69
E-mail: info@ivac-th.com
Website: http://www.ivac-th.com/



ติดตามผลใบสมัคร 

ท่านสามารถสมัครใช้บริการรายงานสถานะใบสมัครได้ทาง ข้อความสั้น(SMS) ซึ่งสะดวกสบายไม่ต้องเสียเวลายกโทรศัพท์มาสอบถามบริการนี้ัจะส่งถึงท่านตามขั้นตอนต่างและสามารถรับได้ทั้งภาษาไทย และ อังกฤษ และหากท่านมีอีเมลล์บริการนี้ก็จะคลอบคลุมไปด้วยเช่นกัน หรืออีกหนึ่งช่องทางของการตรวจสอบโดยการเช็คออนไลน์เพียงใส่ข้อมูลของท่าน หมายเลขพาสปอร์ต และ นามสกุล ตรวจสอบได้ ที่นี่ 





หมายเหตุ: ศูนย์รับคำขอวีซ่าประเทศอินเดียเป็นศูนย์ที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการโดยสถานทูตอินเดีย กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย เพื่อการรับคำขอวีซ่าประเภทต่างๆ การเก็บค่าธรรมเนียมคำขอวีซ่า และการส่งคืนหนังสือเดินทางให้แก่ผู้ขอวีซ่า นอกจากนี้ ศูนย์รับคำขอวีซ่าประเทศอินเดียยังเป็นหน่วยงานที่ดำเนินการเรื่องการนัดหมายการสัมภาษณ์ตามที่สถานทูตอินเดียกำหนดอีกด้วย 




วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555

ขอวีซ่า J1 ไปอเมริกา

บทความที่แล้วได้พูดถึงเรื่อง วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา (B1/B2) บทความนี้เราจะมาพูดถึงวีซ่าอเมริกาอีกประเภทหนึ่งที่เด็กไทยนิยมใช้ในโครงการ Work and Travel, Au pair และ Disney Summer Work Experience นั่นก็คือ วีซ่า J1 เป็นวีซ่าสำหรับนักเรียน หรือนักศึกษาที่ศึกษาอยู่ในประเทศไทยและต้องการเดินทางไปศึกษาแลกเปลี่ยนทั้งในเรื่องวัฒนธรรมหรือวิชาการ โดยผู้ขอจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศได้สูงสุด 2 ปี อีกทั้งได้รับอนุญาตให้ทำงานโดยไม่จำกัดชั่วโมงการทำงาน และไม่จำกัดจำนวนงานอีกด้วย 

ขั้นการขอวีซ่านั้นเหมือนกับการขอวีซ่าท่องเที่ยว แต่จะแตกต่างกันที่เอกสารที่ใช้ยื่น โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

1. หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุการเดินทางไม่ต่ำกว่า 6 เดือน หากมีเล่มเก่า ให้นำเล่มเก่ามาแสดงด้วยในวันยื่นเอกสารขอวีซ่า (รายละเอียดการทำ Passport)
2. รูปถ่าย ขนาด 2X2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว ไม่สวมหมวก หน้าตรง ไม่สวมแว่นกันแดด ที่สำคัญต้องเห็นใบหูทั้งสองข้างอย่างชัดเจน ไม่ใส่ต่างหู แต่งกายสุภาพ เรียบร้อย ดูน่าเชื่อถือ ใช้รูปถ่าย 2 รูป และแสกนเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ 1 รูป ไฟล์ jpg เพื่อใช้ตอนกรอกแบบฟอร์ม DS-160 
3. บัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้าน 
4. ใบรับรองสถานภาพนักศึกษา พร้อม Transcript (ภาษาอังกฤษ) ออกโดยมหาวิทยาลัยที่ศึกษาอยู่ พร้อมตราประทับ
5. ใบรับรองความประพฤติ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
6. ใบรับรองทางการแพทย์ สามารถขอได้ที่โรงพยาบาล หรือคลินิค โดยใช้แบบฟอร์มที่โรงพยาบาลหรือคลินิคใช้อยู่
7. ประกันภัยการเดินทาง ที่ถูกกฏหมายของประเทศอเมริกา ครอบคลุมระยะเวลาในการเดินทาง และเลือกการประกันที่ครอบคลุมการดูแลทั้งเรื่องกระเป๋าเดินทาง อุบัติเหตุ สุขภาพ มีวงเงินไม่ต่ำกว่า 1,500,000 บาท
8. เอกสาร DS-2019 ที่เจ้าของโครงการจากประเทศอเมริกาส่งมาให้
9. จดหมายแนะนำตัว อันนี้จะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่ถ้ามีก็จะเป็นเรื่องที่ดี แสดงให้เจ้าหน้าที่เห็นภูมิหลังของเราว่าเป็นใคร มาจากที่ไหน ทำงานอะไร เคยไปต่างประเทศที่ไหนมาบ้าง และจะไปทำอะไรที่อเมริกา (ตัวอย่างการเขียนจดหมายเพื่อใช้ในการขอวีซ่า)
10. บัญชีธนาคาร (ของผู้ปกครอง) ต้องมีเงินหมุนเวียนตลอด และมีเงินเพียงพอในการกิน อยู่ ใช้จ่าย ท่องเที่ยวในอเมริกา ให้ธนาคารออก Bank Statement และ Bank guarantee ระบุจำนวนเงินเป็น USD 
11. เอกสารรับรองการทำงานของผู้ปกครอง (ภาษาอังกฤษ) ระบุตำแหน่งงาน เงินเดือน ระยะเวลาที่ทำงาน หากมีกิจการเป็นของตัวเอง สามารถใช้เอกสารที่แสดงความเป็นเจ้าของกิจการ โดยแปลเป็นภาษาอังกฤษ 
12. เอกสารอื่นๆ เช่น ใบสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ โฉนดที่ดิน สัญญาจดจำนอง ภาระผ่อนต่างๆ เอกสารที่แสดงภาระผูกพันกับประเทศไทย เป็นต้น

