วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555

ท่องเที่ยว ทำงานออสเตรเลียกับโครงการ "Work and Holiday Visas"


ก่อนหน้านี้ได้พูดถึง โครงการ "Working Holiday Scheme " นิวซีแลนด์-ไทย ซึ่งมีลักษณะเหมือนกันกับโครงการ "Work and Holiday Visas" 


รัฐบาลไทย และรัฐบาลออสเตรเลียเล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมให้เยาวชนของทั้งสองฝ่ายมีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ วัฒนธรรมและภาษาในต่างประเทศ รวมทั้งเป็นการสร้างมิตรภาพและกระชับความสัมพันธ์ระดับเยาวชน จึงริเริ่มโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนไทย  ออสเตรเลีย โดยการให้วีซ่าประเภทท่องเที่ยวและทำงาน หรือ Work and Holiday Visas จำนวน 200 คน และในปี 2552 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการเพิ่มโควตาให้ผู้เข้าร่วมโครงการ จาก 200 คน เป็น 500 คน   ซึ่งผู้ที่ได้รับวีซ่านี้ จะสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ออสเตรเลียได้เป็นเวลาไม่เกิน 12 เดือน ขณะเดียวกันในระหว่างนี้ก็สามารถทำงานชั่วคราวได้ด้วย คราวละไม่เกิน 6 เดือน หรือศึกษาหรือฝึกอบรมได้ไม่เกิน 4 เดือน

เงื่อนไขของการทำงาน เยาวชนไทยที่ได้รับวีซ่าประเภท Work and Holiday Visas จะต้องสมัครงานด้วยตนเอง โดยมีเงื่อนไขที่จะต้องทำงานกับนายจ้างในออสเตรเลียได้คราวละไม่เกิน 6 เดือน หลังจากนั้น ต้องเปลี่ยนไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่ หรืออาจจะทำงานกับนายจ้างเดิมได้ โดยจะต้องเว้นระยะไปทำงานกับนายจ้างใหม่หรือเดินทางท่องเที่ยวระยะหนึ่งก่อน ทั้งนี้ จะต้องไม่ทำงานตลอดระยะเวลา 12 เดือน ไม่ทำงานหรือประกอบอาชีพที่ผิดกฎหมาย (รวมถึงการบริการทางเพศ) และไม่สามารถทำงานในอาชีพดังต่อไปนี้ (Restricted Occupations)
- Wood Carving
- Cutting/polishing jewelry
- Cloth weaving
- Weaving of mats
- Making of Sa paper
- Lacquerware making
- Making of Thai musical instruments
- Nielloware making
- Making of products from gold, silver or gold-copper alloy
- Bronzeware making
- Making of Thai dolls
- Making of mattresses or quilt blankets
- Alms bowls casting
- Hand-made silk products
- Casting of Buddha images
- Knife making
- Making of paper or cloth umbrellas
- Shoe making
- Hat making
- Pottery or ceramic ware making
- Cigarette making (by hand)
- Tourist guide
- Type setting (Thai characters)
- Drawing and twisting silk-thread by hand


คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ
1. มีสัญชาติไทย
2. อายุระหว่าง 18  30 ปี
3. ต้องเดินทางคนเดียว (ไม่มีผู้ติดตาม)
4. สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป
5. มีหลักฐานทางการเงินเป็นบัญชีออมทรัพย์ (ของผู้สมัครเอง) จำนวน 5,000  ดอลลาร์ออสเตรเลีย
6. มีความประพฤติและสุขภาพดี
7. มีประกันสุขภาพครอบคลุมตลอดระยะเวลาที่พำนักในออสเตรเลีย

หลักฐานการยื่นขอหนังสือรับรองคุณสมบัติจาก สท.

อนึ่งตามข้อตกลงของโครงการฯ เยาวชนไทยที่จะยื่นขอวีซ่าจากสถานทูตออสเตรเลีย จะต้องแนบหลักฐานหนังสือรับรองคุณสมบัติจากสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส  และผู้สูงอายุ (สท.) โดยเยาวชนจะต้องเตรียมเอกสารเพื่อขอหนังสือรับรองจาก สท. ดังนี้
1.  ปริญญาบัตร/ ใบรับรองการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีพร้อมสำเนา 1 ชุด
2.  รูปถ่ายขนาด นิ้ว
3.  ใบรายงานผลการศึกษา (Transcript) พร้อมสำเนา 1 ชุด
4.  หนังสือเดินทาง พร้อมสำเนา 1 ชุด
5.  บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา 1 ชุด
6.  ทะเบียนบ้าน พร้อมสำเนา 1 ชุด
7. หลักฐานแสดงความสามารถและทักษะการใช้ภาษาอังกฤษอยู่ในระดับใช้งานได้ดี โดยแนบหลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใด คือ
1)  ผลการสอบ  IELTS ไม่ต่ำกว่า 4.5 มีอายุไม่เกิน 2 ปี   หรือ
2) ผลการสอบ TOEFL มีอายุไม่เกิน 2 ปี ระดับคะแนน   หรือ
    - 133 on a computer based test
    - 450 on a paper based test
    - 45 – 46 on an internet-based test
3) ใบรับรอง หรือประกาศนียบัตรที่แสดงว่าได้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีระยะเวลา 2 ปีจากสถาบันการศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอน  หรือ
4)  สำเร็จการศึกษาจากประเทศออสเตรเลียหลักสูตร 1 ปี ในระดับปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตร
8. มีหลักฐานทางการเงินเป็นบัญชีออมทรัพย์ของผู้สมัครเอง จำนวน 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียเป็น Statement หรือใบรับรองทางการเงินของบัญชีออมทรัพย์จากธนาคาร ไม่ใช่สำเนาสมุดบัญชีธนาคารประเภทออมทรัพย์
9. บันทึกข้อตกลงที่ผู้ปกครองลงนามเรียบร้อยแล้ว
10. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ปกครอง
11. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครอง 