เมื่อเตรียมเอกสารต่างๆ ครบแล้ว ก็มาถึงขั้นตอน "กรอกแบบฟอร์มและนัดหมายเพื่อสัมภาษณ์วีซ่า" โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

1. เข้าไปที่เว็บ www.ustraveldocs.com/th และสร้างบัญชีผู้ใช้ เลือกประเภทของวีซ่าและค่าธรรมเนียมตามวีซ่าประเภทนั้นๆ ซึ่งจะได้แบบฟอร์มใบฝากเงินธนาคารที่มีรายละเอียดตามที่กรอก ให้พิมพ์แบบฟอร์มใบฝากเงินธนาคารนั้นออกมา   

2. นำใบฝากเงินธนาคารที่ได้มาไปยังธนาคารกรุงศรีอยุธยา ณ สาขาตามที่กำหนดไว้เพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมสมัครวีซ่า 

3. การกรอกแบบฟอร์มขอวีซ่าประเภทชั่วคราว DS-160 เป็นแบบฟอร์ม Online ที่ต้องกรอกทาง Internet เท่านั้น เข้าไป ที่นี่ ดูคำแนะนำวิธีการกรอกแบบฟอร์มได้ ที่นี่ และดูรายละเอียดแบบฟอร์มที่แปลเป็นภาษาไทยได้ ที่นี่

4. เมื่อกรอกครบถ้วน เรียบร้อยแล้ว ให้ Print หน้า Confirmation DS-160  พร้อมหน้าที่กรอกทั้งหมดออกมาใส่แฟ้มรวมกับเอกสารข้างต้น 

5. กำหนดนัดหมายวันสัมภาษณ์ทางอินเทอร์เน็ตที่ www.ustraveldocs.com/th หรือทางโทรศัพท์ผ่านศูนย์บริการที่ 02-105-4110 


6. ชำระค่า SEVIS FEE ราคา 200 $ SEVIS FEE: คือ ค่าธรรมเนียมการจัดการข้อมูลนักเรียนและบุคลากรต่างชาติ ที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากนักเรียนต่างชาติ ผู้ยื่นคำขอวีซ่าประเภท F, M, หรือ J โดยทั่วๆ ไป หลังจากที่นักเรียนได้รับ I-20 หรือ DS-2019 ที่สถานศึกษาออกให้แล้ว นักเรียนต้องจ่าย SEVIS Fee ให้ US Department of Home Land Security ก่อนที่จะไปดำเนินเรื่องขอวีซ่า ณ สถานทูต สามารถจ่ายได้ทางไปรษณีย์หรือทางอินเทอร์เน็ต https://www.fmjfee.com/index.jhtml หากจ่ายทางไปรษณีย์ ให้ใช้แบบฟอร์มของ Homeland โดยส่งไปพร้อมภาพถ่ายเอกสาร I-20 หรือ DS-2019 ทั้งนี้ ให้เก็บหลักฐานการจ่ายเงินด้วย ในกรณีที่จ่ายทางอินเทอร์เน็ต ให้พิมพ์ใบเสร็จรับเงินค่า SEVIS Fee เก็บไว้อย่างน้อย 3 ชุด ชุดแรกให้กับสถานกงทูตเมื่อไปยื่นเรื่องขอวีซ่า ชุดที่สองติดตัวช่วงเดินทางไปอเมริกา . และชุดสุดท้ายเก็บเป็นหลักฐานของตนเองตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ สถานศึกษาบางแห่งอาจเรียกเก็บ SEVIS Fee จากนักเรียนโดยตรง ซึ่งบางแห่งก็คิดค่าใช้จ่ายในการจัดการค่า SEVIS เพิ่มจากที่ต้องจ่ายให้ Home Land Security

7. สุดท้ายก่อนไปสัมภาษณ์ ให้ตรวจเช็คเอกสารอีกครั้งว่าครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ จากนั้นจัดเรียงเอกสารใส่แฟ้ม ให้เรียงเอกสารดังนี้ 
  • นำพาสปอร์ตและรูปถ่ายไว้หน้าสุด
  • ใบเสร็จค่าธรรมเนียมวีซ่า
  • ใบเสร็จรับเงินค่า  SEVIS Fee
  • เอกสาร DS-2019 
  • ใบนัดหมายการสัมภาษณ์ (Appointment Confirmation)
  • ใบ  Confirmation  DS-160 
  • สำเนาพาสปอร์ตหน้าแรก และทุกหน้าที่มีการประทับตราวีซ่า พร้อมลายเซ็นต์กำกับ
  • ใบรับรองสถานภาพนักศึกษา พร้อม Transcript  
  • ใบรับรองความประพฤติ 
  • ใบรับรองทางการแพทย์
  • ประกันภัยการเดินทาง
  • เอกสารรับรองทางเงินของผู้ปกครอง
  • เอกสารรับรองการทำงานของผู้ปกครอง
  • สุดท้ายจดหมายแนะนำตัว 

สถานที่ยื่นขอวีซ่า 

ในประเทศไทยสามารถยื่นขอวีซ่าอเมริกาได้ 2 แห่ง คือ ที่กรุงเทพและเชียงใหม่ คนที่จะสามารถสัมภาษณ์วีซ่าที่เชียงใหม่ได้นั้น ต้องเป็นผู้ที่อาศัย ทำงาน หรือเรียน ในจังหวัดดังต่อไปนี้ ได้แก่ เชียงใหม่, ลำพูน, พะเยา, สุโขทัย, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, พิจิตร, ตาก, กำแพงเพชร, น่าน, พิษณุโลก, อุตรดิตถ์, ลำปาง, เพชรบูรณ์, แพร่ โดยต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่าได้พำนักหรือทำงานหรือศึกษาไม่น้อยกว่า 3 เดือนในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา
95 ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ 10330


สถานกงสุลสหรัฐอเมริกา ประจำเชียงใหม่
387 ถ.วิชยานนท์ ต.ช้างม่อย อ.เมือง เชียงใหม่ 50300 

หมายเหตุ: สำหรับคนที่มีทะเบียนบ้านที่เชียงใหม่่ แต่ทำงานกรุงเทพหรือจังหวัดอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวข้างต้น ไม่สามารถสัมภาษณ์ที่เชียงใหม่ได้ ต้องสัมภาษณ์ที่กรุงเทพเท่านั้น

จากนั้นมาถึงขั้นตอนที่น่าตื่นเต้น "ยื่นเอกสารและสัมภาษณ์" มีคำแนะนำดังนี้ 

1. ตื่นนอนแต่เช้า ทำใจให้สบาย
2. อาบน้ำ แต่งกายให้สุภาพ เรียบร้อย ดูน่าเชื่อถือ ห้ามใส่กางเกงยีนส์ ผู้ชายควรใส่สูท ผูกไท รองเท้าหนัง ส่วนผู้หญิงกางเกงหรือกระโปง ที่สุภาพ ห้ามใส่กระโปรงสั้น รองเท้าควรเป็นรองเท้าหุ้มส้น
3. ควรไปถึงก่อนเวลานัดหมาย 1 ชั่วโมง
4. เมื่อมาถึงแล้วให้ต่อคิวรออยู่หน้าสถานทูต จากนั้นจะมีพนักงานมาตรวจเอกสารและเวลานัดหมาย
5. เตรียมตัวผ่านจุดตรวจเพื่อรักษาความปลอดภัย – อาวุธ ของมีคม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งโทรศัพท์มือถึง ไม่สามารถนำเข้ามาในสถานทูตฯ ได้ ให้ฝากไว้ที่พนักงานรักษาความปลอดภัย โดยยื่นอุปกรณ์ทั้งหมดพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนให้กับเจ้าหน้าที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้บัตรหมายเลขฝากไว้เพื่อมารับของคืนเมื่อสัมภาษณ์เสร็จ 

6. เจ้าหน้าที่ตรวจกระเป๋า พร้อมแสกนรอบๆตัว 
7. เดินเข้าไปในสถานทูต ยื่นเอกสารให้พนักงาน จากนั้นพนักงานจะให้เอกสารแผ่นเล็กๆ บางคนได้รับสีขาว บางคนได้รับสีเหลือง แตกต่างกัน กรอกชื่อ ที่อยู่ที่ และเบอร์โทรศัพท์ และยื่นบัตรคิวให้
8. นั่งรอ จนกว่าจะมีคนเรียก เมื่อมีคนมาเรียก เดินเข้าไปในห้องเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ 
9. จากนั้นพนักงานจะบอกว่าไปต่อแถวไหน เพื่อสัมภาษณ์ 
10. การสัมภาษณ์นั้นจะมีสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ คำถามส่วนใหญ่ก็จะถามว่า 
  • แนะนำตัว
  • อยู่ทีไหน
  • ไปที่ไหน 
  • ไปกี่วัน 
  • เดินทางวันไหน กลับวันไหน
  • ทำไมถึงเลือกไปเมืองนั้น 
  • ใครเป็นคนออกเงินให้ 
  • ไปกี่คน คนเดียว หรือมีเพือนไปด้วย
  • เรียนทีไหน คณะอะไร จบมาแล้วจะทำอะไร 
  • เคยได้วีซ่าอเมริกาหรือยัง
  • นอกจากนี้ก็จะถามถึงว่าเคยไปเที่ยวประเทศไหนมาบ้าง 
  • เล่าประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวประเทศนั้นๆ 
  • พูดได้กี่ภาษา อะไรบ้าง
  • เคยโดนปฏิเสธวีซ่าไหม
  • พ่อ แม่อยู่ไหน ทำงานอะไร 
11. คอยฟังคำถามให้ดี ตอบให้ชัดเจน หากไม่เข้าใจคำถามขอให้ทวนคำถามอีกรอบ
12. เมื่อสัมภาษณ์เสร็จ หากวีซ่าผ่านจะไม่คืนพาสปอร์ต แต่จะให้ใบเอกสารเล็กๆ สีขาวหรือเหลืองที่เรากรอกไปข้างต้น แล้วบอกว่าให้เอาไปจ่ายเงินที่ไปรษณีย์ด้านนอก
13. จ่าหน้าซองจดหมายถึงตัวเอง จากนั้นชำระเงิน 75 บาท 
14. เดินออกสถานทูต อย่าลืมรับของที่ฝากไว้ 
15. กลับบ้านเพื่อรอรับพาสปอร์ตพร้อมวีซ่า ประมาณ 3-5 วันก็จะได้รับวีซ่า 
16. กรณีที่วีซ่าถูกปฏิเสธผู้ขอวีซ่าจะได้รับใบแจ้งเหตุผล และมีสิทธิที่จะยื่นขอสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา อีกครั้งเมื่อใดก็ได้ ในการสมัครวีซ่าใหม่ ผู้ขอวีซ่ายังคงต้องปฏิบัติตามกระบวนการทั้งหมด กรอกแบบฟอร์มการสมัครใหม่ ชำระค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่าอีกครั้ง 
17. การขอวีซ่าใหม่โดยที่ยังขาดหลักฐานที่หนักแน่นและมีนัยสำคัญที่สามารถแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ของผู้ขอวีซ่า อาจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลการพิจารณาอนุมัติวีซ่าได้