ขั้นตอนการรับสมัคร

1. อ่านรายละเอียดข้อมูลโครงการ ที่นี่
2. เปิดรับสมัครโดยวิธีออนไลน์ (Online) ที่นี่ (เปิดรับสมัครช่วงเดือนมิถุนายนหรือกรกฏาคม) ต้องคอยติดตามประกาศอยู่เสมอ
3. เตรียมหลักฐานตามข้างต้นให้ครบ เพื่อนำข้อมูลมากรอกในใบสมัครออนไลน์ 
4. Scan รูปถ่าย และหลักฐานแสดงความสามารถและทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ
5. อ่านข้อมูลความเป็นมาของโครงการ และข้อตกลงให้ละเอียด
6. คลิกยอมรับข้อตกลงเพื่อเข้าไปกรอกรายละเอียดการสมัคร
7. กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
8. สัมภาษณ์และยื่นเอกสาร (เลือกวันสัมภาษณ์จากการกรอกใบสมัครออนไลน์) ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 สท. (จำนวนวันละ 50 คน) (มาให้ตรงวันและเวลาที่เลือก ถ้าไม่มาถือว่าสละสิทธิ์)
9. รับหนังสือรับรองคุณสมบัติหลังจากวันสัมภาษณ์ประมาณ 1-2 วัน ณ กลุ่มประสานงานต่างประเทศ ชั้น 2สท. ในวันเวลาราชการ ตั้งแต่เวลา 09.00 -12.00 น. และ 13.00 – 16.30 น. โดยแสดงหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน ในกรณีผู้มารับแทนให้ทำหนังสือมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัครและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับแทน
10. ลงชื่อรับหนังสือรับรอง

หลักฐานประกอบการสมัครวีซ่ากับสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย

1. แบบฟอร์ม 1208 (Work and Holiday Visa) โดยสามารถ download ได้จาก http://www.immi.gov.au/allforms/pdf/1208.pdf
2. รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป
3. หนังสือรับรองคุณสมบัติจาก สท. (ฉบับจริง) มีอายุ 1 ปี นับจากวันที่ออกหนังสือรับรอง ถึง 30 มิถุนายนของปีถัดไป
4. หนังสือเดินทาง (Passport)
5. หลักฐานการศึกษา
6. หลักฐานการเงิน 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
7. หลักฐานเกี่ยวกับทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ
8. ค่าสมัครวีซ่า 7,350 บาท
9. ใบตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาลที่สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียกำหนด  ตรวจรายชื่อโรงพยาบาล ที่นี่ โดยแจ้งแพทย์ผู้ตรวจว่าต้องการสมัคร Work and Holiday Visa ของออสเตรเลีย
10. แผนการเดินทางโดยคร่าว ๆ และประเภทงานที่สนใจจะทำระหว่างอยู่ในออสเตรเลีย (เขียนสรุปไม่เกิน 1 หน้า เป็นภาษาอังกฤษ)
11. หนังสือให้ความยินยอมจากผู้ปกครองเป็นภาษาอังกฤษ ดูตัวอย่างที่นี่
12. ยื่นเอกสารเพื่อขอรับการตรวจประทับลงตราหนังสือเดินทาง (VISA) ณ ตึก THAI CC ทาวเวอร์ ยูนิต 2 & 3 ชั้น 34  เลขที่ 889 ถนนสาทรใต้ กรุงเทพฯ 10120 (สถานีรถไฟฟ้า BTS สุรศักดิ์)
13. ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งส่วนของการเดินทางและค่าครองชีพ ค่าประกันสุขภาพ ตลอดจนระยะเวลาของการพักอาศัยในประเทศออสเตรเลีย ต้องหาที่พักและสมัครงานเอง โดยอาจท่องเที่ยวสลับกับการทำงาน และจะต้องทำงานกับนายจ้างคนเดียวกันไม่เกิน 6 เดือน หลังจากนั้นต้องเปลี่ยนงานหรือเดินทางท่องเที่ยว


คำเตือน 

1. ห้ามทำการสมัครผ่านบริษัทนายหน้าที่รับเป็นตัวกลางทำการสมัครและ/หรือจัดหาที่อยู่ให้เด็ดขาด เนื่องจากผิดจุดประสงค์ของโครงการและอาจทำให้ไม่ได้รับวีซ่า รวมทั้งอาจตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพได้

2. วีซ่าประเภทนี้มิใช่วีซ่าทำงาน ดังนั้น หากพบว่าทำงานประจำ ณ ที่ใดเกินกว่า 3 เดือน จะถือว่าได้ทำผิดกฎหมาย อาจถูกถอนวีซ่าและถูกส่งกลับ



Website สำหรับหาข้อมูลโครงการเพิ่มเติม (คลิกที่หัวข้อ)

ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติม

กลุ่มประสานงานต่างประเทศ 
สำนักส่งเสริมและพิทักษ์เยาวชน สำงานส่งเสริมสวัดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.)
18/1 ถนนนิคมมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 0-2255-5850-7 ,0-2253-9116-7 (อัตโนมัติ) 
โทรสาร: 0-2651-6483
Website: www.opp.go.th





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น