หมายเหตุ: หากสัมภาษณ์ที่เชียงใหม่ ให้ซื้อซองไปรษณีย์ไปก่อนวันสัมภาษณ์ บอกเจ้าหน้าที่ว่าซื้อซองไปรษณีย์เพื่อสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา สามารถซื้อได้ทีไปรษณีย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสาขาแม่ปิง 

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเตรียมเอกสารเพื่อยื่นคำร้องขอวีซ่า การกรอกแบบฟอร์ม DS-160 การเตรียมหลักฐาน และการสัมภาษณ์ สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://thai.bangkok.usembassy.gov

ตอบทุกข้อสงสัย คลายทุกปัญหาเกี่ยวกับวีซ่าอเมริกา ที่นี่ สำหรับคนที่สนใจข้อมูลการยื่นขอกรีนการ์ดด้วยตนเอง สามารถอ่านรายละเอียดได้ ที่นี่



ขอให้ทุกคนโชคดีได้รับวีซ่าไปทำงานและท่องเที่ยวที่อเมริกาอย่างสนุกสนาน


วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2555

เตรียมพร้อมเพื่อขอวีซ่าไปเที่ยวอเมริกา (Visa B1/B2)

คราวนี้มาถึงวีซ่ายอดนิยมอย่างวีซ่าอเมริกา ที่ทุกคนต่างพูดกันว่าเป็นวีซ่าที่โหดและหินมาก แต่หากเตรียมตัวดีๆ แล้วทั้งด้านข้อมูล เอกสาร และภาษาก็ไม่มีอะไรที่ยากเลย 

ส่วนตัวขอวีซ่าเข้าอเมริกา 2 ครั้ง ก็ผ่านทั้งสองครั้งครั้งแรกวีซ่านักเรียนแลกเปลี่ยน (J1) คร้้งที่ 2 วีซ่าท่องเที่ยว ได้มา 10 ปี สิ่งสำคัญคือ ต้องเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ก่อนออกเดินทาง ทั้งเรื่องเอกสาร การนัดสัมภาษณ์ และการเตรียมตัวสัมภาษณ์ หากคิดว่าจะไปประมาณกลางปี ควรเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ต้นปี

สิ่งแรกที่ต้องเตรียมคือ "เอกสารเพื่อยื่นขอวีซ่า" โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

1. หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุการเดินทางไม่ต่ำกว่า 6 เดือน หากมีเล่มเก่า ให้นำเล่มเก่ามาแสดงด้วยในวันยื่นเอกสารขอวีซ่า (รายละเอียดการทำ Passport)
2. รูปถ่าย ขนาด 2X2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว ไม่สวมหมวก หน้าตรง ไม่สวมแว่นกันแดด ที่สำคัญต้องเห็นใบหูทั้งสองข้างอย่างชัดเจน ไม่ใส่ต่างหู แต่งกายสุภาพ เรียบร้อย ดูน่าเชื่อถือ ใช้รูปถ่าย 2 รูป และแสกนเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ 1 รูป ไฟล์ jpg เพื่อใช้ตอนกรอกแบบฟอร์ม DS-160 
3. บัตรประจำตัวประชาชน 
4. ใบรับรองการศึกษาหรือใบรับรองการทำงาน ที่ระบุตำแหน่งงานชัดเจน ระยะเวลาในการทำงาน เงินเดือน วันลา และวันที่จะกลับมาทำงาน (ตัวอย่างจดหมายรับรองการทำงานเพื่อขอวีซ่า) ออกไม่เกิน 3 เดือน กรณีที่เป็นเจ้าของกิจการธุรกิจ สามารถใช้เอกสารการเป็นเจ้าของกิจการ โดยแปลเป็นภาษาอังกฤษ 
5. จดหมายเชิญจากญาติหรือเพื่อนที่อเมริกา โดยในจดหมายต้องระบุชื่อคนเชิญ พร้อมที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อในอเมริกา (ตัวอย่างจดหมายเชิญเพื่อใช้ในการขอวีซ่า)
6. แผนการเดินทางท่องเที่ยว ที่ระบุระยะเวลาในการท่องเที่ยว เมืองที่จะไป สายการบินที่ใช้ทั้งไปและกลับ กิจกรรมที่จะทำในแต่ละวัน และวันที่กลับถึงประเทศไทย (ตัวอย่างการเขียนแผนการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อขอวีซ่า)
7. จดหมายแนะนำตัว อันนี้จะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่ถ้ามีก็จะเป็นเรื่องที่ดี แสดงให้เจ้าหน้าที่เห็นภูมิหลังของเราว่าเป็นใคร มาจากที่ไหน ทำงานอะไร เคยไปต่างประเทศที่ไหนมาบ้าง และจะไปทำอะไรที่อเมริกา (ตัวอย่างการเขียนจดหมายเพื่อใช้ในการขอวีซ่า)
8. บัญชีธนาคาร ต้องมีเงินหมุนเวียนตลอด และมีเงินเพียงพอในการกิน อยู่ ใช้จ่าย ท่องเที่ยวในอเมริกา   หากไปสักหนึ่งอาทิตย์ควรมีเงินในบัญชีประมาณ 50,000-100,000 บาทขี้นไป ให้ธนาคารออก Bank Statement และ Bank guarantee ระบุจำนวนเงินเป็น USD 
9. เอกสารอื่นๆ เช่น ใบสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ โฉนดที่ดิน สัญญาจดจำนอง ภาระผ่อนต่างๆ เอกสารที่แสดงภาระผูกพันกับประเทศไทย เป็นต้น 

เมื่อเตรียมเอกสารต่างๆ ครบแล้ว ก็มาถึงขั้นตอน "กรอกแบบฟอร์มและนัดหมายเพื่อสัมภาษณ์วีซ่า" โดยมีรายละเอียดดังนี้ 


1. เข้าไปที่เว็บ www.ustraveldocs.com/th และสร้างบัญชีผู้ใช้ เลือกประเภทของวีซ่าและค่าธรรมเนียมตามวีซ่าประเภทนั้นๆ ซึ่งจะได้แบบฟอร์มใบฝากเงินธนาคารที่มีรายละเอียดตามที่กรอก ให้พิมพ์แบบฟอร์มใบฝากเงินธนาคารนั้นออกมา  ดูวิธีการกรอกข้อมูลอย่างละเอียด ที่นี่

2. นำใบฝากเงินธนาคารที่ได้มาไปยังธนาคารกรุงศรีอยุธยา ณ สาขาตามที่กำหนดไว้เพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมสมัครวีซ่า 

3. การกรอกแบบฟอร์มขอวีซ่าประเภทชั่วคราว DS-160 เป็นแบบฟอร์ม Online ที่ต้องกรอกทาง Internet เท่านั้น เข้าไป ที่นี่ ดูคำแนะนำวิธีการกรอกแบบฟอร์มได้ ที่นี่ และดูรายละเอียดแบบฟอร์มที่แปลเป็นภาษาไทยได้ ที่นี่

4. เมื่อกรอกครบถ้วน เรียบร้อยแล้ว ให้ Print หน้า Confirmation DS-160  พร้อมหน้าที่กรอกทั้งหมดออกมาใส่แฟ้มรวมกับเอกสารข้างต้น 

5. กำหนดนัดหมายวันสัมภาษณ์ทางอินเทอร์เน็ตที่ www.ustraveldocs.com/th หรือทางโทรศัพท์ผ่านศูนย์บริการที่ 02-105-4110 


6. สุดท้ายก่อนไปสัมภาษณ์ ให้ตรวจเช็คเอกสารอีกครั้งว่าครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ 

สถานที่ยื่นขอวีซ่า 


ในประเทศไทยสามารถยื่นขอวีซ่าอเมริกาได้ 2 แห่ง คือ ที่กรุงเทพและเชียงใหม่ คนที่จะสามารถสัมภาษณ์วีซ่าที่เชียงใหม่ได้นั้น ต้องเป็นผู้ที่อาศัย ทำงาน หรือเรียน ในจังหวัดดังต่อไปนี้ ได้แก่ เชียงใหม่, ลำพูน, พะเยา, สุโขทัย, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, พิจิตร, ตาก, กำแพงเพชร, น่าน, พิษณุโลก, อุตรดิตถ์, ลำปาง, เพชรบูรณ์, แพร่ โดยต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่าได้พำนักหรือทำงานหรือศึกษาไม่น้อยกว่า 3 เดือนในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา
95 ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ 10330


สถานกงสุลสหรัฐอเมริกา ประจำเชียงใหม่
387 ถ.วิชยานนท์ ต.ช้างม่อย อ.เมือง เชียงใหม่ 50300


หมายเหตุ: สำหรับคนที่มีทะเบียนบ้านที่เชียงใหม่่ แต่ทำงานกรุงเทพหรือจังหวัดอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวข้างต้น ไม่สามารถสัมภาษณ์ที่เชียงใหม่ได้ ต้องสัมภาษณ์ที่กรุงเทพเท่านั้น



จากนั้นมาถึงขั้นตอนที่น่าตื่นเต้น "ยื่นเอกสารและสัมภาษณ์" มีคำแนะนำดังนี้ 

1. ตื่นนอนแต่เช้า ทำใจให้สบาย 
2. อาบน้ำ แต่งกายให้สุภาพ เรียบร้อย ดูน่าเชื่อถือ ห้ามใส่กางเกงยีนส์ ผู้ชายควรใส่สูท ผูกไท รองเท้าหนัง ส่วนผู้หญิงกางเกงหรือกระโปง ที่สุภาพ ห้ามใส่กระโปรงสั้น รองเท้าควรเป็นรองเท้าหุ้มส้น 
3. ควรไปถึงก่อนเวลานัดหมาย 1 ชั่วโมง 
4. เมื่อมาถึงแล้วให้ต่อคิวรออยู่หน้าสถานทูต จากนั้นจะมีพนักงานมาตรวจเอกสารและเวลานัดหมาย 
5. เตรียมตัวผ่านจุดตรวจเพื่อรักษาความปลอดภัย – อาวุธ ของมีคม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งโทรศัพท์มือถึง ไม่สามารถนำเข้ามาในสถานทูตฯ ได้ ให้ฝากไว้ที่พนักงานรักษาความปลอดภัย โดยยื่นอุปกรณ์ทั้งหมดพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนให้กับเจ้าหน้าที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้บัตรหมายเลขฝากไว้เพื่อมารับของคืนเมื่อสัมภาษณ์เสร็จ 
6. เจ้าหน้าที่ตรวจกระเป๋า พร้อมแสกนรอบๆตัว 
7. เดินเข้าไปในสถานทูต ยื่นเอกสารให้พนักงาน จากนั้นพนักงานจะให้เอกสารแผ่นเล็กๆ บางคนได้รับสีขาว บางคนได้รับสีเหลือง แตกต่างกัน กรอกชื่อ ที่อยู่ที่ และเบอร์โทรศัพท์ และยื่นบัตรคิวให้
8. นั่งรอ จนกว่าจะมีคนเรียก เมื่อมีคนมาเรียก เดินเข้าไปในห้องเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ 
9. จากนั้นพนักงานจะบอกว่าไปต่อแถวไหน เพื่อสัมภาษณ์ 
10. การสัมภาษณ์นั้นจะมีสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ คำถามส่วนใหญ่ก็จะถามว่า 
  • แนะนำตัว
  • อยู่ทีไหน
  • ไปที่ไหน 
  • ไปกี่วัน 
  • เดินทางวันไหน กลับวันไหน
  • ทำไมถึงเลือกไปเมืองนั้น 
  • จะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง
  • ใครเป็นคนออกเงินให้ 
  • พักที่ไหน กับใคร
  • ไปกี่คน คนเดียว หรือมีเพือนไปด้วย
  • หากมีญาติหรือเพื่อนอยู่ก็จะถามว่าเพื่อนหรือญาติทำอะไรที่อเมริกา อยู่นานแค่ไหน  
  • จากนั้นถามเรื่องการทำงาน ว่าทำงานอะไร ที่ไหน ทำมากี่ปีแล้ว 
  • หากเรียนอยู่ ก็จะถามว่าเรียนทีไหน คณะอะไร จบมาแล้วจะทำอะไร 
  • เคยได้วีซ่าอเมริกาหรือยัง
  • นอกจากนี้ก็จะถามถึงว่าเคยไปเที่ยวประเทศไหนมาบ้าง 
  • เล่าประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวประเทศนั้นๆ 
  • พูดได้กี่ภาษา อะไรบ้าง
  • เคยโดนปฏิเสธวีซ่าไหม
  • พ่อ แม่อยู่ไหน ทำงานอะไร 
11. คอยฟังคำถามให้ดี ตอบให้ชัดเจน หากไม่เข้าใจคำถามขอให้ทวนคำถามอีกรอบ
12. เมื่อสัมภาษณ์เสร็จ เจ้าหน้าที่จะคืนเอกสารบางส่วนให้ แต่จะเก็บใบรับรองการทำงาน จดหมายเชิญไว้ หากวีซ่าผ่านจะไม่คืนพาสปอร์ต 
13. เดินออกสถานทูต อย่าลืมรับของที่ฝากไว้ 
14. กลับบ้านเพื่อรอรับพาสปอร์ตพร้อมวีซ่า ประมาณ 3-5 วันก็จะได้รับวีซ่า บางคนจะได้ 5 ปี หรือ 10 ปี แตกต่างกันไป 
15. ระยะเวลาวีซ่าที่ได้รับ ไม่ได้หมายความว่า สามารถอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ตลอดระยะเวลาที่ได้รับวีซ่า ผู้ขอวีซ่าอเมริกาจะทราบระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตได้จากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินในอเมริกา โดยจะประทับวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศอเมริกาไว้ในหนังสือเดินทาง อาจได้รับ 3-6 เดือน 
16. กรณีที่วีซ่าถูกปฏิเสธผู้ขอวีซ่าจะได้รับใบแจ้งเหตุผล และมีสิทธิที่จะยื่นขอสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา อีกครั้งเมื่อใดก็ได้ ในการสมัครวีซ่าใหม่ ผู้ขอวีซ่ายังคงต้องปฏิบัติตามกระบวนการทั้งหมด กรอกแบบฟอร์มการสมัครใหม่ ชำระค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่าอีกครั้ง 
17. การขอวีซ่าใหม่โดยที่ยังขาดหลักฐานที่หนักแน่นและมีนัยสำคัญที่สามารถแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ของผู้ขอวีซ่า อาจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลการพิจารณาอนุมัติวีซ่าได้

หมายเหตุ: หากสัมภาษณ์ที่เชียงใหม่ ให้ซื้อซองไปรษณีย์ไปก่อนวันสัมภาษณ์ บอกเจ้าหน้าที่ว่าซื้อซองไปรษณีย์เพื่อสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา สามารถซื้อได้ทีไปรษณีย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสาขาแม่ปิง 

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเตรียมเอกสารเพื่อยื่นคำร้องขอวีซ่า การกรอกแบบฟอร์ม DS-160 การเตรียมหลักฐาน และการสัมภาษณ์ สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://thai.bangkok.usembassy.gov 

ตอบทุกข้อสงสัย คลายทุกปัญหาเกี่ยวกับวีซ่าอเมริกา ที่นี่ สำหรับคนที่สนใจข้อมูลการยื่นขอกรีนการ์ดด้วยตนเอง สามารถอ่านรายละเอียดได้ ที่นี่



ขอให้ทุกคนโชคดีได้รับวีซ่าไปท่องเที่ยวอเมริกาอย่างสนุกสนาน





วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2555

Schengen Visa ทำวีซ่าไปเที่ยวยุโรป

บทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับ "Schengen Visa (เชงเก็น วีซ่า)" เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นหูกับวีซ่าชนิดนี้บ้าง 


"Schengen Visa (เชงเก็น วีซ่า)" เป็นวีซ่าที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเข้ายุโรปในหลายๆ ประเทศพร้อมกัน โดยไม่ต้องยื่นเรื่องขอวีซ่าหลายครั้งให้เสียเวลา การทำวีซ่านั้นให้ยื่นเรื่องกับสถานทูตประเทศที่จะเดินทางเข้าเป็นประเทศแรก หรือประเทศที่อยู่นานที่สุด เช่น ลงเครื่องที่อิตาลี อยู่ที่อิตาลี 3 วัน จากนั้นไปฝรั่งเศส 2 วัน และข้ามไปเที่ยวเบลเยี่ยม 5 วัน ประเทศที่ควรไปยื่นเรื่องขอวีซ่าคือ เบลเยี่ยม เพราะใช้เวลาอยู่นานที่สุด ในกรณีที่อยู่แต่ละประเทศเท่าๆ กัน เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน และอิตาลี อย่างละ 3 วัน ให้ยื่นเรื่องขอวีซ่าที่ประเทศที่เข้าเป็นประเทศแรก 

คราวนี้มาดูกันว่าประเทศไหนในแถบยุโรปที่สามารถใช้ "Schengen Visa" 

1. Austria ออสเตรีย
2. Belgium เบลเยี่ยม
3. Czech Republic สาธารณรัฐเช็ก
4. Denmark เดนมาร์ก
5. Estonia เอสโตเนีย
6. Finland ฟินแลนด์
7. France ฝรั่งเศส
8. Germany เยอรมัน
9. Greece กรีซ
10. Hungary ฮังการี
11. Iceland ไอซ์แลนด์
12. Italy อิตาลี
13. Latvia ลัตเวีย
14. Lithuania ลิทัวเนีย
15. Luxembourg ลักเซมเบิร์ก
16. Malta มอลตา
17. Netherlands เนเธอร์แลนด์
18. Norway นอร์เวย์
19. Poland โปแลนด์
20. Portugal โปรตุเกส
21. Slovakia สโลวาเกีย
22. Slovenia สโลวีเนีย
23. Spain สเปน
24. Sweden สวีเดน
25. Switzerland สวิสเซอร์แลนด์


ประเภทของ "Schengen Visa" (ข้อมูลจาก: www.beebah.net)

1. ประเภท A: เป็นวีซ่าทรานซิท กรณีที่เดินทางทางอากาศ และมีการ stop-over หรือ แวะ ในประเทศที่เป็นเชงเก้น ในระหว่างการเดินทางระหว่างประเทศหนึ่ง ไป อีกประเทศหนึ่ง แต่ถ้าไม่ได้ออกนอกสนามบิน ก็ไม่ต้องขอวีซ่าประเภทนี้
2. ประเภท B : เป็นวีซ่าทรานซิท เช่นกัน คล้ายกับประเภท A แต่ ประเภท B เป็นวีซ่าที่มีอายุไม่เกิน 5 วัน สำหรับผู้ที่ถือพาสสปอร์ต ที่ไม่ได้เป็น visa-free สำหรับประเทศปลายทาง (ที่ไม่ใช้เชงเก้น) เช่น คนไทย จะเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ต้องมีวีซ่าอเมริกา กรณีนี้ หากจะแวะ”ผ่าน” ยุโรป สามารถขอวีซ่าประเภทนี้ได้ แต่ได้ไม่เกินครั้งละ 5 วันเท่านั้น
3. ประเภท C : short-term stay visa วีซ่าเพื่อการพำนักระยะสั้น ส่วนใหญ่แล้วจะขอเป็นวีซ่าประเภทนี้กัน รวมถึงการเดินทางมาท่องเที่ยวด้วย และวีซ่าประเภทนี้ ไม่สามารถอยู่ใน EU ได้เกิน 90 วัน ภายในระยะเวลารวมครึ่งปี
4. ประเภท D : วีซ่าที่ใช้เข้าได้เฉพาะประเทศที่คุณขอไปเท่านั้น เช่น ขอที่สถานฑูตเบลเยี่ยม วีซ่านักเรียน ทางสถานทูตก็อาจจะให้ type D มา คือ ต้องเข้าเฉพาะเบลเยี่ยม และห้ามออกไปประเทศอื่น จนกว่าจะไปทำเรื่องขอ ID นักเรียนที่เบลเยี่ยมก่อน (คือมาถึงที่เบลเยี่ยมแล้ว ให้รีบไปทำเรื่องเลย) พอได้ ID นี้แล้วถึงสามารถเดินทางไปประเทศในกลุ่มเชงเก้นประเทศอื่นได้


การเตรียมหลักฐานและขั้นตอนการยื่นขอวีซ่านั้นต้องไปติดต่อที่สถานทูตประเทศที่จะเข้าประเทศแรก หรือประเทศที่อยู่นานที่สุด ส่วนใหญ่แล้วมีเอกสารที่ต้องเตรียมดังนี้ 

1. ใบ APPLICATION FORM (ติดต่อขอที่สถานทูต หรือทางเว็บไซต์ของสถานทูต)
2. หนังสือเดินทาง (Passport) ที่ยังมีอายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน (รายละเอียดการทำ Passport)
3. บัตรประจำตัวประชาชน
4. รูปถ่ายสี ขนาด 2 นิ้ว 2 รูป พื้นหลังสีขาว หน้าตรง ไม่สวมแว่นตา ไม่สวมหมวก
5. เอกสารยืนยันการจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
6. ใบรับรองการประกันสุขภาพที่ถูกกฏหมายของประเทศที่จะไปเยือน ครอบคลุมระยะเวลาในการเดินทาง และเลือกการประกันที่ครอบคลุมการดูแลทั้งเรื่องกระเป๋าเดินทาง อุบัติเหตุ สุขภาพ มีวงเงินไม่ต่ำกว่า 1,500,000 บาท
8. เอกสารรับรองการเงิน Bank Statement และ Bank guarantee ต้องแสดงให้เห็นว่ามีทุนทรัพย์เพื่อใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวประมาณ 100 ยูโรต่อวัน หากไป 10 วัน ควรมีเงินอย่างน้อย 1000 ยูโร หรือประมาณ 50,000 บาท เป็นบัญชีที่เคลื่อนไหว มีการเข้า-ออกของเงินอยู่เสมอ หากมีบัตรเครดิตให้ถ่ายสำเนาและแนบไปกับ 
Bank Statement 
9. เอกสารยืนยันการจองโรงแรม ซึ่งออกเป็นจดหมาย พร้อมตราประทับของโรงแรม
10. จดหมายเชิญโดยเฉพาะจากทางบริษัท จากเพื่อนหรือญาติที่อยู่ในประเทศที่จะไปเยือน ซึ่งเป็นจดหมายที่ออกโดย City Hall ในเขตที่เพื่อนหรือญาติอาศัยอยู่ (บางสถานทูตอนุญาตให้ใช้จดหมายที่เพื่อนหรือญาติเขียนเองได้ ส่งเป็นจดหมายพร้อมลายเซ็นต์ มีที่อยู่ แนบสำเนาทะเบียนบ้าน และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ)
11. ใบรับรองการศึกษาหรือจดหมายรับรองการทำงาน (ตัวอย่างจดหมายรับรองการทำงาน)

12. แผนการเดินทางท่องเที่ยว ระบุว่าจุดประสงค์ในการเดินทาง ประเทศที่จะเดินทางไปเยือน วันที่จะเดินทางไป-กลับ สายการบินที่ใช้ สถานที่ท่องเทียว สถานที่พัก ชื่อโรงแรม ที่อยู่ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
13. ค่าธรรมเนียมในการทำวีซ่า (ติดต่อที่สถานทูตว่าต้องเตรียมเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ประมาณ 2,500-3,000 บาท)


การยื่นคำร้องขอวีซ่านั้น สามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าแบบเดินทางเข้า-ออกครั้งเดียว หรือเดินทาง เข้า-ออกหลายครั้งก็ได้ แต่ทั้งนี้ รวมเวลาที่พำนักทั้งหมดแล้วต้องไม่เกิน 90 วัน ภายในระยะเวลา 6 เดือน โดยเริ่มนับตั้งแต่วันแรกที่เดินทางเข้าประเทศในกลุ่มสัญญาเชงเก็น